ชายผู้วิเศษม.หอการค้าไทยขอจับมือนักศึกษาทั้งประเทศก้าวข้ามวิกฤติโควิด19 พร้อมเรียนออนไลน์

สถานการณ์ไวรัส “โควิด-19” ส่งผลกระทบวงกว้างทั่วทุกมุมโลก ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 60 ราย โดย 43 ราย เป็นกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ เช่น ร่วมกิจกรรมที่สนามมวย และ 17 รายเป็นกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ (9 จาก 17 รายเดินทางกลับจากต่างประเทศ) ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 272 ราย ทำให้รัฐบาลมีนโยบายให้กับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศไทยปิดเรียน งดการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยชั่วคราวและรอจนกว่าสถานการณ์ทั้งประเทศไทยจะดีขึ้น

นายธิติพงศ์ ทาบุญ (น้องเจมส์) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ สาขาวิชาการท่องเที่ยว ทุนรัตนมงคล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า “สมัยเด็กตัวผมเองได้เจอเหตุการณ์ร้ายในชีวิต ตอนนั้นอายุประมาณ 5 ขวบ ด้วยความซนมากสมัยเด็ก ได้เกิดอุบัติเหตุตกเก้าอี้และแขนได้ไปฝาดกับกระถางต้นไม้อย่างรุนแรงจึงทำให้กระดูกหักและติดเชื้อในกระแสเลือด จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตัดแขนทิ้ง เพราะว่าถ้าหากปล่อยทิ้งไว้เชื้อมันจะเข้าสู่หัวใจและอันตรายกว่าเดิม ตอนนี้สถานไวรัส “โควิด-19” ผู้ที่มีร่างกายพิเศษแบบผมก็ต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรงเสมอ คนไทยทุกคนวิตกกังวลอย่างหนัก ผมอยากส่งกำลังใจพลังบวกให้กับนักศึกษาและผู้ปกครองทั้งประเทศไทยเราต้องจับมือร่วมกันและผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ที่สำคัญที่สุดอยากให้คนไทยทุกคนทำตามคำแนะนำของคณะแพทย์และกระทรวงสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด งดการอยู่ร่วมกันจำนวนมากๆ เพื่อลดยอดจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยให้เป็นศูนย์”

“ตอนนี้ผมและเพื่อนๆทุกคณะทั้งปริญญาตรี โท เอก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้เข้าสู่ระบบการเรียนออนไลน์กันทุกคน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผมเรียนผ่านโปรแกรม ZOOM จากตำบลสันมะค่า อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย วิชาที่ได้เรียนไปคือวิชาภาษาจีนและภาษาอังกฤษ แต่ภาษาจีนจะมีอุปสรรคในการเรียนอยู่บ้างด้านการจดบันทึก เพราะไม่มีเอกสารประกอบการเรียนที่ต้องใช้ในการจดเวลาเรียน ถือว่าเป็นอุปสรรคนิดหน่อยแต่ผมและเพื่อน ๆ ก็ให้ความสนใจในการเรียนมากขึ้นกว่าเดิมเพราะว่ายิ่งด้วยภาษาที่เรียนยากอยู่แล้วและเมื่อเรามาเรียนแบบไม่ได้เจออาจารย์ตัวต่อตัวไม่ได้มีการสนทนากัน ไม่ได้ถามตอบกัน การที่เรียนผ่านแบบนี้ทำให้เราได้กระตือรือร้นมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้นกับการเรียนมากขึ้น ที่สำคัญเราก็ต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงตัวเองให้มันสอดคล้องกับสถานการณ์ในตอนนี้ สำหรับการเรียนออนไลน์ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับตัวผมมันเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มากเพราะว่าผมไม่เคยเรียนออนไลน์เลย แต่พอมาเรียนที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเจอกับสถานการณ์ในตอนนี้ จึงทำให้เราต้องปรับตัวเพราะว่ามันเสี่ยงต่อการที่จะเดินทางมาเรียนในแต่ละวัน ด้วยนโยบายของทางมหาวิทยาลัยที่มีนโยบายให้เรียนออนไลน์แทนนั้นในสถานการณ์ตอนนี้ผมก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีจะได้ให้นักศึกษามีการปรับตัวทุกคน ในเมื่อครั้งหนึ่งเราได้เรียนออนไลน์แล้ว ในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก การเรียนออนไลน์ก็ถือว่าสำคัญและแปลกใหม่ ท้าทายและทำให้นักศึกษาไทยตื่นตัว พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปได้”

Leave a Reply

Your email address will not be published.