ทำไมต้องเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ

ทำไมต้องเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ 1 รายบุคคล ไม่เหมาโหล 2 มีความสุข ไม่ทนทุกข์เวลาเรียน 3 เรียนเรื่องที่ใช้ ไม่ใช่เรียนครอบจักรวาล แต่ใช้งานไม่ได้ 4 เรียนยืดหยุ่น เพราะต้องดีกว่าหุ่นยนต์ . ฐานคิดของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) 1) ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล (Personalization) การเป็นเจ้าของการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (Life-long Learning) ผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของศักยภาพ ความพร้อม และความสนใจส่วนตน ซึ่งมีทฤษฎีที่รองรับ เช่น ทฤษฎีพหุปัญญา ทฤษฎีแบบแผนการเรียนรู้ (Learning style) ดังนั้น การเรียนรู้จึงต้องสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล นอกจากนี้ การเรียนรู้มิได้เกิดขึ้น แค่ในห้องเรียนเสมอไป แต่การเรียนรู้ของผู้เรียนสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่และทุกเวลา ผู้สอนจะต้องสนับสนุนให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ ได้รับประสบการณ์ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน…

สพฐ.แจ้ง “การคัดเลือกนักศึกษาทุน โครงการ ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี 2563”

  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่งหนังสือแจ้งถึงศึกษาธิการจังหวัด เรื่อง การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยมีรายละเอียด ดังนี้   ด้วยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กําหนดปฏิทินการคัดเลือกนักศึกษาทุน โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตําแหน่งครูผู้ช่วย โดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ดําเนินการคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด ตามหนังสือสํานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๖/ว ๑๖ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗   สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาแล้ว เพื่อให้ทันต่อการบรรจุและแต่งตั้ง ตามกําหนดการคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงขอส่งกําหนดการคัดเลือก…

3 กระทรวง จับมือ Chevron Enjoy Science และ ศูนย์ SEAMEO STEM-ED ส่งเสริมนโยบาย “สะเต็มศึกษา” หวังต่อยอดสู่โมเดลการศึกษาอาเซียน

กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับโครงการ Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต และศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO STEM-ED) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนา “สะเต็มศึกษา” ที่ครอบคลุมทั้งการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะวิชาอาชีพและวิจัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพเยาวชนให้มีทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 หวังสร้างต้นแบบแนวปฏิบัติที่ดีผลักดันเข้าสู่ระดับนโยบาย แก้ปัญหาระดับประเทศในระยะยาว ก่อนต่อยอดใช้เป็นโมเดลการศึกษาอาเซียนต่อไป นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะสมาชิกองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO) กล่าวว่า ความร่วมมือจากทุกภาคีในครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษาและด้านการพัฒนาวิชาชีพกับภาคเอกชน ซึ่งเป็นการดีที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างยิ่ง เพราะตอบโจทย์เทรนด์การศึกษาโลก ยิ่งปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 คือโอกาศดีที่จะถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อยกระดับการศึกษาของไทยให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ทั้งนี้ นายณัฏฐพล ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ปัจจุบันชาติอาเซียนกำลังเผชิญปัญหาคล้ายกันที่รั้วสัมพันธ์กับสะเต็มศึกษา โดยเฉพาะขาดการพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี…

จุฬาฯ พร้อมคลี่ปมความเห็นต่าง ระดมวิชาการและข้อเท็จจริงพร้อมรับฟังความเห็นที่หลากหลาย

  จุฬาฯ พร้อมคลี่ปมความเห็นต่าง ระดมวิชาการและข้อเท็จจริงพร้อมรับฟังความเห็นที่หลากหลาย เปิดพื้นที่เสรีภาพ มุ่งหน้าส่งเสริมการสร้างปัญญาสาธารณะ ในการแก้ปัญหาสังคม …………………………………….. จากปัญหาข้อขัดแย้งในด้านความเห็นทางการเมืองที่เกิดขึ้น ศาสตราจารย์ (กิตติคุณ) สุริชัย     หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเห็นความสำคัญของการคลี่คลายปมเงื่อนของความแตกต่างขัดแย้งด้วยหลักความบริสุทธิ์ใจและใช้ข้อมูลความรู้ในการแก้ปัญหาโดยอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตระหนักว่าปัจจุบันสังคมไทยเผชิญกับสิ่งท้าทายรอบด้าน ดังนั้นจึงต้องการให้การทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยมีส่วนช่วยในการตอบโจทย์ของสังคมและสาธารณะโดยสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม ทั้งนี้จากการประชุมเพื่อหาแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมการแสดงออกและการใช้สิทธิเสรีภาพของชาวจุฬาฯ ได้ข้อสรุปเชิงหลักการว่า การยอมรับความหลากหลายทางความคิดและการสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจต่อกันเป็นเงื่อนไขสำคัญของการย่างก้าวสู่อนาคตของการอยู่ร่วมกัน ความขัดแย้งไม่ใช่ปัญหาแต่ประเด็นปัญหาคือ การทำให้ความแตกต่างขัดแย้งกลายเป็นความรุนแรง ดังนั้นการแก้ไขจึงไม่ควรอาศัยแต่เครื่องมืออำนาจและระเบียบบังคับแต่อย่างเดียว หากต้องใช้เครื่องมือที่สามารถเพิ่มพูนสมรรถภาพในการแก้ปัญหาร่วมกัน การตัดสินกันด้วยความชอบ-ไม่ชอบเพราะคิดเห็นต่างกันและการสร้างความเกลียดชังต่อกันสามารถเป็นปัจจัยทำให้เกิดความรุนแรงและนำสังคมไปสู่ทางตันได้ ดังนั้นต้องคลี่คลายปมความเห็นต่างด้วยการขยายความรู้ความเข้าใจร่วมกัน การพิจารณาประเด็น เช่น ช่องว่างระหว่างรุ่นอายุและความแตกต่างในการให้คุณค่านั้นจำต้องใช้วิชาการรวมถึงสหวิชาการจึงจะสามารถคลี่คลายปมปัญหาได้ ในส่วนของแนวทางการดำเนินการอาจแบ่งออกเป็น 3 ระยะดังนี้ ระยะสั้น การสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจในการแลกเปลี่ยนเพื่ออนาคตด้วยบรรยากาศเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นและหารือกันเกี่ยวกับกติกาและเสรีภาพในการแสดงออกในมหาวิทยาลัยจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งคณาจารย์ นิสิตและนิสิตเก่าในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น เวทีเสวนา การระดมความคิด ฯลฯ…

ทำไมต้องเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ

ทำไมต้องเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ 1 รายบุคคล ไม่เหมาโหล 2 มีความสุข ไม่ทนทุกข์เวลาเรียน 3 เรียนเรื่องที่ใช้ ไม่ใช่เรียนครอบจักรวาล แต่ใช้งานไม่ได้ 4 เรียนยืดหยุ่น เพราะต้องดีกว่าหุ่นยนต์ . ฐานคิดของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) 1) ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล (Personalization) การเป็นเจ้าของการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (Life-long Learning) ผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของศักยภาพ ความพร้อม และความสนใจส่วนตน ซึ่งมีทฤษฎีที่รองรับ เช่น ทฤษฎีพหุปัญญา ทฤษฎีแบบแผนการเรียนรู้ (Learning…

สพฐ.แจ้ง “การคัดเลือกนักศึกษาทุน โครงการ ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี 2563”

  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่งหนังสือแจ้งถึงศึกษาธิการจังหวัด เรื่อง การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยมีรายละเอียด ดังนี้   ด้วยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กําหนดปฏิทินการคัดเลือกนักศึกษาทุน โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตําแหน่งครูผู้ช่วย โดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ดําเนินการคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด ตามหนังสือสํานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๖/ว ๑๖ ลงวันที่ ๒๖…

3 กระทรวง จับมือ Chevron Enjoy Science และ ศูนย์ SEAMEO STEM-ED ส่งเสริมนโยบาย “สะเต็มศึกษา” หวังต่อยอดสู่โมเดลการศึกษาอาเซียน

กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับโครงการ Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต และศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO STEM-ED) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนา “สะเต็มศึกษา” ที่ครอบคลุมทั้งการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะวิชาอาชีพและวิจัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพเยาวชนให้มีทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 หวังสร้างต้นแบบแนวปฏิบัติที่ดีผลักดันเข้าสู่ระดับนโยบาย แก้ปัญหาระดับประเทศในระยะยาว ก่อนต่อยอดใช้เป็นโมเดลการศึกษาอาเซียนต่อไป นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะสมาชิกองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO) กล่าวว่า ความร่วมมือจากทุกภาคีในครั้งนี้…

จุฬาฯ พร้อมคลี่ปมความเห็นต่าง ระดมวิชาการและข้อเท็จจริงพร้อมรับฟังความเห็นที่หลากหลาย

  จุฬาฯ พร้อมคลี่ปมความเห็นต่าง ระดมวิชาการและข้อเท็จจริงพร้อมรับฟังความเห็นที่หลากหลาย เปิดพื้นที่เสรีภาพ มุ่งหน้าส่งเสริมการสร้างปัญญาสาธารณะ ในการแก้ปัญหาสังคม …………………………………….. จากปัญหาข้อขัดแย้งในด้านความเห็นทางการเมืองที่เกิดขึ้น ศาสตราจารย์ (กิตติคุณ) สุริชัย     หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเห็นความสำคัญของการคลี่คลายปมเงื่อนของความแตกต่างขัดแย้งด้วยหลักความบริสุทธิ์ใจและใช้ข้อมูลความรู้ในการแก้ปัญหาโดยอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตระหนักว่าปัจจุบันสังคมไทยเผชิญกับสิ่งท้าทายรอบด้าน ดังนั้นจึงต้องการให้การทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยมีส่วนช่วยในการตอบโจทย์ของสังคมและสาธารณะโดยสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม ทั้งนี้จากการประชุมเพื่อหาแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมการแสดงออกและการใช้สิทธิเสรีภาพของชาวจุฬาฯ ได้ข้อสรุปเชิงหลักการว่า การยอมรับความหลากหลายทางความคิดและการสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจต่อกันเป็นเงื่อนไขสำคัญของการย่างก้าวสู่อนาคตของการอยู่ร่วมกัน ความขัดแย้งไม่ใช่ปัญหาแต่ประเด็นปัญหาคือ การทำให้ความแตกต่างขัดแย้งกลายเป็นความรุนแรง ดังนั้นการแก้ไขจึงไม่ควรอาศัยแต่เครื่องมืออำนาจและระเบียบบังคับแต่อย่างเดียว หากต้องใช้เครื่องมือที่สามารถเพิ่มพูนสมรรถภาพในการแก้ปัญหาร่วมกัน การตัดสินกันด้วยความชอบ-ไม่ชอบเพราะคิดเห็นต่างกันและการสร้างความเกลียดชังต่อกันสามารถเป็นปัจจัยทำให้เกิดความรุนแรงและนำสังคมไปสู่ทางตันได้ ดังนั้นต้องคลี่คลายปมความเห็นต่างด้วยการขยายความรู้ความเข้าใจร่วมกัน การพิจารณาประเด็น เช่น ช่องว่างระหว่างรุ่นอายุและความแตกต่างในการให้คุณค่านั้นจำต้องใช้วิชาการรวมถึงสหวิชาการจึงจะสามารถคลี่คลายปมปัญหาได้ ในส่วนของแนวทางการดำเนินการอาจแบ่งออกเป็น…