สพฐ.เตรียมปรับเกณฑ์รับนักเรียนปี 2570 ทบทวนเวลาสำรองที่นั่ง–จำนวนเด็กต่อห้อง ชูสมัครออนไลน์ลดภาระ

สพฐ.เตรียมปรับเกณฑ์รับนักเรียนปี 2570 ทบทวนเวลาสำรองที่นั่ง–จำนวนเด็กต่อห้อง ชูสมัครออนไลน์ลดภาระ สพฐ.หารือผู้บริหารโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมปรับแนวทางรับนักเรียนปีการศึกษา 2570 ให้เหมาะกับการปฏิบัติงานจริง จับตาระยะเวลาสำรองที่นั่ง จำนวนนักเรียนต่อห้อง และการใช้ระบบออนไลน์ ก่อนสรุปเสนอคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณา การรับนักเรียนปีการศึกษา 2570 เป็นประเด็นที่ผู้ปกครองและโรงเรียนต้องติดตาม หลังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมทบทวนหลักเกณฑ์ โดยรับฟังข้อเสนอจากสถานศึกษาหลายขนาด เพื่อให้การดำเนินงานมีความเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม มติชนรายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ว่า ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับผู้บริหารโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา…

เมื่อห้องเรียนไม่ควรสร้างคนให้เหมือนกัน: 3 นักคิดผู้ท้าทายการศึกษาแบบเดิม จาก Freire–Vygotsky ถึง Ken Robinson

เมื่อห้องเรียนไม่ควรสร้างคนให้เหมือนกัน: 3 นักคิดผู้ท้าทายการศึกษาแบบเดิม จาก Freire–Vygotsky ถึง Ken Robinson ห้องเรียนที่ดีควรทำให้ผู้เรียน “จำคำตอบ” ได้มากขึ้น หรือควรช่วยให้พวกเขา “ตั้งคำถาม” ได้ดีขึ้น? คำถามนี้อยู่เบื้องหลังงานของนักคิดและนักปฏิรูปการศึกษาจำนวนมากตลอดศตวรรษที่ผ่านมา พวกเขาไม่เพียงเสนอเทคนิคการสอนรูปแบบใหม่ แต่ตั้งคำถามลึกลงไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้เรียน อำนาจที่ซ่อนอยู่ในหลักสูตร ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตลอดจนระบบที่ใช้มาตรฐานเดียวตัดสินเด็กซึ่งมีความสามารถแตกต่างกัน ในกลุ่มนักคิดเหล่านี้ ชื่อของ เปาโล เฟรเร (Paulo Freire), เลฟ ไวก็อตสกี (Lev Vygotsky) และ เซอร์…

เลิกมองเด็กเป็น “ผ้าขาว”: 3 นักคิดผู้เปลี่ยนห้องเรียน จากการป้อนความรู้สู่การเรียนรู้ตามธรรมชาติ

เลิกมองเด็กเป็น “ผ้าขาว”: 3 นักคิดผู้เปลี่ยนห้องเรียน จากการป้อนความรู้สู่การเรียนรู้ตามธรรมชาติ หากเด็กตอบไม่ตรงกับคำตอบที่ครูต้องการ นั่นหมายความว่าเด็ก “ไม่รู้” หรือเพียงกำลังคิดด้วยวิธีที่ต่างออกไป? หากเด็กนั่งไม่ติดเก้าอี้ แปลว่าไม่มีสมาธิ หรือสภาพแวดล้อมยังไม่เปิดพื้นที่ให้เขาได้ลงมือสำรวจ? และหากเด็กเรียนได้ไม่พร้อมกัน เราควรเร่งให้ทุกคนเดินด้วยความเร็วเท่ากัน หรือออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของแต่ละคน? คำถามเหล่านี้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาครั้งสำคัญในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมื่อ จอห์น ดิวอี้ มาเรีย มอนเตสซอรี และฌอง เพียเจต์ ท้าทายภาพห้องเรียนที่ครูเป็นผู้พูดเพียงฝ่ายเดียว เด็กมีหน้าที่จดจำ และผลสอบถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ ทั้งสามไม่ได้เสนอทฤษฎีเดียวกัน และไม่ได้ทำงานในบทบาทเดียวกัน ดิวอี้เป็นนักปรัชญาที่เชื่อมการศึกษากับประสบการณ์และประชาธิปไตย…

คุยกับผู้ปกครองอย่างไรให้เป็นทีมเดียวกัน: 7 หลักจิตวิทยาการสื่อสารสำหรับครู โดยไม่ต้องปะทะ

คุยกับผู้ปกครองอย่างไรให้เป็นทีมเดียวกัน: 7 หลักจิตวิทยาการสื่อสารสำหรับครู โดยไม่ต้องปะทะ การพูดคุยกับผู้ปกครองเป็นหนึ่งในงานที่ละเอียดอ่อนที่สุดของคนเป็นครู โดยเฉพาะเมื่อต้องแจ้งปัญหาเรื่องการเรียน พฤติกรรม ความสัมพันธ์กับเพื่อน หรือความปลอดภัยของนักเรียน ในยุคที่ผู้ปกครองเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว ติดต่อโรงเรียนได้หลายช่องทาง และมีความกังวลต่ออนาคตของลูกสูง บทสนทนาที่เริ่มจากความหวังดีอาจกลายเป็นการตั้งรับ โต้แย้ง หรือกล่าวโทษกันได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่าผู้ปกครองทุกคน “คุยยาก” หรือ “คาดหวังสูงเกินไป” เพราะแต่ละครอบครัวมีประสบการณ์ ความเชื่อ ข้อจำกัด และความกังวลต่างกัน บางคนอาจมีข้อมูลจากลูกเพียงด้านเดียว บางคนเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับโรงเรียน ขณะที่บางครอบครัวอาจกำลังรับมือกับปัญหาอื่นที่ครูยังไม่ทราบ หัวใจของการสื่อสารจึงไม่ใช่การพิสูจน์ว่าใครถูกหรือผิด แต่คือการทำให้ทั้งครูและผู้ปกครองกลับมาเห็นเป้าหมายร่วมกันว่า เด็กกำลังต้องการความช่วยเหลือเรื่องใด และแต่ละฝ่ายจะช่วยอะไรได้บ้าง แนวคิดเรื่องการมีส่วนร่วมของครอบครัวในโรงเรียนให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษา…

ก่อนสมัคร TCAS เช็กให้ชัด: คณะอยู่มหา’ลัยไหน วิทยาเขตอะไร และต้องเรียนที่ใด

ก่อนสมัคร TCAS เช็กให้ชัด: คณะอยู่มหา’ลัยไหน วิทยาเขตอะไร และต้องเรียนที่ใด ชื่อคณะเหมือนกัน ชื่อสาขาคล้ายกัน และอยู่ภายใต้มหา’ลัยเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าจะเรียนอยู่ในสถานที่เดียวกันเสมอไป บางมหา’ลัยมีหลายวิทยาเขต หลายศูนย์การศึกษา หรือหลายพื้นที่จัดการเรียนการสอน บางคณะเปิดหลักสูตรชื่อใกล้เคียงกันมากกว่าหนึ่งพื้นที่ ขณะที่บางหลักสูตรเรียนปีแรกในพื้นที่หนึ่ง ก่อนย้ายไปเรียนภาคปฏิบัติหรือฝึกงานอีกแห่ง หากดูเพียงชื่อคณะหรือชื่อมหา’ลัยโดยไม่เปิดรายละเอียดหลักสูตร ผู้สมัครอาจพบภายหลังว่า สถานที่เรียนอยู่คนละจังหวัดกับที่เข้าใจ ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายต่างจากหลักสูตรที่ตั้งใจสมัคร ต้องย้ายหอหรือเดินทางระหว่างพื้นที่ในบางชั้นปี เลือกโครงการรับผิด แม้ชื่อสาขาจะคล้ายกัน สมัครผ่านระบบหรือเว็บไซต์ผิดแห่ง จัดอันดับสาขาผิดในรอบ Admission เดินทางไปสอบสัมภาษณ์หรือรายงานตัวผิดสถานที่ บทความนี้จึงไม่ได้ชวนให้ดูเพียงว่า “อยากเรียนคณะอะไร” แต่จะพาเช็กให้ครบว่า คณะนั้นอยู่มหา’ลัยใด เปิดสอนที่วิทยาเขตไหน…

ผู้ปกครองควรถามอะไร ก่อนลงทุนกับปริญญา 4 ปีของลูก

ผู้ปกครองควรถามอะไร ก่อนลงทุนกับปริญญา 4 ปีของลูก ค่าเทอมเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะสิ่งที่ครอบครัวกำลังลงทุนมีทั้งเงิน เวลา โอกาส และอนาคตของลูก การส่งลูกเรียนมหา’ลัยไม่ใช่แค่การจ่ายค่าเทอมให้ครบทุกภาคการศึกษา แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร เวลาอย่างน้อย 4 ปี โอกาสในการสร้างประสบการณ์ ตลอดจนความเสี่ยงหากลูกเรียนแล้วพบว่าไม่เหมาะกับตัวเอง คำถามสำคัญจึงไม่ควรมีเพียงว่า “มหา’ลัยนี้ดังไหม” “คณะนี้หางานง่ายหรือเปล่า” หรือ “เรียนจบแล้วเงินเดือนเท่าไร” ก่อนตัดสินใจ ครอบครัวควรร่วมกันพิจารณาอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่ ต้นทุนทั้งหมด ความเสี่ยง ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และแผนสำรอง เพื่อให้การเลือกปริญญาเป็นการตัดสินใจบนข้อมูลจริง ไม่ใช่ภาพฝันหรือความกังวลเพียงอย่างเดียว…

ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง?

ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Meta Description: ก่อนเลือกคณะหรือมหา’ลัย อย่าดูเพียงค่าเทอม ชวนคำนวณค่าใช้จ่ายจริงทั้งค่าหอ อาหาร เดินทาง อุปกรณ์ ฝึกงาน และเงินฉุกเฉิน พร้อมสูตรประเมินงบตลอดหลักสูตร “ค่าเทอมเทอมละเท่าไร” มักเป็นคำถามแรกที่นักเรียนและผู้ปกครองใช้เปรียบเทียบมหา’ลัย แต่ตัวเลขค่าเทอมเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สะท้อนภาระที่ครอบครัวต้องรับจริง นักศึกษาบางคนจ่ายค่าเทอมไม่สูง แต่ต้องเช่าหอ ซื้ออุปกรณ์เฉพาะทาง และเดินทางไปฝึกงานต่างจังหวัด ขณะที่อีกคนเรียนหลักสูตรที่ค่าเทอมสูงกว่า แต่สามารถพักอยู่บ้าน ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และไม่มีค่าอุปกรณ์จำนวนมาก เมื่อรวมตลอดหลักสูตรแล้ว ค่าใช้จ่ายของคนแรกอาจสูงกว่าก็ได้ ก่อนเลือกคณะจึงควรเปลี่ยนคำถามจาก “ค่าเทอมเท่าไร” เป็น “ถ้าเรียนที่นี่จนจบ ครอบครัวต้องเตรียมเงินทั้งหมดประมาณเท่าไร” ค่าใช้จ่ายมหา’ลัย…

เลือกคณะจากวิชาที่ชอบอย่างเดียวได้ไหม? เพราะชอบเรียน ไม่ได้แปลว่าจะชอบทำงาน

เลือกคณะจากวิชาที่ชอบอย่างเดียวได้ไหม? เพราะชอบเรียน ไม่ได้แปลว่าจะชอบทำงาน Meta Description: ชอบชีววิทยาต้องเรียนแพทย์ไหม ชอบวาดรูปต้องเข้าสถาปัตย์หรือเปล่า ชวนเด็ก ม.ปลายแยกให้ออกระหว่างวิชาที่ชอบ รูปแบบการเรียนที่ถนัด และลักษณะงานที่อยากทำ ก่อนตัดสินใจเลือกคณะ “ชอบชีววิทยา งั้นเรียนแพทย์ดีไหม” “ชอบคณิตศาสตร์ ต้องไปวิศวะหรือเปล่า” “ชอบวาดรูป น่าจะเหมาะกับสถาปัตย์” ความชอบในวิชาเรียนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการค้นหาคณะที่เหมาะกับเรา แต่ยังไม่ควรใช้เป็นคำตอบเพียงอย่างเดียว เพราะการชอบเรียนวิชาหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเราจะชอบทุกวิชาในหลักสูตร ชอบรูปแบบการเรียนของคณะ หรือมีความสุขกับงานที่เกี่ยวข้องหลังเรียนจบเสมอไป คณะที่เหมาะกับเราจึงไม่ควรตอบเพียงคำถามว่า “ชอบเรียนอะไร” แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า “ชอบเรียนแบบไหน” “ถนัดทำอะไร” และ “อยากใช้ชีวิตการทำงานแบบใด” เลือกคณะจากวิชาที่ชอบได้ไหม?…

เมื่อการกลั่นแกล้งไม่ได้จบแค่ในห้องเรียน — ชวนเด็กและเยาวชนรู้วิธีรับมือ เมื่อถูก Bully โดยไม่ต้องเผชิญเรื่องนี้เพียงลำพัง

เมื่อการกลั่นแกล้งไม่ได้จบแค่ในห้องเรียน — ชวนเด็กและเยาวชนรู้วิธีรับมือ เมื่อถูก Bully โดยไม่ต้องเผชิญเรื่องนี้เพียงลำพัง การกลั่นแกล้งรังแก หรือ Bullying ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนอีกต่อไป มันอาจเกิดในสนามกีฬา ห้องน้ำ โรงอาหาร รถรับส่งนักเรียน กลุ่มแชต เกมออนไลน์ หรือบนโซเชียลมีเดีย และบางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นอาจตามเด็กกลับไปถึงบ้านผ่านหน้าจอโทรศัพท์ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การบอกเด็กว่า “อย่าไปสนใจ” หรือ “อดทนเดี๋ยวก็ผ่านไป” แต่คือการทำให้เด็กและเยาวชนรู้ว่า เมื่อถูกกลั่นแกล้ง เรามีสิทธิขอความช่วยเหลือ และไม่จำเป็นต้องเผชิญกับเรื่องนี้เพียงลำพัง สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ได้เผยแพร่ “คู่มือสำหรับการจัดการตนเองเมื่อถูกกลั่นแกล้งรังแก สำหรับเด็กและเยาวชน” เพื่อเป็นแนวทางให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันสถานการณ์ รับมืออย่างเหมาะสม…

ลูกยังไม่รู้ตัวเองอยากเรียนอะไร พ่อแม่ช่วยได้อย่างไร โดยไม่กดดันหรือตัดสินใจแทน

ลูกยังไม่รู้ตัวเองอยากเรียนอะไร พ่อแม่ช่วยได้อย่างไร โดยไม่กดดันหรือตัดสินใจแทน Meta Description: เมื่อลูกยังไม่รู้ว่าจะเรียนต่ออะไร พ่อแม่ควรช่วยอย่างไร รวมวิธีชวนคุย เครื่องมือค้นหาความสนใจ การทดลองประสบการณ์จริง และสัญญาณว่าลูกพร้อมตัดสินใจ “ลูกจะเรียนอะไรดี” เป็นคำถามที่ผู้ปกครองหลายคนถามลูกบ่อยขึ้น เมื่อใกล้ถึงช่วงเลือกแผนการเรียน เลือกคณะ หรือสมัครมหาวิทยาลัย แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาอาจมีเพียงคำว่า “ยังไม่รู้เหมือนกัน” คำตอบนี้อาจทำให้พ่อแม่กังวล เพราะการเลือกเรียนดูเหมือนเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ส่งผลต่ออนาคตของลูกไปอีกหลายปี แต่การที่เด็กวัยมัธยมยังไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองอยากเรียนหรือทำงานอะไร ไม่ได้แปลว่าเป็นเด็กไม่มีเป้าหมาย ขาดความรับผิดชอบ หรือไม่คิดถึงอนาคตเสมอไป ในหลายกรณี เด็กเพียงยังมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง คณะ และโลกการทำงานไม่มากพอที่จะตัดสินใจ สิ่งที่พ่อแม่ช่วยได้จึงไม่ใช่การรีบหาคำตอบแทนลูก แต่คือการช่วยให้ลูกได้สำรวจตัวเอง เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ทดลองประสบการณ์ใหม่…