ข้อสอบยากหรือระบบพัง? วิเคราะห์ TCAS กับความเหลื่อมล้ำในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไทย

ข้อสอบยากหรือระบบพัง?
วิเคราะห์ TCAS กับความเหลื่อมล้ำในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไทย

โดย กองบรรณาธิการ Eduzones

ทุกปีเมื่อผลสอบ TGAT/TPAT และ A-Level ประกาศออกมา กระแสดราม่าในโซเชียลมีเดียก็ตามมาไม่ขาด ล่าสุดในการสอบ A-Level ก็ยังคงมีเสียงวิจารณ์ว่า “ข้อสอบ A-Level ยากเกินหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย” ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าระบบ TCAS ที่ใช้ข้อสอบเหล่านี้เป็นเกณฑ์คัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยกำลังทำหน้าที่ได้ดีจริงหรือ หรือกำลังตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยไม่รู้ตัว

TCAS คืออะไร และทำงานอย่างไร

ระบบ TCAS (Thai University Central Admission System) คือระบบคัดเลือกกลางเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา บริหารจัดการโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครอบคลุมมหาวิทยาลัยกว่า 75 แห่งทั่วประเทศ โดยมีการสอบรายวิชากลาง 3 ชุดหลัก ได้แก่

TGAT (Thai General Aptitude Test) วัดความถนัดทั่วไป ประกอบด้วยทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงานในอนาคต

TPAT (Thai Professional Aptitude Test) วัดความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ แบ่งเป็น 5 ด้านตามสายการเรียน เช่น วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ศิลปกรรมศาสตร์ และครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์

A-Level (Applied Knowledge Level) วัดความรู้เชิงวิชาการตามสาขาวิชาที่เลือก เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ภาษาไทย สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ โดยอ้างอิงหลักสูตรแกนกลาง สสวท. ปี 2560

ปีการศึกษา 2568 ถือเป็นครั้งแรกที่ ทปอ. เปิดเผยเฉลยข้อสอบ A-Level พร้อมเปิดระบบรับข้อโต้แย้งเฉลยคำตอบ ซึ่งสะท้อนความพยายามในการสร้างความโปร่งใสมากขึ้น

 

ข้อสอบยากแค่ไหน และยากแบบไหน

ต้องแยกให้ชัดว่า ‘ข้อสอบยาก‘ มีอย่างน้อยสองแบบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ยากแบบแรกคือยากเพราะออกนอกหลักสูตร เด็กไม่มีโอกาสได้เรียนเนื้อหานั้น ไม่ว่าจะอ่านหนังสือมากแค่ไหนก็ตามไม่ทัน นี่คือความยากที่ไม่มีคุณค่าทางวิชาการ  ยากแบบที่สองคือยากเพราะต้องบูรณาการและประยุกต์ใช้ข้ามบท แม้จะรู้เนื้อหาแต่ก็ต้องอาศัยทักษะวิเคราะห์ ซึ่งถือว่าเป็นความยากที่มีคุณค่า — ณิชา พิทยาพงศกร นักวิจัยด้านนโยบายการศึกษา

ในทางวิชาการ ข้อสอบที่ดีควรมี ‘อำนาจจำแนก’ คือสามารถแยกแยะผู้เข้าสอบที่มีทักษะต่างระดับกันได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเนื้อหานอกหลักสูตร ปัญหาจึงไม่ใช่แค่ว่ายากหรือไม่ยาก แต่คือ ‘ยากในแบบที่ถูกต้องหรือเปล่า’

 

ใครได้เปรียบ: กวดวิชากับการแบ่งชั้นทางการศึกษา

หัวใจของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวข้อสอบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระบบเตรียมสอบที่ไม่เท่าเทียม กลไกของตลาดกวดวิชาในไทยได้เติบโตขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ เด็กที่เข้าถึงการติวข้อสอบอย่างเข้มข้น ไม่เพียงแต่จะรู้จักโจทย์แนวนั้นมากกว่า แต่ยังเรียนรู้เทคนิคเฉพาะทาง เช่น การตัดตัวเลือก การบริหารเวลา และการอ่านโจทย์แบบที่คนออกข้อสอบต้องการ

ระบบ Portfolio ที่ ทปอ. เพิ่มเข้ามาเพื่อลดการพึ่งพาข้อสอบก็ยังเผชิญปัญหาเดิม เพราะเด็กที่มีต้นทุนสูงกว่าย่อมเข้าถึงการเตรียม Portfolio ที่มีคุณภาพมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นค่ายประสบการณ์ บริษัทรับปั้นพอร์ต หรือกิจกรรมนอกหลักสูตรที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สุดท้ายแล้ว เส้นบางๆ ระหว่าง ‘เด็กเก่ง’ และ ‘เด็กมีทุน’ จึงเริ่มเลือนหายไป

 

ตัวเลขที่บอกว่าระบบนี้ ‘ไม่เท่าเทียม’

รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 2567 โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชี้ให้เห็นความเป็นจริงที่น่าตกใจ ดังนี้

  • มีนักเรียนกว่า 3 ล้านคนจากทั้งหมด 8.5 ล้านคน ที่อยู่ในครัวเรือนภายใต้เส้นความยากจน
  • นักเรียนยากจนพิเศษมีอัตราการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเพียง 13.49% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 3 เท่า
  • โอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กยากจนบางการศึกษาพบต่ำสุดเพียงร้อยละ 5 ต่างจากเด็กครอบครัวปานกลางถึง 20 เท่า
  • มีเด็กอายุ 3-18 ปี ที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาถึง 982,304 คน ในปี 2567

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่สะท้อนว่าระบบการคัดเลือกที่มีอยู่กำลังรับใช้เด็กเพียงบางกลุ่ม ไม่ใช่เด็กทุกคน

 

ข้อสอบยากช่วยพัฒนาการศึกษาได้จริงหรือ ?

คำตอบสั้นๆ คือ ‘ไม่’ ถ้าข้อสอบยากโดยไม่มีกลไกป้อนกลับ การสอบที่มีแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน ติดหรือไม่ติด โดยที่เด็กไม่ได้รับทราบว่าตัวเองอ่อนจุดไหนหรือควรพัฒนาอะไร ไม่อาจช่วยยกระดับทักษะการเรียนรู้ได้จริง

ยิ่งกว่านั้น ถ้าข้อสอบยากในแบบที่เอื้อให้เฉพาะเด็กที่มีโอกาสเข้าถึงการติวสามารถทำได้ดี มันก็กลายเป็นเครื่องมือตอกย้ำความเหลื่อมล้ำมากกว่าเป็นเครื่องมือคัดสรรความสามารถที่แท้จริง แม้ ทปอ. จะเริ่มเปิดเผยเฉลยข้อสอบ A-Level ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นก้าวที่ถูกทิศทาง แต่ก็ยังคงเป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ

 

ควรคัดเลือกอย่างไรให้เป็นธรรม ?

นักวิชาการและนักวิจัยด้านนโยบายการศึกษาเสนอแนวทางหลายประการที่ควรพิจารณา

หนึ่ง มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันสังคมควรตระหนักถึงบทบาทของตนในการลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่แค่เฟ้นหาเด็กเก่งที่สุด ประเทศมาเลเซียเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ โดยมีการสำรวจฐานะทางเศรษฐกิจของนักศึกษาเพื่อนำมาคำนวณโควตารับเด็กที่ไม่ได้ร่ำรวยเข้าสู่ระบบอุดมศึกษา

สอง ระบบการสอบควรมีกลไก Feedback ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขคะแนน แต่ต้องช่วยให้เด็กและโรงเรียนรู้ว่าจุดอ่อนอยู่ที่ไหนและควรพัฒนาอย่างไร

สาม ระบบสนับสนุนการเรียนรู้ของรัฐต้องมีคุณภาพและเท่าเทียมกันทุกพื้นที่ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรพร้อมกว่า

 

บทสรุป: นักเรียนไทยกับอนาคตที่ระบบยังตอบไม่ได้

ความจริงที่ต้องยอมรับคือ ระบบ TCAS ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แม้จะมีความตั้งใจที่ดีในการออกแบบ แต่ก็ยังคงเอื้อประโยชน์ให้กับเด็กที่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ตราบใดที่จุดเริ่มต้นของนักเรียนแต่ละคนยังเหลื่อมล้ำกันมากขนาดนี้ การ ‘เท่ากันที่ข้อสอบ’ จึงไม่ได้แปลว่าเท่าเทียมกันจริง

ปัญหาของนักเรียนไทยในวันนี้ไม่ใช่แค่ว่าข้อสอบยากหรือไม่ยาก แต่คือระบบการศึกษาที่กำหนดเพดานชีวิตของเด็กตั้งแต่เขายังเด็กเกินกว่าจะรู้จักตัวเอง เด็กจำนวนมากต้องรีบตัดสินใจเลือกสายการเรียน เลือกคณะ และเลือกอนาคต ในขณะที่ยังไม่มีโอกาสสำรวจว่าตัวเองชอบและถนัดอะไรกันแน่

โจทย์ที่แท้จริงจึงไม่ใช่การแก้ไขคุณภาพข้อสอบเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างทางเลือกทางการศึกษาที่หลากหลายกว่าแค่มหาวิทยาลัย และทำให้ทางเลือกเหล่านั้นมีศักดิ์ศรีเท่ากันในสายตาของสังคม

ถ้าระบบการศึกษาไทยยังไม่ปรับตัว นักเรียนรุ่นต่อๆ ไปก็จะยังคงแบกภาระที่ควรจะเป็นหน้าที่ของโครงสร้าง ไม่ใช่ภาระของเด็กที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิต
.

แหล่งอ้างอิง

  1. ณิชา พิทยาพงศกร. บทสัมภาษณ์โดย The Matter ว่าด้วยระบบการสอบ A-Level และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, 2567
  2. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.). รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 2567 และทิศทางสำคัญในปี 2568. Equity Forum 2025, กุมภาพันธ์ 2568
  3. สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.). โครงสร้างข้อสอบและตัวอย่างข้อสอบ TCAS68. mytcas.com, 2567
  4. SDG Move. เปิดตัวรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 2567: เด็กยากจนเรียนต่อมหาวิทยาลัยน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า. sdgmove.com, กุมภาพันธ์ 2568
  5. The Active / Thai PBS. เด็กจน 13% ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย: กสศ.เผยตัวเลขความเหลื่อมล้ำปี 67. theactive.thaipbs.or.th, กุมภาพันธ์ 2568
  6. Matichon Online. ทปอ.ประกาศเฉลยข้อสอบ A-Level ปีการศึกษา 2568 ครั้งแรก. matichon.co.th, มีนาคม 2568

เรียบเรียงโดย Eduzones.com  |  eduzones.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *