จุฬาฯ ร่วมจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล ศูนย์รวมองค์ความรู้ และงานด้านดิจิทัลอาร์ตระดับนานาชาติ

จุฬาฯ ร่วมจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล” (FAAMAI Digital Arts Hub) สร้างองค์ความรู้ เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย ยกระดับประเทศไทยสู่ฮับดิจิทัลอาร์ตของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ และปิโก (ไทยแลนด์) จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล” หรือ FAAMAI Digital Arts Hub เป็นศูนย์รวม          องค์ความรู้ด้านดิจิทัลอาร์ตของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  ผนวกองค์ความรู้ด้านศิลปะ และเทคโนโลยีด้านดิจิทัล สร้างกระแสตื่นตัวด้านดิจิทัลอาร์ตให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เร่งสร้างคน เติมเต็มความต้องการบุคลากรด้านดิจิทัลอาร์ตที่กำลังขาดแคลนทั่วโลก

จนัธ เที่ยงสุรินทร์ ผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล หรือ FAAMAI Digital Arts Hub เปิดเผยว่า “ดิจิทัลอาร์ตคือการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของศิลปิน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ในบางครั้ง     ยังรวมผู้ชมเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานได้อีกด้วย เทคโนโลยีดิจิทัลได้เปิดพรมแดนศิลปะแบบใหม่ให้ทั้ง        ตัวศิลปินและผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ซึ่งศิลปะแบบดั้งเดิมไม่สามารถทำได้ ในประเทศไทยดิจิทัลอาร์ตเป็นสาขาวิชาที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างงานในลักษณะข้ามสาขา ไม่ว่าจะเป็นงานด้านภาพ เสียง หรือศิลปะการแสดง

จนัธ กล่าวว่าโครงการศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล หรือ FAAMAI (Fine and Applied Arts Multidisciplinary Art Innovation Program) เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยคณาจารย์ในคณะศิลปกรรมศาสตร์​ จุฬาฯ ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนและความช่วยเหลือด้านการบริหารจัดการจากโครงการสร้างเสริมพลังจุฬาฯ กองทุนศตวรรษที่ 2  (C2F) ภายใต้การดูแลของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้ลงนามความตกลงความร่วมมือกับสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) ซึ่งให้ความอนุเคราะห์เรื่องสถานที่ตั้ง ณ บริเวณพื้นที่ด้านข้างอุทยาน 100  ปี จุฬาฯ ตลอดจนสาธารณูปโภคพื้นฐาน และบริษัทปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ให้ความอนุเคราะห์ในเรื่องโครงสร้างโดมยักษ์ FAAMAI Dome ซึ่งเป็นโดมเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 เมตร ความสูง           17.5 เมตร เป็นโดมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเอเชียแปซิฟิก ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ รวมทั้งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาผสานกับผลงานศิลปะ ทำให้ดิจิทัลอาร์ตน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ตลอดจนพัฒนาองค์ความรู้ด้านดิจิทัลอาร์ตผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น โครงการประกวด และเวิร์คช็อปต่างๆ

FAAMAI Digital Arts Hub เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ และงานด้านดิจิทัลอาร์ตของนิสิต นักศึกษา นักวิจัย ศิลปินไทยและต่างประเทศ ตลอดจนบุคคลทั่วไป เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของนิสิตและคณาจารย์ในด้านดิจิทัลอาร์ตให้ทัดเทียมกับระดับนานาชาติ ทั้งในแง่ของการสร้างสรรค์ผลงานและความรู้ในด้านเทคโนโลยีใหม่ ในระยะยาวก่อให้เกิดการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของประเทศนอกจากกิจกรรมทางศิลปะแล้ว พื้นที่นี้       ยังเปิดให้บริการแก่หน่วยงานและองค์กรภายนอก เพื่อใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น นิทรรศการ อีเว้นท์     งานประชุม ฯลฯ  เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสร้างภาพลักษณ์ให้สินค้าและบริการให้มีความเป็นนวัตกรรม ตื่นเต้น และทันสมัย รวมทั้งเพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมในชุมชน สร้างความตื่นตัวและสีสัน สร้างการมีส่วนร่วมและความภาคภูมิใจให้คนในชุมชน ตลอดจนสร้างรายได้ให้กับร้านค้าในชุมชนอีกด้วย” ผู้อำนวยการโครงการฯ กล่าวเสริม

ศ.ดร.บุษกร บิณฑสันต์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า คณะฯ มีพันธกิจในการผลิตศิลปินบัณฑิตที่มีความรู้ความชำนาญด้านทักษะและความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้ริเริ่ม บุกเบิก แสวงหา      คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น เพื่ออนุรักษ์ส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมเพื่อสังคมไทยสืบไป

“เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัล เราจึงควรใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัลในมิติของการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนให้เต็มที่ ซึ่งแต่ละชุมชนก็จะมีศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ และมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง ดังนั้นเมื่อเกิดดิจิทัลอาร์ตขึ้นจะช่วยให้ง่ายต่อการสร้างการรับรู้ การส่งต่อและเผยแพร่ศิลปะในวงกว้าง ในขณะเดียวกันยังช่วยเปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ สร้างความรื่นรมย์        ผ่อนคลาย ตลอดจนสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชนอีกด้วย” ศ.ดร.บุษกร กล่าว

ศ.ดร.บุษกร กล่าวเพิ่มเติมว่า บุคลากรและศิลปินด้านดิจิทัลอาร์ตแขนงต่างๆ ในประเทศไทยถือว่ายังมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่เราก็มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและมีศิลปินที่มีชื่อเสียงในระดับโลกด้วยเช่นกัน ดังนั้นในฐานะที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นแหล่งบ่มเพาะและสร้างศิลปินแขนงต่างๆ จึงควรสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการตื่นตัวด้านดิจิทัลอาร์ตในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะศาสตร์ด้านนี้จะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อโลกของเรา หากเราสามารถพัฒนาบุคลากรเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ได้     ก็จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันนักเรียน นิสิตนักศึกษาให้ความสนใจเข้ามาเรียนเกี่ยวกับดิจิทัลอาร์ตเพิ่มมากขึ้น เพราะคนไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบุคลากรที่มีความสามารถและศักยภาพสูง ดังนั้นหากเรายิ่งกระตุ้นให้เยาวชนไทยเห็นความสำคัญของดิจิทัลอาร์ต เราก็จะมีบุคลากรและศิลปินที่     เข้ามาทำงานในตลาดดิจิทัลอาร์ตเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงมุ่งสร้างพันธมิตรและเครือข่ายทั้งกับภาครัฐและเอกชน รวมทั้งระดับสากลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทางด้านองค์ความรู้ทางวิชาการ ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนศิลปินผู้ผลิตผลงานดิจิทัลอาร์ต โดยร่วมมือกับ Bauhaus University  มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านดิจิทัลอาร์ตระดับโลก วางแผนร่วมจัดเวิร์คช็อป ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้นิสิตนักศึกษาและบุคลากรของไทย

สำหรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไปในศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล จะเป็นโครงการประกวด “FAAMAI Digital Arts Competition 2020” ในหัวข้อ “New World” (Covid-19, Expectation of New Generation, Global warming, Digital disruption, Generation Gap) จัดการแข่งขันในระดับเยาวชน และระดับอุดมศึกษาอายุไม่เกิน 25 ปี โดยสามารถเลือกส่งผลงานเข้าประกวดได้ 3 ประเภท ได้แก่ Creative Coding, Film & Animation และ Interdisciplinary Art ชิงถ้วยรางวัล ประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ และ Adobe License ผู้สนใจสามารถสมัคร และส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่ 3 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563

ผู้สนใจกิจกรรมและข่าวสารต่างๆ ของ FAAMAI Digital Arts Hub สามารถติดตามได้ที่ www.chulafaamai.com และ Facebook: Faamai Digital Arts Hub และ IG: faamai_digital_cu

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *