ประวัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง — จาก “ตลาดวิชา” สู่มหาวิทยาลัยเปิดที่มีผู้เรียนจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

ประวัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง — จาก “ตลาดวิชา” สู่มหาวิทยาลัยเปิดที่มีผู้เรียนจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

ประวัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) อย่างละเอียด ตั้งแต่แนวคิดก่อตั้ง สถาปนา พ.ศ. 2514 ระบบตลาดวิชาที่ไม่สอบคัดเลือก จนพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยเปิดที่มีผู้เรียนจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 อัฒจันทร์สนามศุภชลาศัย (กรีฑาสถานแห่งชาติ) แน่นขนัดไปด้วยผู้คน

พวกเขาไม่ได้มาดูกีฬา แต่มาเข้าพิธีปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่เพิ่งก่อตั้ง มหาวิทยาลัยที่ประกาศว่า ใครก็สมัครได้ ไม่ต้องสอบ ไม่จำกัดจำนวน

จำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศครั้งแรกนั้นคือ 37,198 คน


บทที่ 1 — บริบทก่อนก่อตั้ง: ปัญหาที่เรียนในระดับอุดมศึกษา

เหตุผลที่ตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีสาเหตุมาจากปัญหาการขาดแคลนที่เรียนในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย เพราะมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีสถานที่เรียนจำกัด ไม่สามารถรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ทั้งหมด เนื่องจากมีผู้ที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาแล้วไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อ

ในยุคนั้น การเข้ามหาวิทยาลัยต้องผ่านการสอบแข่งขันที่เข้มข้น มีที่นั่งจำกัด ผู้ที่สอบไม่ผ่านก็ไม่มีทางเลือก รัฐจึงต้องหาคำตอบใหม่สำหรับปัญหานี้


บทที่ 2 — แนวคิด “ตลาดวิชา”: รากฐานจากธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยเปิดของอังกฤษ

แนวคิดที่นำมาใช้กับมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีรากฐานจากสองแหล่ง

แหล่งแรกคือแนวคิด “ตลาดวิชา” ที่เคยใช้มาแล้วในมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองในยุคปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าเรียนได้โดยไม่สอบคัดเลือก แหล่งที่สองคืออิทธิพลจาก มหาวิทยาลัยเปิดแห่งสหราชอาณาจักร ที่เพิ่งก่อตั้งได้ประมาณ 1 ปีก่อนหน้า

ข้อสรุปคือให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงใช้รูปแบบ “มหาวิทยาลัยตลาดวิชา” เปิดรับสมัครโดยไม่สอบคัดเลือก ไม่จำกัดจำนวน มาเรียนก็มีชั้นเรียนให้ ไม่มาเรียนก็ศึกษาจากตำราและสื่อต่าง ๆ ด้วยตนเอง


บทที่ 3 — การเตรียมการก่อตั้ง: คณะกรรมการเตรียมการ พ.ศ. 2513

สมัยรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร ปรากฏว่า ศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ ได้รับการแต่งตั้งโดยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2513 ให้เป็นประธานใน “คณะกรรมการเตรียมการเปิดมหาวิทยาลัยรามคำแหง” พร้อมคณะกรรมการเตรียมการฯ ท่านอื่น ๆ อีก 7 ท่าน ทำหน้าที่เตรียมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหงในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ทันการเปิดในปีการศึกษา 2514


บทที่ 4 — วันสถาปนาและวันเปิดรับนักศึกษาครั้งแรก พ.ศ. 2514

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับการสถาปนาเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเมื่อ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ณ บริเวณที่ดินทั้งหมดประมาณ 300 ไร่เศษ ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 กำหนดให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยแบบตลาดวิชา มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการวิจัย ส่งเสริมวิชาการชั้นสูง และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

ในระยะแรกที่ทำการเปิดสอนได้ใช้อาคารแสดงสินค้านานาชาติที่มีอยู่เดิมเป็นที่ทำการและห้องเรียนของมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะมีการก่อสร้างอาคารถาวรขึ้นในภายหลัง

4 คณะแรกและผู้สมัครรุ่นแรก

ภาพบรรยายกาศการปฐมนิเทศครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ปี 2514
ที่มา. จาก ข่าวรามคำแหงปีที่ 1, ฉบับที่ 2 (หน้า 2), โดย มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2514, กรุงเทพฯ.

มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เปิดรับสมัครนักศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2514 เปิดสอนใน 4 คณะ คือ คณะนิติศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์

ในพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 ณ สนามศุภชลาศัย (กรีฑาสถานแห่งชาติ) มีนักศึกษาเข้าร่วม 37,198 คน ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นการประชุมที่มีคนจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่งในประเทศไทย

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการมหาวิทยาลัยที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนมีอยู่มากเพียงใดในสังคมไทยยุคนั้น

efX91n.jpgefXteW.jpgภาพบรรยากาศการปฐมนิเทศรอบ 2 ณ บริเวณด้านหน้าตึกอธิการบดี (AD1) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 2514
ที่มา. จาก ข่าวรามคำแหงปีที่ 1, ฉบับที่ 7 (หน้า 1), โดย มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2514, กรุงเทพฯ.

ที่มา https://archives.lib.ru.ac.th/s/RU-Archives/page/Orientation


บทที่ 5 — ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ อธิการบดีคนแรก

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2514 ตามมติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร และได้เปิดรับนักศึกษาครั้งแรกในปีนี้ด้วย มีผู้สนใจมาสมัครเข้าศึกษาเป็นจำนวนมากจนแน่นสนามกีฬาแห่งชาติ โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ เป็นอธิการบดีคนแรก

คำขวัญเดิมของรามคำแหง คือ “รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุน สนองคุณชาติ” เป็นของ ศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์ อธิการบดีคนแรก

นอกจากนี้วลีที่ใช้ใน “ข่าวรามคำแหง” ยุคแรกคือ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หรือ อตฺตา หิ อตฺตาโน นาโถ” ซึ่งสะท้อนปรัชญาของมหาวิทยาลัยตลาดวิชาที่นักศึกษาต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก


บทที่ 6 — วิชาแรกที่บรรยายและค่าหน่วยกิตที่ถูกที่สุดในโลก

วิชาที่เปิดบรรยายเป็นวิชาแรกคือ LB103 (การใช้ห้องสมุด) โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนรหัสวิชาเป็น LIS1003 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นไป ส่วนชื่อกระบวนวิชายังคงเดิม

เรื่องราวที่น่าสนใจอีกอย่างคือค่าหน่วยกิต มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยที่มีค่าหน่วยกิตถูกที่สุด คือ 25 บาท เดิมทีใน พ.ศ. 2514 กำหนดค่าหน่วยกิตไว้ที่ 30 บาท เนื่องจากคาดว่าอาจมีนักศึกษาเข้ามาสมัครเรียนไม่มากนัก แต่ปรากฏว่ากลับมีผู้สนใจสมัครเข้าเป็นนักศึกษาในครั้งนั้นกว่า 30,000 คน


บทที่ 7 — ชื่อ “รามคำแหง” มาจากไหน?

ชื่อ “รามคำแหง” มาจากพระนามของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทยและวางรากฐานอาณาจักรสุโขทัย

การตั้งชื่อมหาวิทยาลัยตามพระนามพ่อขุนรามคำแหงสะท้อนความมุ่งหมายที่จะให้สถาบันแห่งนี้เป็นที่พึ่งด้านการศึกษาของประชาชนทุกคน เช่นเดียวกับพ่อขุนรามคำแหงที่ทรงเปิดโอกาสให้ราษฎรเข้าถึงพระองค์ได้โดยตรง


บทที่ 8 — สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติและการขยายตัว

สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติส่วนภูมิภาค ในปีการศึกษา 2538 มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ส่วนภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในภูมิภาคและท้องถิ่นต่าง ๆ มีโอกาสได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดำรงชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเปิดสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติในจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดปราจีนบุรี และต่อมาได้เปิดสาขาวิทยบริการ
เฉลิมพระเกียรติฯ เพิ่มขึ้นอีก จนปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้จัดตั้งสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติขึ้นแล้วใน 25 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเปิดทำการสอนแล้ว 21 จังหวัด ดังนี้

1.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดนครศรีธรรมราช
2.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดอุทัยธานี
3.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดปราจีนบุรี
4.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดอำนาจเจริญ
5.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดนครพนม
6.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดแพร่
7.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดนครราชสีมา
8.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสุโขทัย
9.   สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดขอนแก่น
10. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดศรีสะเกษ
11. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดตรัง
12. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดอุดรธานี
13. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดลพบุรี
14. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดหนองบัวลำภู
15. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดชัยภูมิ
16. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดเพชรบูรณ์
17. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดกาญจนบุรี
18. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสุรินทร์
19. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดบุรีรัมย์
20. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา
21. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดเชียงราย
22. สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดพังงา

 สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติต่างประเทศ
มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ขยายการเรียนการสอนสู่ต่างประเทศ ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2546  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ปวงชนชาวไทยใน ต่างประเทศทั่วโลก เพื่อนำการอุดมศึกษาไทยสู่สากลอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันได้ขยายสู่ 30 ประเทศทั่วโลก ดังนี้
1.ประเทศแคนาดา ณ กรุงออตตาวา  นครแวนคูเวอร์
2.ประเทศสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน ดี ซี นครนิวยอร์ก นครลอสแอนเจลิส  นครชิคาโก
3.ประเทศเบลเยี่ยม ณ กรุงบรัสเซลส์
4.ประเทศฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส
5.ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี  ณ กรุงเบอร์ลิน นครแฟรงก์เฟิร์ต
6.ประเทศไอซ์แลนด์ ณ กรุงเรคยาวิค
7.ประเทศอิตาลี ณ กรุงโรม
8.ประเทศเนเธอร์แลนด์ ณ กรุงเฮก
9.ประเทศโปแลนด์ ณ กรุงวอร์ซอ
10.ประเทศสเปน ณ กรุงมาดริด
11.ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ณ กรุงเบิร์น
12.ประเทศออสเตรีย ณ กรุงเวียนนา
13.ประเทศสหราชอาณาจักร ณ กรุงลอนดอน
14.ประเทศเดนมาร์ก ณ กรุงโคเปนเฮเกน
15.ประเทศนอร์เวย์ ณ กรุงออสโล
16.ประเทศสวีเดน ณ กรุงสตอกโฮล์ม
17.ประเทศสาธารณรัฐฟินแลนด์ ณ กรุงเฮลซิงกิ
18.ประเทศบาห์เรน ณ กรุงมานามา
19.ประเทศรัฐสุลต่านโอมาน ณ กรุงมัสกัต
20.ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ณ เมืองดูไบ
21.ประเทศรัฐกาตาร์ ณ กรุงโดฮา
22.ประเทศออสเตรเลีย ณ กรุงแคนเบอร์รา นครซิดนีย์
23.ประเทศนิวซีแลนด์ ณ กรุงเวลลิงตัน
24.ประเทศกัมพูชา ณ กรุงพนมเปญ
25.ประเทศอินเดีย ณ กรุงนิวเดลี
26.ประเทศอินโดนีเซีย ณ กรุงจาร์กาตาร์
28.ประเทศมาเลเซีย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
29.ประเทศเกาหลีใต้ ณ กรุงโซล
30.ประเทศสิงคโปร์ ณ สิงคโปร์
31.ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่ง นครกวางโจว  เมืองเซี่ยเหมิน
32.ประเทศเวียดนาม ณ นครโฮจิมินห์
33.ประเทศไทย ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ

หมายเหตุ: สามารถตรวจสอบรายละเอียดแต่ละสาขาได้ที่หน้าเว็บไซต์หลักของ มหาวิทยาลัยรามคำแหง


บทที่ 9 — มหาวิทยาลัยรามคำแหงในปัจจุบัน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยรามคำแหงมี 13 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย และหน่วยงาน/สถาบันสนับสนุนการเรียนการสอนหลายแห่ง สามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยงานล่าสุดได้ที่ ru.ac.th โดยตรง

คำขวัญปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือ “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง” ซึ่งชนะการประกวดในปี 2527 โดย นงเยาว์ อาจผักปัง นักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน สะท้อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนได้รับการศึกษา


สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์
2513 3 พฤศจิกายน — แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการเปิดมหาวิทยาลัยรามคำแหง
2514 26 กุมภาพันธ์ — สถาปนามหาวิทยาลัยรามคำแหง บนพื้นที่ 300 ไร่ ถนนรามคำแหง
2514  นักศึกษาที่เข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศครั้งแรก 37,198 คน ใน 4 คณะ
2514 วิชาแรกที่บรรยาย: LB103 (การใช้ห้องสมุด)
2527 ประกวดคำขวัญ — “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง” ชนะเลิศ โดยนงเยาว์ อาจผักปัง
2548 ครม. อนุมัติยกฐานะสาขาวิทยบริการฯ จังหวัดสุโขทัย เป็นวิทยาเขตสุโขทัย

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล
วันสถาปนา 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514
อธิการบดีคนแรก ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์
รูปแบบการศึกษา มหาวิทยาลัยตลาดวิชา (ไม่สอบคัดเลือก ไม่จำกัดจำนวน)
คณะปัจจุบัน 13 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย และหน่วยงานสนับสนุนหลายแห่ง
ต้นไม้ประจำสถาบัน ต้นสุพรรณิการ์
สีประจำสถาบัน น้ำเงิน-เหลือง
วิทยาเขต หัวหมาก (รามฯ 1) / บางนา (รามฯ 2)
คำขวัญ เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง
เว็บไซต์ ru.ac.th

อ้างอิงหลักจาก: ru.ac.th/th/AboutUs/page?view=History, archives.lib.ru.ac.th, rupress.ru.ac.th, chiangrai.ru.ac.th, mhesi.nrct.go.th | อ้างอิงประกอบ: th.wikipedia.org (มหาวิทยาลัยรามคำแหง), komchadluek.net, theisaander.com, oasc.ru.ac.th | อัปเดต พฤษภาคม 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *