ข่าวเด่น-Hilight

นักเรียน

ทุนดีดี

ครู

เด็ก Gen Alpha คือใคร — ครูต้องรู้อะไรบ้าง?

เด็ก Gen Alpha คือใคร — ครูต้องรู้อะไรบ้าง? ทำความเข้าใจบริบทที่เด็กรุ่นนี้เติบโตมา และออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้ตอบโจทย์ ถ้าครูรู้สึกว่านักเรียนในห้องเรียนตอนนี้ “ต่างออกไป” จากรุ่นก่อนๆ — ความรู้สึกนั้นไม่ได้เกินจริง แต่ก่อนจะสรุปว่าเด็กสมัยนี้ขี้เกียจ ไม่สนใจ หรือสมาธิสั้น มีคำถามที่สำคัญกว่าคือ บริบทที่เด็กรุ่นนี้เติบโตมาต่างจากรุ่นก่อนอย่างไร…

สสวท. ชวนครูเรียนรู้ “Climate Ready : เสริมทักษะรู้ความเสี่ยง รู้ทันคาร์บอนพร้อมรับมือในโลกที่เปลี่ยนแปลง”

สสวท. ชวนครูเรียนรู้ “Climate Ready : เสริมทักษะรู้ความเสี่ยง รู้ทันคาร์บอนพร้อมรับมือในโลกที่เปลี่ยนแปลง”  …

สสวท. ชวนเยาวชน “เด็กถือกล้อง” ส่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ ค้นหาวิทยาศาสตร์รอบตัว ลุ้นเผยแพร่ผลงานในปฏิทินวิทยาศาสตร์ฯ ปี 2570

สสวท. ชวนเยาวชน “เด็กถือกล้อง” ส่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ ค้นหาวิทยาศาสตร์รอบตัว ลุ้นเผยแพร่ผลงานในปฏิทินวิทยาศาสตร์ฯ ปี 2570…

สวนสุนันทาโชว์ศักยภาพผลงานนวัตกรรมการวิจัยสร้างสรรค์ด้านศิลปกรรมศาสตร์

วันที่ 25 สิงหาคม 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา พงษ์เพ็ง รักษาราชการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ได้รับมอบหมายจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ให้เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ และเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานศิลปกรรมคณาจารย์ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่คณาจารย์ในการนำเสนอผลงานนวัตกรรมการวิจัยสร้างสรรค์ด้านศิลปกรรมศาสตร์ ณ โรงละครศรีสุริยวงศ์ อาคาร 150 ปี มหาบุรุษรัตโนดม (ช่วง บุนนาค) สำนักศิลปและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา นับเป็นการนำเสนอผลงานของคณาจารย์เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศที่เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในศาสตร์งานสร้างสรรค์ ประเภทผลงานศิลปกรรม ทัศนศิลป์ และการออกแบบ โดยเป็นการบูรณาศาสตร์ด้านศิลปกรรมระหว่างนักศึกษากับคณาจารย์ของสาขาวิชาจิตรกรรมได้ เป็นการให้นักศึกษาสาขาวิชาจิตรกรรมได้พัฒนาศักยภาพร่วมกับคณาจารย์ เสริมสร้างทักษะทางศิลปกรรมพร้อมทั้งเป็นการเผยแพร่ความรู้ศาสตร์ผ่านการจัดนิทรรศการสู่สาธารณชนอีกด้วย การจัดงานในครั้งนี้กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2563 โดย สาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์…

สายเกาหลีห้ามพลาด ต้องเตรียมตัวอย่างไร ? เรียนต่อที่ไหนได้บ้าง ?

ปัจจุบันในประเทศไทยมีบริษัทของต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทยค่อนข้างเยอะ หนึ่งในนั้นคือบริษัทของประเทศเกาหลี ประกอบกับกระแส K-pop ยังคงมาแรงต่อเนื่อง พี่เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนมีวงไอดอลเกาหลีในดวงใจ พี่ก็มีเหมือนกันนะ อิอิ ? หลายคนเริ่มศึกษาภาษาเกาหลีโดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือไปเรียนเพิ่มเติมตามสถาบันต่าง ๆ ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในไทยหลาย ๆ มหาวิทยาลัยก็มีการบัญญัติหลักสูตรภาษาเกาหลีลงในการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองความต้องการของน้อง ๆ อยากรู้ว่าที่ไหนเปิดสอนบ้าง แล้วต้องเตรียมตัวอย่างไรในการสอบเข้า เพื่อที่จะได้ทำงานที่รัก มารวมกันตรงนี้เลยค่ะ พี่จะพาทัวร์เอง  คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเกาหลี มุ่งผลิตบัณฑิตให้เป็นทรัพยากรบุคคลของชาติที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาเกาหลีทั้งด้านความรู้และทักษะ เช่น การฟัง พูด อ่าน เขียนและแปล เพื่อสามารถนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาเกาหลีทั้งในหน่วยงานของรัฐและเอกชน ตลอดจนสามารถใช้ภาษาเกาหลีเพื่อเป็นสื่อในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม และเป็นพื้นฐานเพื่อการศึกษาต่อยอดในระดับที่สูงขึ้นต่อไปตามสภาพความพร้อมและความต้องการของนักศึกษาต่อไป   คุณสมบติในการเข้าศึกษาต่อ กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม. 6 หรือ…

