ศธ.-อว. เตรียมปรับหลักสูตร “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ย้ำเด็กไทยต้องเป็น Global Citizen แต่ไม่ทิ้งรากเหง้า

ศธ.-อว. เตรียมปรับหลักสูตร “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ย้ำเด็กไทยต้องเป็น Global Citizen แต่ไม่ทิ้งรากเหง้า

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เตรียมเดินหน้าปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาใน 3 วิชาสำคัญ ได้แก่ “ประวัติศาสตร์”, “หน้าที่พลเมือง” และ “ภาษาไทย” เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) และการรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกเปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวร่วมระหว่าง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่าการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลดความสำคัญของวิชาดังกล่าว แต่เป็นการยกระดับให้เนื้อหามีความทันสมัย ลึกซึ้ง และเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตจริงมากขึ้น

ปรับ “ประวัติศาสตร์” จากท่องจำสู่การคิดวิเคราะห์

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการปรับรูปแบบการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ จากการเน้นการจดจำข้อมูล ไปสู่การใช้กระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์และวิธีการทางประวัติศาสตร์

นายยศชนัน ระบุว่า การเรียนประวัติศาสตร์ควรทำให้นักเรียนเข้าใจพัฒนาการของประเทศ เข้าใจรากเหง้าของสังคมไทย และเห็นบทบาทของสถาบันสำคัญต่าง ๆ ที่มีต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างพลเมืองที่รู้จักที่มาของตนเองและพร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมในอนาคต

“หน้าที่พลเมือง” เน้นทักษะชีวิตและภาวะผู้นำ

สำหรับวิชาหน้าที่พลเมือง จะมีการปรับให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่มากขึ้น โดยมุ่งพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ การแก้ปัญหา และจิตสาธารณะ

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ได้จริง และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

ภาษาไทยยังสำคัญ แม้เรียนโรงเรียนนานาชาติ

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือเรื่องการใช้ภาษาไทยในกลุ่มนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการได้หารือร่วมกับสมาคมโรงเรียนนานาชาติแล้ว และเห็นตรงกันว่า แม้นักเรียนจะเรียนตามหลักสูตรนานาชาติหรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่เยาวชนไทยทุกคนควรมีทักษะการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง

กระทรวงศึกษาธิการจึงเตรียมหาแนวทางสนับสนุนการพัฒนาทักษะภาษาไทยในกลุ่มนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ โดยไม่กระทบต่อจุดเด่นหรือรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของแต่ละสถาบัน

ยกตัวอย่างญี่ปุ่น-เกาหลี รักษาภาษาแม่ควบคู่สู่สากล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษาภาษาแม่ควบคู่กับการพัฒนาความสามารถทางภาษาต่างประเทศ

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่าการก้าวสู่เวทีโลกไม่จำเป็นต้องละทิ้งอัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรม แต่สามารถพัฒนาไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล

เตรียมยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาใหม่

ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเตรียมประชุมคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยจะมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 4 มิถุนายน 2569

อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐระบุว่า รายละเอียดเกี่ยวกับการปรับปรุงรายวิชาต่าง ๆ จะอยู่ในระดับนโยบายและหลักสูตร ขณะที่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จะกำหนดกรอบหลักการกว้าง ๆ ในการพัฒนาผู้เรียนและระบบการศึกษาไทยในอนาคต

การศึกษาไทยในโจทย์ใหม่ของโลกยุคดิจิทัล

การปรับปรุงวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทยในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยที่ต้องการสร้างผู้เรียนให้มีทั้งทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต ความเป็นพลเมืองโลก และความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง

ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล การรักษาอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม และความเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ อาจกลายเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่ผู้เรียนไทยจำเป็นต้องมีควบคู่ไปกับความรู้สมัยใหม่

ที่มา

  • หนังสือพิมพ์มติชน : https://www.matichon.co.th/local/education/news_5744227
  • แถลงข่าวกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วันที่ 2 มิถุนายน 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *