การศึกษาไทยขยับขึ้น! IMD 2569 จัดอันดับการศึกษาไทยดีขึ้น 3 อันดับ สู่อันดับ 52 ของโลก หลังร่วงต่อเนื่องหลายปี

การศึกษาไทยขยับขึ้น! IMD 2569 จัดอันดับการศึกษาไทยดีขึ้น 3 อันดับ สู่อันดับ 52 ของโลก หลังร่วงต่อเนื่องหลายปี

IMD World Competitiveness Ranking 2026 เผยอันดับการศึกษาไทยขยับขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่ 52 ของโลก ขณะที่อัตราการรู้หนังสือดีขึ้นถึง 9 อันดับ รัฐบาลเดินหน้ายกระดับภาษาอังกฤษ STEM และ AI Literacy เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ


นับเป็นข่าวดีของวงการศึกษาไทย เมื่อผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประจำปี 2569 โดย World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้ International Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า อันดับด้านการศึกษาของไทยปรับตัวดีขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 52 ของโลก

หลังจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อันดับด้านการศึกษาของไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง การขยับขึ้นในปีนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงผลลัพธ์จากความพยายามในการพัฒนาระบบการศึกษาและการยกระดับคุณภาพผู้เรียนของประเทศ


ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 ของโลกด้านความสามารถการแข่งขัน

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการจัดอันดับ IMD ประจำปี 2569 พบว่า

  • ประเทศไทยขยับขึ้นจากอันดับ 30 มาอยู่ที่อันดับ 26 ของโลก
  • ดีขึ้น 4 อันดับจากปีที่ผ่านมา
  • ปัจจัยด้านการศึกษาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญภายใต้หมวดโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)

IMD เป็นสถาบันจัดอันดับระดับโลกที่ใช้ทั้งข้อมูลสถิติจากองค์กรระหว่างประเทศ และผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารภาคธุรกิจจากทั่วโลก เพื่อประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ


อัตราการรู้หนังสือพุ่งขึ้น 9 อันดับ

หนึ่งในตัวชี้วัดที่น่าสนใจคือ

อัตราการรู้หนังสือของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

ปรับตัวดีขึ้นถึง 9 อันดับ จากปีก่อน ขึ้นมาอยู่ที่ อันดับ 48 ของโลก

สะท้อนถึงการขยายโอกาสทางการศึกษา การเข้าถึงการเรียนรู้ และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนไทยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น


งบประมาณการศึกษาต่อนักเรียนดีขึ้น

อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ปรับตัวดีขึ้น คือ

งบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาต่อนักเรียน

ขยับขึ้น 5 อันดับ มาอยู่ที่ อันดับ 50 ของโลก

ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา และความพยายามในการลงทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน


ภาคธุรกิจมองคุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้น

ผลสำรวจความคิดเห็นจากภาคธุรกิจทั่วโลกยังพบว่า

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

ปรับตัวดีขึ้น 3 อันดับ

การศึกษาระดับอุดมศึกษา

ปรับตัวดีขึ้น 2 อันดับ

สะท้อนว่าคุณภาพการศึกษาของไทยเริ่มตอบโจทย์ความต้องการของภาคเศรษฐกิจและตลาดแรงงานได้ดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา


ยังมีจุดอ่อนที่ต้องเร่งพัฒนา

แม้ผลการจัดอันดับจะปรับตัวดีขึ้น แต่รัฐบาลยอมรับว่ายังมีหลายด้านที่ต้องเร่งยกระดับ

โดยเฉพาะ

ทักษะแรงงานระดับสูง

ตัวชี้วัดด้านแรงงานทักษะสูงปรับลดลงถึง 8 อันดับ

สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังต้องการบุคลากรที่มีทักษะเชิงลึกและทักษะเฉพาะทางมากกว่าที่ระบบการศึกษาสามารถผลิตได้ในปัจจุบัน

ทักษะภาษาต่างประเทศ

ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศลดลง 5 อันดับ

ซึ่งยังเป็นหนึ่งในจุดอ่อนสำคัญของกำลังคนไทยในยุคเศรษฐกิจโลกและการทำงานข้ามพรมแดน


ศธ. เดินหน้าปฏิรูปการศึกษา 4 ด้าน

เพื่อตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนในอนาคต กระทรวงศึกษาธิการเตรียมขับเคลื่อนแผนเชิงรุก 4 ด้าน ได้แก่

1. ยกระดับฐานข้อมูลการศึกษา

พัฒนาระบบข้อมูลให้มีความทันสมัย เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลระดับสากล เพื่อสนับสนุนการวางนโยบายและการประเมินผลที่แม่นยำ

2. พัฒนาทักษะแห่งอนาคต

เน้นส่งเสริมทักษะสำคัญที่ตลาดแรงงานต้องการ เช่น

  • STEM
  • วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • Data Management
  • ภาษาอังกฤษ
  • ทักษะดิจิทัล

3. เชื่อมโยงการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม

ส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง

  • ภาครัฐ
  • ภาคเอกชน
  • ภาคอุตสาหกรรม

เพื่อให้การผลิตกำลังคนสอดคล้องกับความต้องการจริงของประเทศ

4. สร้าง AI Literacy ให้ผู้เรียนและครู

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการพัฒนาความรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Literacy

โดยมุ่งให้ทั้งครูและผู้เรียนสามารถใช้ AI ได้อย่างถูกต้อง รู้เท่าทัน มีวิจารณญาณ และเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยี

พร้อมทั้งอยู่ระหว่างหารือกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดแนวทางการใช้เครื่องมือดิจิทัลและการบริหารจัดการ Screen Time ในสถานศึกษาให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย


สัญญาณบวกที่ต้องต่อยอด

แม้อันดับการศึกษาของไทยยังอยู่ในช่วงกลางของตารางโลก แต่การขยับขึ้น 3 อันดับในปี 2569 ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญ หลังจากอันดับลดลงต่อเนื่องมาหลายปี

โจทย์สำคัญในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการไต่ระดับอันดับโลก แต่คือการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนไทยให้มีทักษะที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ทั้งภาษา เทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์ และการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ที่มา: สำนักนายกรัฐมนตรี, World Competitiveness Center (WCC), IMD World Competitiveness Ranking 2026

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *