นักวิชาการแนะโอกาสทองธุรกิจสัตว์เลี้ยงและชุมชน เทรนด์ท่องเที่ยวพร้อมสัตว์เลี้ยงมาแรง

กระแสธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไทยกำลังผลักดันให้รูปแบบการท่องเที่ยว “พร้อมสัตว์เลี้ยง” หรือ Pet-Friendly Tourism ขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกครอบครัว ทำให้เกิดความต้องการบริการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ขณะเดียวกันชุมชนไทยจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงโอกาสนี้ แต่ยังขาดโมเดลการพัฒนาที่เป็นระบบเพื่อรองรับตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง

อาจารย์กุญช์ภัสส์ บุญปลูก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะบริหารธุรกิจ กลุ่มวิชาการตลาดดิจิทัล เปิดเผยว่า “ได้ทำการศึกษาเรื่อง “การท่องเที่ยวชุมชนเพื่อสัตว์เลี้ยง : โอกาสที่ยังไม่ถูกใช้” (Pet-friendly Community Tourism: An Untapped Opportunity) ชี้ให้เห็นว่า การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะปรากฏการณ์ Pet Humanization ที่ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องการพาพวกเขาออกเดินทาง ทำกิจกรรม และใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น ทั้งยังสร้างรายได้เฉลี่ยต่อทริปสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึงร้อยละ 20 ส่งผลให้ภาคธุรกิจ โรงแรม คาเฟ่ และสถานที่ท่องเที่ยว ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น การศึกษาวิจัยด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนได้เสนอ PETS Model เป็นแนวทางสำคัญสำหรับชุมชนไทยในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาด Pet-Friendly Tourism อย่างยั่งยืน ประกอบด้วยสี่องค์ประกอบ ได้แก่ P – Prepare (การเตรียมความพร้อม) : ชุมชนต้องจัดสรรทรัพยากร วางกติกาการใช้พื้นที่ พัฒนาคนและวัฒนธรรมให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวและสัตว์เลี้ยง เช่น จัดเส้นทางท่องเที่ยวเฉพาะ หรือโซนกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง , E – E-Commerce (พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) : ใช้เทคโนโลยีสื่อสาร เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์รีวิว และแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว เพื่อสร้างการรับรู้และขยายตลาด , T – Technology (เทคโนโลยี) : ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น บริการสุขภาพทางไกล แอปพลิเคชันหาพี่เลี้ยง หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ เพื่อเสริมความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และ S – Social Responsibility (ความรับผิดชอบต่อสังคม) : เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ การควบคุมมารยาทการท่องเที่ยวของผู้พาสัตว์เลี้ยง และสร้างจิตสำนึกการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบร่วมกัน”

“นอกจากนี้หลายจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี และภูเก็ต เริ่มลงทุนสร้างพื้นที่ Pet-Friendly และทำการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อบริการที่มีคุณภาพ ทั้งที่พัก คาเฟ่ สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงบริการเสริม เช่น ช่างภาพสัตว์เลี้ยง ผู้ช่วยดูแลสัตว์ หรือกิจกรรมแบบเฉพาะทาง ที่สำคัญภาครัฐเอง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ผลักดันโครงการอย่าง Amazing Happy Paws Thailand และ Petventures ช่วยสร้างมาตรฐานและช่องทางประชาสัมพันธ์ให้ธุรกิจและชุมชนที่ต้องการพัฒนาบริการเชิง Pet-Friendly เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ขณะที่ผลสำรวจ Pet Tourist Insights ระบุว่า คนไทยกว่า 62% สนใจพาสัตว์เลี้ยงออกท่องเที่ยว และกว่า 7.5 ล้านตัวมีแนวโน้มร่วมพาเดินทางภายในประเทศ การผลักดันการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อสัตว์เลี้ยงจึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ แต่เป็นโอกาสใหม่สำหรับเศรษฐกิจฐานราก เพราะช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชน สร้างตัวเลือกการท่องเที่ยวใหม่ และผลักดันให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีแรงกระตุ้นในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานบริการอย่างต่อเนื่อง หากมีการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ชุมชน และผู้ประกอบการ จะทำให้ไทยสามารถก้าวเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้าน Pet-Friendly Tourism ในภูมิภาคได้ในอนาคต” อาจารย์กุญช์ภัสส์ บุญปลูก กล่าวเพิ่มเติม


การเติบโตของธุรกิจสัตว์เลี้ยงและกระแส Pet Humanization กำลังผลักดันให้การท่องเที่ยวแบบ Pet-Friendly เป็นโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พาสัตว์เลี้ยงเดินทางมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปสูงกว่าเดิมราว 20% ชุมชนไทยหลายแห่งมีศักยภาพรองรับตลาดนี้ หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบผ่านแนวคิด PETS Model ซึ่งครอบคลุมการเตรียมความพร้อม การใช้ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสังคม ภาครัฐและเอกชนเริ่มขับเคลื่อนโครงการสนับสนุน เช่น Amazing Happy Paws Thailand ช่วยสร้างมาตรฐานและเพิ่มทางเลือกให้ผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวและชุมชนมีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนตามเทรนด์โลกที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *