อาจารย์สถาปัตย์ จุฬาฯ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา ประจำปี 2565 พัฒนาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุไทย

รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา ประจำปี 2565 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) 

รศ.ไตรรัตน์ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในแวดวงสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานวิจัยด้านการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) โครงการรูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุไทย เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย-ใจ ภายใต้แนวคิดชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระบวนการสร้างความร่วมมือ การมีส่วนร่วมระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ในการวางแผนตามหลักเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงวัย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 

รศ.ไตรรัตน์ เผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติว่า “ดีใจและขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ให้ความสำคัญในเรื่องผู้สูงอายุ ผลงานวิจัยนี้ ผมและทีมวิจัยได้ศึกษาเรื่องนี้มาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว ต้องขอขอบคุณจุฬาฯ ที่ให้โอกาสคณาจารย์จากสหสาขาวิชาได้มาทำงานวิจัยร่วมกัน

จุดเริ่มต้นในการทำงานวิจัยของนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ

รศ.ไตรรัตน์เริ่มต้นทำงานวิจัยเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุเมื่อ 25 ปีที่แล้ว จากความพยายามที่จะสร้างบ้านสำหรับผู้สูงอายุให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานคู่มือ แต่ผลสุดท้ายคือผู้สูงอายุไม่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน จึงสนใจศึกษาว่าเพราะเหตุใดผู้สูงอายุถึงไม่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ ทำให้รู้ถึงข้อจำกัดในการเลือกที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ นอกจากสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยทางกายภาพแล้ว ยังเลือกสภาพแวดล้อมทางสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม คือต้องอยู่ใกล้ญาติมิตร ชุมชน เดินทางไปมาหาสู่สะดวก ที่สำคัญต้องพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดความภูมิใจมากกว่าการต้องพึ่งพาลูกหลาน 

กว่า 20 ปีที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ รศ.ไตรรัตน์มีผลงานวิจัยจำนวนมาก แบ่งออกเป็นงานวิจัยขั้นพื้นฐาน  เช่น มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับที่พักอาศัยและสภาพแวดล้อมของผู้สูงอายุไทย การพัฒนาต้นแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุของสถานบริการสาธารณสุข ฯลฯ งานวิจัยประยุกต์ เช่น การปรับสิ่งอำนวยความสะดวกของเมืองพัทยาเพื่อรองรับผู้สูงอายุและคนพิการ โครงการการออกแบบชุมชนน่าอยู่ผู้สูงวัยสำหรับผู้สูงอายุในชนบท และการปรับปรุงและพัฒนาต้นแบบที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุในชนบท การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism For All) ฯลฯ งานวิจัยองค์ความรู้ใหม่ ได้แก่ สภาพการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ   3 ช่วงวัย (วัยต้น วัยกลาง และวัยปลาย) ซึ่งได้รับทุนวิจัยจากโครงการส่งเสริมการทำงานวิจัยเชิงลึกในสาขาวิชาที่มีศักยภาพสูง การศึกษาและพัฒนานโยบาย เครื่องมือ และต้นแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ การศึกษาพฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีอายุยืนของประเทศ ฯลฯ

“เราทำวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุและคนพิการต่อเนื่องมากว่า 20 ปี ครอบคลุมผู้สูงอายุทุกกลุ่มทั้งในเมืองหรือชนบท ผู้สูงอายุวัยต้น วัยกลาง วัยปลาย จนถึงผู้สูงอายุที่มีอายุ 100 ปี งานวิจัยของเราเน้น “จากหิ้งสู่ห้าง” มีการนำไปใช้จริง โดยมีบ้านต้นแบบต้นแบบที่นำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ที่เหมาะสมได้” รศ.ไตรรัตน์ กล่าว

กลุ่มคนเปราะบางกับสถานการณ์สังคมสูงวัย

ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 10 % ในปี 2565 ผู้สูงอายุเฉลี่ยทั่วประเทศจะมีมากถึง 20% ซึ่งเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ ถือเป็นสถานการณ์หรือวิกฤตของประเทศไทย ดังนั้นเราควรมีการเตรียมตัววางแผนรับมือให้ดี เพราะนอกจากผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นแล้ว อัตราการเกิดและคนวัยแรงงาน ก็ลดลงด้วย เราควรมีการวิจัยเชิงลึกในเรื่องนี้ให้มากขึ้นเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะตามมา

การคุ้มครองสวัสดิภาพในกลุ่มคนเปราะบาง เช่น คนในชุมชนแออัด คนไร้บ้าน คนยากจน ฯลฯ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10% คนกลุ่มนี้ต้องเผชิญปัญหาความยากจน เจ็บป่วย ถูกทอดทิ้ง การผลักภาระไปที่รัฐบาลเพียงอย่างเดียวอาจจะแก้ปัญหาไม่ได้ ชุมชนและภาครัฐต้องช่วยกันดูแลคนกลุ่มนี้ด้วยการส่งเสริมให้อยู่ที่เดิม โดยรัฐอาจมีมาตรการเฉพาะคนกลุ่มนี้ เช่น การปรับปรุงบ้าน การให้บริการสาธารณสุข เป็นต้น 

เรียนรู้ผู้สูงวัยจากงานวิจัยเรื่องที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 

รศ.ไตรรัตน์ กล่าวว่าช่วงเริ่มต้นโครงการวิจัยรูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุไทยจะเน้นเรื่องความปลอดภัยทางสภาพแวดล้อมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จากกรณีศึกษาของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ให้งบประมาณแก่กลุ่มผู้สูงอายุเพื่อปรับปรุงบ้าน พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางไม่ได้นำเงินที่ได้ไปปรับปรุงสภาพแวดล้อมตามกายภาพที่ควรจะเป็น ทำให้การมองปัญหา       ในผู้สูงอายุคงมองเรื่องกายภาพเพียงอย่าเดียวไม่ได้ แต่ต้องเน้นไปที่ปัญหา 4 ด้าน ได้แก่ เรื่องสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อม คือต้องดูแลสุขภาพกายและใจของผู้สูงอายุไปพร้อมๆ กับสร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อให้ผู้สูงอายุพึ่งพาตนเองได้ แล้วค่อยปรับบ้านให้ปลอดภัยกับผู้สูงอายุ

 ลักษณะที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ

ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุต้องมีความปลอดภัย มีพื้นเรียบเสมอกันทั้งในบ้านและห้องน้ำ มีราวจับ พื้นไม่ลื่น ที่อยู่อาศัยมีแสงสว่างเพียงพอ ประตูที่ใช้เป็นบานเลื่อน ก๊อกน้ำลูกบิดประตูเป็นก้านโยก         ช่องทางเดินมีความกว้าง 90 เซนติเมตร หน้าต่างบานลึก มีแสงสว่าง มองเห็นสวนและต้นไม้ นอกจากนี้พื้นที่ในบ้านไม่ควรใหญ่เกินไปเพื่อง่ายต่อการบำรุงรักษา มีพื้นที่เก็บของเพื่อให้ไม่รกเกะกะ ก่อให้เกิดปัญหาพลัดตกหกล้ม

ความสำคัญของชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงวัย 

ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงวัยเป็นแนวคิดขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อให้ผู้สูงวัยอยู่ในชุมชนได้อย่างเป็นสุข เป็นมิตรกับทุกคน ทุกวัย ทุกสภาพแวดล้อม  ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ด้านกายภาพ เริ่มจากบ้านต้องปลอดภัย มีการเดินทางที่สะดวกสบาย มีพื้นที่สาธารณะที่ดี สามารถเข้าถึงได้ ด้านสังคม ต้องมีการมีส่วนร่วมทางสังคม นอกจากนี้ยังต้องมีการบริการพื้นฐาน ผู้สูงอายุต้องเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มีบริการทางด้านสุขภาพ สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบเศรษฐกิจที่สนับสนุนผู้สูงอายุอีกด้วย

จุดเด่นของงานวิจัยที่ตอบโจทย์สังคม

“ผลงานวิจัยที่ผ่านมาเป็นงานที่ตอบโจทย์เชิงสังคมและชุมชน สามารถนำไปใช้ได้จริงโดยได้ริเริ่มแนวคิดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการหรือที่เรียกว่าหลักการออกแบบเพื่อทุกคน นักวิจัยรุ่นหลังสามารถนำเอาแนวคิดนี้ไปพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ เรากำลังผลักดันให้รัฐบาลและภาคเอกชนสนใจในเรื่องนี้เพื่อปรับธุรกิจในการรองรับสังคมสูงวัยซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน” รศ.ไตรรัตน์เผยถึงจุดเด่นของงานวิจัยนี้ 

การสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ 

รศ.ไตรรัตน์เผยถึงปัญหาสำหรับผู้สูงอายุว่าเป็นเรื่องซับซ้อน จึงต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ครอบครัวเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี 

การจะสร้างแรงจูงใจให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือพัฒนาพื้นที่ของผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องนั้น รัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจากการสงเคราะห์เป็นพัฒนา ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัว เป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน นำเบี้ยยังชีพมาช่วยสร้างงาน รณรงค์ส่งเสริมการสูงวัยในถิ่นเดิม (Aging in Place)      ทั้งในระดับการอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิม และในชุมชน เครือญาติเดิม พัฒนาระบบการดูแลที่บ้านในชุมชน (Home & Community Healthcare) ดูแลทั้งสุขภาพอนามัย ชีวิตความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมส่งเสริมให้เอกชนผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ โดยใช้มาตรการการส่งเสริมการลงทุน การลดภาษี ส่งเสริมให้ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและคนพิการ สามารถจัดซื้อและติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ รวมถึงส่งเสริมให้เอกชนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุที่มีความต้องการเฉพาะ หรือกลุ่มที่มีความจำเป็นจริงๆ

แผนการทำงานวิจัยในอนาคต

เน้นการทำวิจัยแบบสหสาขาวิชา ผลงานวิจัยที่จะดำเนินการต่อไปคือ โครงการวิจัยพัฒนาระบบต้นแบบรองรับสังคมสูงวัยในบริบทของชุมชนเมือง ภาคใต้และภาคตะวันออก 

รศ.ไตรรัตน์ ฝากข้อคิดในการทำงานวิจัยให้ประสบความสำเร็จว่า  “อยากให้นักวิจัยตั้งโจทย์ให้ หัวข้องานวิจัยมีความน่าสนใจ มีกลุ่มตัวอย่างที่ชัดเจน ไม่เกี่ยงงาน ไม่คิดถึงข้อจำกัดเรื่องเวลา จะทำให้เราทำงานวิจัยง่ายขึ้น หัวใจของนักวิจัยคือ “เราต้องรู้ว่าเราไม่รู้อะไร” เพราะตราบใดที่เรายังค้นคว้าหาความรู้อยู่เรื่อยๆ นั่นคือการทำหน้าที่เป็นนักวิจัยแล้ว”

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.