กองพัฒนานักศึกษา สวนสุนันทา จัดโครงการอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ มุ่งพัฒนานักศึกษาก้าวทันโลก

PR ยุค New Normal : อะไรอยู่ อะไรไป แล้วเราจะรอดอย่างไรกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน วันที่ 26 สิงหาคม 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริอร จำปาทอง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้เป็นประธานเปิดโครงการอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ ณ ห้องประชุมวรลักษณานงค์ โครงการดังกล่าว จัดโดยฝ่ายวินัยนักศึกษา กองพัฒนานักศึกษา เพื่อส่งเสริมและพัฒนากระบวนการคิดให้ก้าวทันโลกในยุค New Normal และได้รับเกียรติจากคุณโสภาวดี จันทร์ถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส คอนซัลติ้ง จำกัด มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในครั้งนี้

สอศ.จัดโครงการครูเป็นโค้ชและการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจการเกษตรสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาทักษะครูผู้สอนเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจแก่ผู้เรียนสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยได้ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจให้แก่ครู และผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นพัฒนาด้านการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โครงการการพัฒนาครูผู้สอนอาชีวศึกษาที่จัดขึ้นนี้ จะช่วยพัฒนาทักษะ และความรู้ด้านการประกอบธุรกิจที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่ผู้เข้าอบรมทุกคน ทำให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปถ่ายทอด และเป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน เป็นการเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจแก่ผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมงอีกทางหนึ่ง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2563 ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ​ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ กล่าวต่อไปว่า การดำเนินโครงการในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย 3 หน่วยงาน คือ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ (สอศ.) และสำนักความร่วมมือ (สอศ.) โดยเลือกกลุ่มครูผู้สอนสาขาการเป็นผู้ประกอบการใหม่ของศูนย์บ่มเพาะจากสถานศึกษาที่เป็นกลุ่มเป้าหมายด้านการเกษตรและประมง จำนวน 50…

“โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ” อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับน้อง ๆ สายอาชีวะ

สวัสดีจ้า สวัสดีน้อง ๆ สายอาชีวะทุกคน วันนี้พี่มีข้อมูลดี ๆ จากโรงเรียนเฉพาะทางมาแนะนำ เหมาะสำหรับน้อง ๆ ผู้ชายอาชีวะที่มีใจรักในงานช่าง และความเร็วของรถไฟ ต้องบอกว่าห้ามพลาดกันเลยทีเดียว เพราะใช้เวลาเรียนไม่นานก็สามารถทำงานกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้เลย พร้อมแล้วมาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า   “โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ” ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2480 บริเวณตรงข้ามกับโรงงานมักกะสัน ได้ทำพิธีเปิดเมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 โดยมีวัตถุประสงค์ในการอบรมนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ ให้มีความรู้ ความชำนาญในกิจการรถไฟ ปัจจุบัน โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ตั้งอยู่ในสวนรถไฟ เขตจตุจักร กำกับดูแลโดย ฝ่ายบริหารงานบุคคล การรถไฟแห่งประเทศไทย  ส่วนหลักสูตรการเรียนการสอน ได้รับการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ   3 หลักสูตรวิศวกรรมรถไฟจบแล้วทำงานแบบไหน ต้องบอกก่อนเลยว่า โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟใช้เวลาเรียน…

คณะบัญชีฯ จุฬาฯ ขยายผลโครงการ ChAMP สู่โลกดิจิทัล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Lifeline Learning

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าไม่หยุดกับ ChAMP (Chulalongkorn Alumni Mentorship Program) พลิกวิกฤติเป็นโอกาสหลังสถานการณ์โควิด-19 สร้างดิจิทัลคอนเทนต์เผยแพร่บนโลกออนไลน์ หวังทลายข้อจำกัดด้านจำนวนพี่เลี้ยง (Mentor) ที่ขาดแคลน เพื่อเปิดทางให้นิสิตนอกโครงการได้ร่วมกิจกรรม และเข้าสู่โลกของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifeline Learning) พร้อมผลักดันโครงการให้สร้างประโยชน์สาธารณะต่อภาคสังคม สมกับการเป็นเสาหลักของประเทศต่อไป   นายธงชัย บุศราพันธ์ ซีอีโอใหญ่แห่ง โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงาน โครงการ ChAMP รุ่นที่ 9 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่านับตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน เข้าปีที่ 9 โครงการ ChAMP มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบัณฑิตที่ผ่านโครงการนี้ออกสู่ภาคธุรกิจแล้ว 493 คน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากหลายหน่วยงาน พร้อมกับเสียงเรียกร้องให้มีการขยายโครงการออกสู่ภาคสังคม แต่เนื่องจากจำนวนพี่เลี้ยง (Mentor) ที่คัดเลือกจากรุ่นพี่ที่สำเร็จการศึกษา ทั้งจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และคณะอื่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ประสบความสำเร็จและมีความรู้ประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่างๆ มีจำกัด ทำให้การขยายโครงการยังทำได้ไม่เต็มที่นัก กระทั่งเกิดสถานการณ์โควิด 19 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะสร้างความยากลำบากในการเมนทอริ่งระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง             ที่เข้าร่วมโครงการที่เป็นนิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ แต่ก็ทำให้เกิดไอเดียใหม่ในการสร้างดิจิทัลคอนเทนต์เผยแพร่ไปยัง ผู้ร่วมโครงการ (Mentee) และคนนอกโครงการ ที่ไม่ใช่แค่นิสิตเท่านั้้น แต่ยังสามารถส่งต่อให้บุคคลทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ   “สถานการณ์จากโควิดทำให้เกิดการใช้ชีวิตวิถีปกติใหม่ จึงทำให้รูปแบบโครงการแชมป์เปลี่ยนไปหลายอย่าง เช่น เดิมรุ่นพี่กับรุ่นน้องเคยเจอกันแบบเจอหน้า ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีอย่างซูมมิตติ้งแทน แต่ก็ทำให้เกิดข้อดีตรงที่ทำให้คอนเทนต์ที่เคยจำกัดอยู่แค่น้องนิสิตเพียง 4 คนในกลุ่ม ก็ขยายออกไปสู่สังคมภายนอกซึ่งที่ผ่านมาเรามีความพยายามที่จะเพิ่มจำนวนพี่เลี้ยง (Mentor) ให้สามารถรองรับนิสิตทุกคนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ แต่ต้องยอมรับว่าทำได้ยาก เพราะต้องมีการคัดเลือกให้ได้พี่เลี้ยงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด การพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ จะช่วยให้น้องนอกโครงการสามารถได้รับประโยชน์ จากประสบการณ์และความรู้ที่เราถ่ายทอดให้กับน้องๆ ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการฯ (Mentee) ไปพร้อมกัน ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้ 100% เหมือนกัน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ความรู้ตรงนี้จะเปิดโอกาสให้เขาได้เปลี่ยนตัวเองได้เช่นกัน”   นายตรอง หลงสมบูรณ์ นิสิตปี 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการแชมป์ กล่าวว่าตัวเองรู้จักโครงการ ChAMP จากรุ่นพี่ค่ายอาสา ซึ่งแม้จะไม่เชื่อเสียทีเดียวนักว่าการนั่งคุยกับรุ่นพี่จะช่วยให้ค้นหาตัวเองเจอ แต่ความที่เป็นคนชอบตั้งคำถามและทดลองสิ่งใหม่ๆ จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบเกี่ยวกับอาชีพในฝัน แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า   “เป็นคำตอบที่ให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเรามีความสุขกับอะไร ชอบทำอะไร และทำอะไรได้ดี ซึ่งสำคัญกว่าอาชีพ เพราะจริงๆ แล้ว โลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา อีก 50 ปีข้างหน้า อาชีพที่ใช้ในการดำรงชีวิตอาจไม่มีสอนในคณะฯที่เราเรียนอยู่ตอนนี้ก็ได้ สิ่งที่เราต้องรู้ จึงควรเป็นคุณค่าในชีวิตตัวเองคืออะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีทางจะหาเจอได้ในห้องเรียน”     น.ส. ณภัสสร พรกุลวัฒน์ นิสิตปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กล่าวว่าความที่ทรัพยากรบุคคลของโครงการมีจำกัด ทำให้ตัวเองได้รุ่นพี่ที่อยู่ในสายงาน ไม่ตรงกับสายวิชาที่เรียน กระนั้้นแม้จะไม่ได้รับประสบการณ์ความรู้ที่ตรงกับสายวิชาที่เรียนแต่ก็ได้ประสบการณ์ความรู้ในสายวิชาอื่นที่เข้ามาช่วยเติมเต็มและสร้างความหลากหลายให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานของโลกยุคสมัยใหม่ “ตัวเองเรียนด้านการตลาด ก็จะไม่ค่อยชอบตัวเลข มาได้รุ่นพี่ที่ทำงานด้านไพรเวทแบงค์กิ้ง กับเรียลเอสเตท ทำให้ได้แง่มุมด้านการมองภาพรวมธุรกิจ และตัวเลขการลงทุน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานด้านการตลาดได้มาก”   ทั้งนี้ โครงการ ChAMP หรือ Chulalongkorn Alumni Mentorship Program เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาหลักสูตรให้เข้ากับบริบทการศึกษาในปัจจุบัน ที่การเรียนรู้ไม่ได้จำเพาะอยู่แค่ออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่เป็นไลฟ์ ไลน์เลิร์นนิ่ง อันเป็นบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยในยุควิถีปกติใหม่นับจากนี้ไป เพื่อให้นิสิตนักศึกษามีรากฐานอันแข็งแกร่งในการต่อยอดสู่โลกอนาคต

กองพัฒนานักศึกษา สวนสุนันทา จัดโครงการอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ มุ่งพัฒนานักศึกษาก้าวทันโลก

PR ยุค New Normal : อะไรอยู่ อะไรไป แล้วเราจะรอดอย่างไรกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน วันที่ 26 สิงหาคม 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริอร จำปาทอง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้เป็นประธานเปิดโครงการอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ ณ ห้องประชุมวรลักษณานงค์ โครงการดังกล่าว จัดโดยฝ่ายวินัยนักศึกษา กองพัฒนานักศึกษา เพื่อส่งเสริมและพัฒนากระบวนการคิดให้ก้าวทันโลกในยุค New Normal และได้รับเกียรติจากคุณโสภาวดี จันทร์ถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส คอนซัลติ้ง…

สอศ.จัดโครงการครูเป็นโค้ชและการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจการเกษตรสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาทักษะครูผู้สอนเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจแก่ผู้เรียนสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยได้ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจให้แก่ครู และผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นพัฒนาด้านการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โครงการการพัฒนาครูผู้สอนอาชีวศึกษาที่จัดขึ้นนี้ จะช่วยพัฒนาทักษะ และความรู้ด้านการประกอบธุรกิจที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่ผู้เข้าอบรมทุกคน ทำให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปถ่ายทอด และเป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน เป็นการเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจแก่ผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมงอีกทางหนึ่ง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2563 ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ​ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ กล่าวต่อไปว่า การดำเนินโครงการในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย 3 หน่วยงาน…

“โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ” อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับน้อง ๆ สายอาชีวะ

สวัสดีจ้า สวัสดีน้อง ๆ สายอาชีวะทุกคน วันนี้พี่มีข้อมูลดี ๆ จากโรงเรียนเฉพาะทางมาแนะนำ เหมาะสำหรับน้อง ๆ ผู้ชายอาชีวะที่มีใจรักในงานช่าง และความเร็วของรถไฟ ต้องบอกว่าห้ามพลาดกันเลยทีเดียว เพราะใช้เวลาเรียนไม่นานก็สามารถทำงานกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้เลย พร้อมแล้วมาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า   “โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ” ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2480 บริเวณตรงข้ามกับโรงงานมักกะสัน ได้ทำพิธีเปิดเมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 โดยมีวัตถุประสงค์ในการอบรมนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ ให้มีความรู้ ความชำนาญในกิจการรถไฟ ปัจจุบัน โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ตั้งอยู่ในสวนรถไฟ เขตจตุจักร…

คณะบัญชีฯ จุฬาฯ ขยายผลโครงการ ChAMP สู่โลกดิจิทัล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Lifeline Learning

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าไม่หยุดกับ ChAMP (Chulalongkorn Alumni Mentorship Program) พลิกวิกฤติเป็นโอกาสหลังสถานการณ์โควิด-19 สร้างดิจิทัลคอนเทนต์เผยแพร่บนโลกออนไลน์ หวังทลายข้อจำกัดด้านจำนวนพี่เลี้ยง (Mentor) ที่ขาดแคลน เพื่อเปิดทางให้นิสิตนอกโครงการได้ร่วมกิจกรรม และเข้าสู่โลกของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifeline Learning) พร้อมผลักดันโครงการให้สร้างประโยชน์สาธารณะต่อภาคสังคม สมกับการเป็นเสาหลักของประเทศต่อไป   นายธงชัย บุศราพันธ์ ซีอีโอใหญ่แห่ง โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงาน โครงการ ChAMP รุ่นที่ 9 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่านับตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน เข้าปีที่ 9 โครงการ ChAMP มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบัณฑิตที่ผ่านโครงการนี้ออกสู่ภาคธุรกิจแล้ว 493 คน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากหลายหน่วยงาน พร้อมกับเสียงเรียกร้องให้มีการขยายโครงการออกสู่ภาคสังคม แต่เนื่องจากจำนวนพี่เลี้ยง (Mentor) ที่คัดเลือกจากรุ่นพี่ที่สำเร็จการศึกษา ทั้งจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และคณะอื่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ประสบความสำเร็จและมีความรู้ประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่างๆ มีจำกัด ทำให้การขยายโครงการยังทำได้ไม่เต็มที่นัก กระทั่งเกิดสถานการณ์โควิด 19 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะสร้างความยากลำบากในการเมนทอริ่งระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง             ที่เข้าร่วมโครงการที่เป็นนิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ แต่ก็ทำให้เกิดไอเดียใหม่ในการสร้างดิจิทัลคอนเทนต์เผยแพร่ไปยัง ผู้ร่วมโครงการ (Mentee) และคนนอกโครงการ ที่ไม่ใช่แค่นิสิตเท่านั้้น แต่ยังสามารถส่งต่อให้บุคคลทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ   “สถานการณ์จากโควิดทำให้เกิดการใช้ชีวิตวิถีปกติใหม่ จึงทำให้รูปแบบโครงการแชมป์เปลี่ยนไปหลายอย่าง เช่น เดิมรุ่นพี่กับรุ่นน้องเคยเจอกันแบบเจอหน้า ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีอย่างซูมมิตติ้งแทน แต่ก็ทำให้เกิดข้อดีตรงที่ทำให้คอนเทนต์ที่เคยจำกัดอยู่แค่น้องนิสิตเพียง 4 คนในกลุ่ม ก็ขยายออกไปสู่สังคมภายนอกซึ่งที่ผ่านมาเรามีความพยายามที่จะเพิ่มจำนวนพี่เลี้ยง (Mentor) ให้สามารถรองรับนิสิตทุกคนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ แต่ต้องยอมรับว่าทำได้ยาก เพราะต้องมีการคัดเลือกให้ได้พี่เลี้ยงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด การพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ จะช่วยให้น้องนอกโครงการสามารถได้รับประโยชน์ จากประสบการณ์และความรู้ที่เราถ่ายทอดให้กับน้องๆ ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการฯ (Mentee) ไปพร้อมกัน ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้ 100% เหมือนกัน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ความรู้ตรงนี้จะเปิดโอกาสให้เขาได้เปลี่ยนตัวเองได้เช่นกัน”   นายตรอง หลงสมบูรณ์ นิสิตปี 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการแชมป์ กล่าวว่าตัวเองรู้จักโครงการ ChAMP จากรุ่นพี่ค่ายอาสา ซึ่งแม้จะไม่เชื่อเสียทีเดียวนักว่าการนั่งคุยกับรุ่นพี่จะช่วยให้ค้นหาตัวเองเจอ แต่ความที่เป็นคนชอบตั้งคำถามและทดลองสิ่งใหม่ๆ จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบเกี่ยวกับอาชีพในฝัน แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า   “เป็นคำตอบที่ให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเรามีความสุขกับอะไร ชอบทำอะไร และทำอะไรได้ดี ซึ่งสำคัญกว่าอาชีพ เพราะจริงๆ แล้ว โลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา อีก 50 ปีข้างหน้า อาชีพที่ใช้ในการดำรงชีวิตอาจไม่มีสอนในคณะฯที่เราเรียนอยู่ตอนนี้ก็ได้ สิ่งที่เราต้องรู้ จึงควรเป็นคุณค่าในชีวิตตัวเองคืออะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีทางจะหาเจอได้ในห้องเรียน”     น.ส. ณภัสสร พรกุลวัฒน์ นิสิตปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กล่าวว่าความที่ทรัพยากรบุคคลของโครงการมีจำกัด ทำให้ตัวเองได้รุ่นพี่ที่อยู่ในสายงาน ไม่ตรงกับสายวิชาที่เรียน กระนั้้นแม้จะไม่ได้รับประสบการณ์ความรู้ที่ตรงกับสายวิชาที่เรียนแต่ก็ได้ประสบการณ์ความรู้ในสายวิชาอื่นที่เข้ามาช่วยเติมเต็มและสร้างความหลากหลายให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานของโลกยุคสมัยใหม่ “ตัวเองเรียนด้านการตลาด ก็จะไม่ค่อยชอบตัวเลข มาได้รุ่นพี่ที่ทำงานด้านไพรเวทแบงค์กิ้ง กับเรียลเอสเตท ทำให้ได้แง่มุมด้านการมองภาพรวมธุรกิจ และตัวเลขการลงทุน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานด้านการตลาดได้มาก”   ทั้งนี้ โครงการ ChAMP หรือ Chulalongkorn Alumni Mentorship Program เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาหลักสูตรให้เข้ากับบริบทการศึกษาในปัจจุบัน ที่การเรียนรู้ไม่ได้จำเพาะอยู่แค่ออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่เป็นไลฟ์ ไลน์เลิร์นนิ่ง อันเป็นบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยในยุควิถีปกติใหม่นับจากนี้ไป เพื่อให้นิสิตนักศึกษามีรากฐานอันแข็งแกร่งในการต่อยอดสู่โลกอนาคต