ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ — จากโรงเรียนฝึกหัดครูสู่มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น

ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ — จากโรงเรียนฝึกหัดครูสู่มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น

ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างละเอียด ตั้งแต่การก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ในสมัยรัชกาลที่ 5 พัฒนาการผ่านวิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏ จนได้รับพระราชทานนามและยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547


ถ้าพูดถึงมหาวิทยาลัยที่กระจายตัวอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยมากที่สุด คำตอบคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ สถาบันกลุ่มนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้วกว่า 130 ปี ตั้งแต่โรงเรียนฝึกหัดครูในสมัยรัชกาลที่ 5 วิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏ จนได้รับพระราชทานนามและยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในที่สุด

📌 หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่ง ได้แก่ kpru.ac.th, udru.ac.th, uru.ac.th, lru.ac.th, nrru.ac.th, chandra.ac.th และราชกิจจานุเบกษา โดยใช้ Wikipedia และแหล่งรวบรวมข้อมูลเป็นข้อมูลประกอบเพิ่มเติม


บทที่ 1 — ต้นกำเนิด: โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ พ.ศ. 2435

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครเป็นสถาบันการผลิตครูแห่งแรกของประเทศ ซึ่งได้รับการสถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในนาม “โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์” เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2435

สถาบันแห่งนี้ตั้งขึ้น ณ บริเวณโรงเลี้ยงเด็ก ตำบลสวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตครูรองรับการขยายตัวของระบบการศึกษาสมัยใหม่ที่รัชกาลที่ 5 กำลังปฏิรูปอยู่ในขณะนั้น

ในบริบทนั้น สยามกำลังปรับโครงสร้างการศึกษาอย่างขนานใหญ่ จากระบบวัดและวังสู่ระบบโรงเรียนสมัยใหม่ การมีครูที่ผ่านการฝึกหัดมาอย่างเป็นระบบจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของชาติ


บทที่ 2 — ขยายตัวสู่ภูมิภาค: โรงเรียนฝึกหัดครูทั่วประเทศ

หลังจากสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดครูในกรุงเทพฯ แล้ว รัฐบาลสยามและต่อมารัฐบาลไทยได้ขยายการฝึกหัดครูออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ในปี พ.ศ. 2466 ก่อตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมมณฑลอุดร” เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466 บริเวณสโมสรเสือป่ามณฑลอุดร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ในปีเดียวกัน ก่อตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ” ที่บ้านเวียงบัว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบัน คือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และก่อตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลนครราชสีมา”

การขยายตัวเหล่านี้สะท้อนนโยบายของรัฐในการพัฒนากำลังคนด้านการศึกษาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยเน้นโรงเรียนฝึกหัดครูสายกสิกรรมในระยะแรก เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในแต่ละพื้นที่


บทที่ 3 — ยกฐานะเป็น “วิทยาลัยครู” พ.ศ. 2501

หลังจากที่โรงเรียนฝึกหัดครูต่าง ๆ ดำเนินงานมาหลายทศวรรษ รัฐบาลได้ยกระดับสถานภาพของสถาบันเหล่านี้ขึ้นอีกขั้น

เมื่อปี พ.ศ. 2501 กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกฐานะ “โรงเรียนฝึกหัดครูมัธยม” เป็น “วิทยาลัยครู”

การยกฐานะครั้งนี้ทำให้สถาบันสามารถขยายหลักสูตรและระดับการศึกษาได้กว้างขึ้น จากการผลิตเพียงครูประถมและมัธยม สู่การผลิตบุคลากรการศึกษาในระดับสูงขึ้น

พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518

ปี พ.ศ. 2518 พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ได้ประกาศในราชกิจจนุเบกษา มีผลให้ตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ” เปลี่ยนเป็น “อธิการ”

พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้วิทยาลัยครูมีโครงสร้างและสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนขึ้น และเปิดทางสำหรับการพัฒนาต่อไปในอนาคต


บทที่ 4 — วันสำคัญ: พระราชทานชื่อ “ราชภัฏ” พ.ศ. 2535

นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของสถาบัน

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏ” ให้กับวิทยาลัยครูทั่วประเทศ

ความหมายของคำว่า “ราชภัฏ” มาจากรากศัพท์สันสกฤต แปลว่า “คนของพระราชา” หรือ “ข้าราชการ” สะท้อนถึงพันธกิจของสถาบันในการรับใช้ชาติและท้องถิ่น

ครั้นต่อมา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2538 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวราชภัฏเป็นล้นพ้นด้วยทรงพระเมตตา โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชลัญจกรประจำพระองค์ให้เป็น “สัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏ” นับเป็นมหาสิริมงคลอันควรที่ชาวราชภัฏทั้งมวลจักได้ภาคภูมิใจ

ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีจึงถือเป็น “วันราชภัฏ” ซึ่งสถาบันราชภัฏทั่วประเทศจัดกิจกรรมรำลึกและเฉลิมฉลองในวันนี้


บทที่ 5 — พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538

เมื่อปี พ.ศ. 2538 พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 จึงได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนอีกครั้งหนึ่ง

พระราชบัญญัติฉบับนี้ทำให้สถาบันราชภัฏมีสถานะชัดเจนในฐานะสถาบันอุดมศึกษา สามารถเปิดหลักสูตรได้หลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงสาขาครุศาสตร์ และมีอำนาจในการบริหารจัดการภายในมากขึ้น


บทที่ 6 — ก้าวสู่ “มหาวิทยาลัยราชภัฏ”: 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงลงพระปรมาภิไธย พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ส่งผลให้สถาบันราชภัฏทั่วประเทศ ได้รับการยกฐานะและปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา

เมื่อแรกยกฐานะ มีสถาบันราชภัฏ 41 แห่ง ที่ได้รับการเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพร้อมกัน ต่อมาบางแห่งได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยประเภทอื่น ๆ เช่น มหาวิทยาลัยนครพนม และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำให้ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏในสังกัด อว. มีจำนวน 38 แห่ง

พระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏไว้ชัดเจนว่าเป็น “สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” ต้องผลิตบัณฑิตและสร้างองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น


บทที่ 7 — ตราสัญลักษณ์และความหมายของสีในตรามหาวิทยาลัยราชภัฏ

ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งใช้ พระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 ซึ่งพระราชทานให้เมื่อ พ.ศ. 2538 เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นสถาบันใต้พระบรมราชูปถัมภ์อย่างชัดเจน

สีในตราสัญลักษณ์ราชภัฏมีความหมาย เช่น สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิดและพระราชทานนาม “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม


บทที่ 8 — มหาวิทยาลัยราชภัฏในปัจจุบัน

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏมีทั้งหมด 38 แห่ง กระจายอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ ทำให้เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยที่มีการกระจายตัวในเชิงพื้นที่สูงที่สุดในประเทศ

พันธกิจหลักที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ได้แก่ การผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม การวิจัยและพัฒนาเพื่อท้องถิ่น การให้บริการวิชาการแก่ชุมชน และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม


สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์
2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา “โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์” แห่งแรก 12 ตุลาคม
2461 เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนฝึกหัดครู”
2466 ขยายสาขาสู่ภูมิภาค เชียงใหม่ อุดร โคราช และอื่น ๆ
2501 ยกฐานะเป็น “วิทยาลัยครู”
2518 ออก พ.ร.บ. วิทยาลัยครู กำหนดโครงสร้างชัดเจน
2535 14 กุมภาพันธ์ — พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏ” (วันราชภัฏ)
2538 ออก พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ / พระราชทานพระราชลัญจกรเป็นตราสัญลักษณ์
2547 15 มิถุนายน — ยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” 41 แห่งทั่วประเทศ
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ในสังกัด อว.

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล
วันก่อตั้งสถาบันแรก 12 ตุลาคม พ.ศ. 2435
วันยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
วันสำคัญ 14 กุมภาพันธ์ — วันราชภัฏ
จำนวนมหาวิทยาลัยปัจจุบัน 38 แห่ง
สังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
พันธกิจหลัก มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ตราสัญลักษณ์ พระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9

อ้างอิงหลักจาก: kpru.ac.th, udru.ac.th, uru.ac.th, lru.ac.th, nrru.ac.th, chandra.ac.th, ราชกิจจานุเบกษา 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *