
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตคุณภาพทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามปฏิรูปหลายครั้ง แต่กลับไม่สามารถยกระดับการเรียนรู้ให้เทียบเท่าประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างแท้จริงนายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ ในหัวข้อ “สาเหตุของปัญหาคุณภาพด้านการศึกษาประเทศไทยที่ตกต่ำ” ซึ่งกำลังถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดียและกลุ่มไลน์ของคนในแวดวงการศึกษาเสียงสะท้อนจากผู้ที่อยู่ในภาคสนามจริงอย่างนายสานิตย์ ทำให้เราได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวนักเรียนหรือครูเพียงลำพัง แต่เป็นผลสะสมจากโครงสร้าง ระบบ และการบริหารที่ผิดทิศผิดทางมานานจึงเป็นการเปิดประเด็นให้สังคมได้ทบทวนร่วมกันว่า หากเราไม่เริ่ม “เปลี่ยนจริง” คุณภาพการศึกษาของไทยอาจยิ่งตกต่ำลงกว่าที่เป็นอยู่
11 สาเหตุที่ทำให้คุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ
- ผู้นำด้านการศึกษาไม่มีความรู้ด้านการศึกษา
รัฐมนตรีศึกษาธิการมักไม่ได้มาจากสายงานการศึกษาโดยตรง จึงขาดความเข้าใจในระบบ - ขาดเสรีภาพในการบริหารและวิชาการ
ผู้บริหารและนักวิชาการไม่มีอิสระในการตัดสินใจและพัฒนานโยบายการศึกษา - ไม่ยึดกรอบนโยบายชาติ
ทั้งรัฐธรรมนูญ, พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, แผนปฏิรูปประเทศ และแผนการศึกษาชาติ ถูกมองข้าม - ละเลยหลักสูตรมาตรฐานยุคใหม่
หลักสูตรอิงศตวรรษที่ 21 (ปี 2551 และปรับปรุงปี 2560) ไม่ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง - ไม่มีการประเมินหรือวิจัยหลักสูตร
ขาดการประเมินว่าเนื้อหาหรือวิธีการสอนมีปัญหาตรงไหน การพัฒนาจึงไม่ตรงจุด - การศึกษา = ธุรกิจ
การจัดการศึกษาเน้นผลประโยชน์มากกว่าคุณภาพ ทำให้เกิดช่องโหว่ในงบประมาณและนโยบาย - สวนทางกับแนวโน้มโลก
รัฐใช้งบมหาศาลซื้อสื่อดิจิทัลให้โรงเรียน โดยไม่พิจารณาผลกระทบ เช่น สมาธิสั้น ติดเกม และเสี่ยงต่อสื่อไม่เหมาะสม ในขณะที่หลายประเทศพัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย และแม้แต่จีน กลับจำกัดการใช้สื่อเหล่านี้ในห้องเรียน - กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขาดความรู้เฉพาะทาง
ส่วนใหญ่ไม่เชี่ยวชาญด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กลับมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจด้านนโยบาย - งบประมาณหนังสือเรียนไม่เพียงพอ
งบประมาณไม่สอดคล้องกับนโยบายเรียนฟรี 15 ปี โรงเรียนและผู้ปกครองต้องแบกรับภาระ - ระบบราชการให้ค่าน้ำหนักกับตำแหน่ง มากกว่าวิชาการ
ความก้าวหน้าในสายงานมักพึ่ง “เส้นสาย” มากกว่าความสามารถ เช่น กรณีแต่งตั้ง ผอ.เขตพื้นที่ฯ ที่โปร่งใสไม่เพียงพอ - ระบบแต่งตั้งอิงตำแหน่ง มากกว่าคุณธรรม
กระทรวงศึกษาธิการใช้ตำแหน่ง “เชี่ยวชาญ” เป็นเกณฑ์ในการตั้งประธาน อ.ก.ค.ศ. โดยไม่ประเมินความเหมาะสมด้านจริยธรรมและความสามารถจริง
การศึกษาไม่ควรเป็นเรื่องของผลประโยชน์หรือเกมการเมือง แต่ควรเป็นรากฐานที่มั่นคงของอนาคตประเทศ
ถ้าเรายังเพิกเฉยต่อข้อบกพร่องเชิงระบบ และไม่กล้าทบทวนบทบาทของผู้บริหารนโยบายอย่างตรงไปตรงมา การศึกษาไทยก็อาจถอยหลังไปไกลกว่าที่คิด
ถึงเวลาที่ต้องยอมรับความจริง แล้วเริ่มต้น “ปฏิรูปจากความเข้าใจ” ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนคน แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนโครงสร้าง และเปลี่ยนทิศทาง เพื่ออนาคตของเด็กไทยและประเทศชาติอย่างยั่งยืน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: เพจ EduGuide 4.0 กระตุกต่อมคิด