เอาใจ “เด็กสายศิลป์” เลือกเรียนคณะที่ใช่ ได้ทำอาชีพที่ชอบ

ขอเสียงน้อง ๆ  ที่เรียนสายศิลป์ทุกคนหน่อยเร็ว หลายคนคงตั้งคำถามว่าเมื่อเรียนจบแล้วเราจะมีงานอะไรรองรับหรือเปล่า แล้วต้องเรียนคณะไหนถึงจะทำอาชีพนี้ได้ และการสอบเข้าต้องใช้คะแนนวิชาไหนบ้าง วันนี้พี่จะมาแนะนำเพื่อน้อง ๆ จะได้เลือกคณะที่ตัวเองชอบและมีเวลาในการเตรียมตัวเพิ่มมากขึ้น สายอาชีพที่เรียนมาจากกลุ่มคณะก็จะแตกต่างกันออกไป สายงานก็จะมีความแตกต่างกันตามความถนัดของตัวเอง วันนี้พี่เลยนำสายงานที่เมื่อเรียนจบจากคณะต่าง ๆ มารวมไว้เพื่อให้น้อง ๆ ได้เห็นภาพตัวเองในอนาคตชัดเจนมากยิ่งขึ้น กลุ่มคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ สำหรับกลุ่มนี้ใครที่มีความถนัดด้านภาษา อยากเรียนต่อด้านนี้ หรืออยากจะเรียนด้านสื่อ ด้านสังคม พี่ต้องขอแนะนำการศึกษาต่อในกลุ่มนี้เลย เมื่อเรียนจบแล้วอาชีพที่สามารถเลือกทำได้ อาทิ นักบัญชี, ครู อาจารย์, นักธุรกิจ, นักการตลาด, นักการธนาคารและนักลงทุน, นักเศรษฐศาสตร์, ทนายความ, อัยการ, ผู้พิพากษา, ล่าม, นักเขียน, นักแปล, นักภาษาศาสตร์, นักสื่อสารมวลชน, นักออกแบบโฆษณา, ผู้กำกับ, นักวิชาการ,…

ภาคเอกชนหนุนใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในโรงเรียนขนาดเล็ก แนะเป็นตัวช่วยจัดการเรียนรู้ พร้อมปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย

การลดลงของประชากรเกิดใหม่ส่งผลต่อจำนวนผู้เรียนในระบบน้อยลง และทำให้จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระบุว่า ปี 2562 ประเทศไทย มีโรงเรียนขนาดเล็ก 15,158 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มี 15,089 แห่ง ซึ่งเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของโรงเรียน ทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 30,000 แห่ง โดยมีผลกระทบด้านต่างๆ ที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะโรงเรียนขนาดเล็กได้รับงบประมาณน้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ด้วยค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา  ของรัฐบาลที่คิดเป็นเงินรายหัวต่อนักเรียน และการกำหนดสัดส่วนครู 1 คนต่อนักเรียน 20 คน ทำให้เกิดปัญหา     การจัดสรรครูไม่ครบชั้นเรียน และขาดแคลนครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง    แนวทางการแก้ปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กที่เกิดขึ้นคือ การยุบ ควบรวมโรงเรียน และจัดทำโรงเรียนช่วงชั้น เป็นการรวมกลุ่มของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าด้วยกันแล้วแบ่งหน้าที่การสอนเฉพาะบางช่วงชั้น และให้นักเรียนชั้นเดียวกันไปเรียนรวมกันในโรงเรียนที่ได้แบ่งช่วงชั้นไว้ อย่างไรก็ตาม ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทอย่างเข้มข้นกับการจัดการเรียนรู้ “ดิจิทัลแพลตฟอร์ม” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยลดปัญหาด้านการเรียนการสอนของโรงเรียนขนาดเล็กได้   จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงได้จัดการประชุมทางวิชาการ เพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายทางการศึกษา (OEC Forum) ครั้งที่ 4 เรื่อง ยกกำลังสองโรงเรียนขนาดเล็กด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มและโรงเรียนช่วงชั้น ซึ่งมีตัวแทนจากภาคเอกชนร่วมให้ความคิดเห็นในการเสวนา  ลดช่องว่างทางการศึกษาด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนำไปใช้ในการจัด   การการศึกษาของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น    โดย ดร.นิภาพร กุลสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ปิโก (ไทยแลนด์) ได้พัฒนา EDUCA จากงานมหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู มาสู่แพลตฟอร์ม การสื่อสารเพื่อพัฒนาครู ซึ่งนอกจากจะมีเฟซบุ๊คเพจ educathai และ www.educathai.com ที่มีคอนเทนต์หลากหลายประเด็นทั้งการเรียนการสอน…