ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์อุดมศึกษาไทย! “ราชภัฏเพชรบุรี” ศึกษาตั้งคณะแพทยศาสตร์ จ่อเป็น มรภ.แห่งแรกของประเทศ แก้ปัญหาขาดแคลนหมอในภูมิภาค

ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์อุดมศึกษาไทย! “ราชภัฏเพชรบุรี” ศึกษาตั้งคณะแพทยศาสตร์ จ่อเป็น มรภ.แห่งแรกของประเทศ แก้ปัญหาขาดแคลนหมอในภูมิภาค

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ หลังสภามหาวิทยาลัยมีมติแต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์” เพื่อศึกษาแนวทางการเปิดคณะแพทยศาสตร์อย่างเป็นทางการ หากสำเร็จจะกลายเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งแรกของประเทศไทย” ที่มีคณะแพทยศาสตร์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยมี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยเข้าร่วม

ที่ประชุมมีมติอนุมัติแต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์” โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ยงยุทธ วัชรดุลย์ เป็นประธานกรรมการ เพื่อศึกษา วางแผน และขับเคลื่อนการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ในอนาคต

สะท้อนโจทย์ใหญ่ของประเทศ “บุคลากรแพทย์ยังไม่พอ”

การเดินหน้าศึกษาการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ครั้งนี้ สะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและพื้นที่ภูมิภาค

แม้ประเทศไทยจะมีการผลิตแพทย์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภา ยังชี้ให้เห็นว่าหลายพื้นที่ยังมีอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะจังหวัดขนาดกลางและพื้นที่ชนบท

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีสถาบันผลิตแพทย์หลักอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลส่วนใหญ่ยังไม่มีคณะแพทยศาสตร์โดยตรง

หากโครงการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีสามารถเดินหน้าได้จริง จะถือเป็นการเปลี่ยนภาพจำของมหาวิทยาลัยราชภัฏครั้งสำคัญ จากเดิมที่เน้นผลิตครูและพัฒนาท้องถิ่น ไปสู่การเป็นสถาบันผลิตบุคลากรทางการแพทย์ระดับประเทศ

เปิดโจทย์ใหญ่ “มรภ.” พร้อมผลิตแพทย์หรือยัง?

แม้การตั้งคณะแพทยศาสตร์จะเป็นข่าวที่สร้างความสนใจอย่างมาก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ถือเป็น “ภารกิจระดับยาก” ของมหาวิทยาลัย เพราะการเปิดคณะแพทยศาสตร์ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดหลักสูตรใหม่ทั่วไป

การผลิตแพทย์จำเป็นต้องมีองค์ประกอบจำนวนมาก เช่น

  • โรงพยาบาลหลักสำหรับการเรียนการสอนทางคลินิก
  • โรงพยาบาลเครือข่าย
  • บุคลากรทางการแพทย์และอาจารย์แพทย์
  • ห้องปฏิบัติการและเครื่องมือเฉพาะทาง
  • มาตรฐานจากแพทยสภา
  • งบประมาณระยะยาวจำนวนมาก

รวมถึงต้องผ่านกระบวนการรับรองมาตรฐานที่เข้มงวดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา หลายมหาวิทยาลัยในไทยใช้โมเดล “ความร่วมมือกับโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัด” เพื่อพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ เช่น กลุ่ม CPIRD หรือ ODOD ที่ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการผลิตแพทย์เพื่อกลับไปทำงานในภูมิลำเนา

จึงเป็นไปได้ว่า หากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเดินหน้าโครงการจริง อาจต้องอาศัยโมเดลความร่วมมือในลักษณะเดียวกัน

ถ้าสำเร็จ จะเปลี่ยนภาพมหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างไร?

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งพยายามยกระดับบทบาทของตัวเองให้ก้าวไกลกว่า “มหาวิทยาลัยผลิตครู” แบบเดิม

การเกิดขึ้นของคณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ อาจกลายเป็น turning point สำคัญของระบบอุดมศึกษาไทย เพราะสะท้อนว่า “มหาวิทยาลัยภูมิภาค” กำลังพยายามขยายบทบาทสู่การผลิตกำลังคนขั้นสูงมากขึ้น

โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย และความต้องการบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายก็มองว่า หากมหาวิทยาลัยราชภัฏสามารถผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพ และเชื่อมโยงกับพื้นที่ได้จริง ก็อาจช่วยแก้ปัญหาการกระจุกตัวของบุคลากรทางการแพทย์ในเมืองใหญ่ได้ในระยะยาว

นอกจากคณะแพทย์ ยังปรับปรุงอีก 4 หลักสูตร

นอกจากประเด็นคณะแพทยศาสตร์แล้ว ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยยังมีมติอนุมัติการปรับปรุงหลักสูตรตามแบบ สมอ.08 อีก 4 หลักสูตร ได้แก่

  • หลักสูตรหมวดวิชาศึกษาทั่วไป (ฉบับปี พ.ศ.2566)
  • หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ฉบับปี พ.ศ.2568)
  • หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา (ฉบับปี พ.ศ.2569)
  • หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (ฉบับปี พ.ศ.2568)

มหาวิทยาลัยระบุว่า การดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และผลิตกำลังคนที่ตอบโจทย์ประเทศในอนาคต

เส้นทางยังอีกยาว แต่ถือเป็น “ก้าวแรก” ที่น่าจับตา

แม้ตอนนี้จะยังเป็นเพียง “การตั้งคณะกรรมการศึกษา” และยังไม่ใช่การเปิดคณะแพทยศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่าระบบอุดมศึกษาไทยกำลังเปลี่ยนแปลง

คำถามสำคัญหลังจากนี้คือ

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจะสามารถก้าวสู่การผลิตแพทย์ได้จริงหรือไม่?
  • โมเดลการผลิตแพทย์แบบใหม่จะเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยภูมิภาคได้แค่ไหน?
  • และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” เปลี่ยนบทบาทในระบบอุดมศึกษาไทยหรือเปล่า?

สิ่งเหล่านี้อาจเป็นประเด็นที่ต้องจับตาต่อไปในอนาคต


อ้างอิง

  • มติชนออนไลน์
  • ข้อมูลจากการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ครั้งที่ 6/2569
  • ข้อมูลแพทยสภา และกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับสถานการณ์บุคลากรทางการแพทย์ของไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *