มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2568สะท้อนบทบาทมหาวิทยาลัยในฐานะโครงสร้างสำคัญของประเทศสร้างคน องค์ความรู้ ระบบ และนวัตกรรม สู่ Real World Impact

มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2568 สะท้อนบทบาทมหาวิทยาลัยในฐานะโครงสร้างสำคัญของประเทศสร้างคน องค์ความรู้ ระบบ และนวัตกรรม สู่ Real World Impact

 

 

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวประกาศผล รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อเชิดชูเกียรติบุคลากรผู้สร้างผลงานดีเด่นใน 5 สาขา ได้แก่ สาขาการวิจัย สาขาการแต่งตำรา สาขาการบริการ สาขาการประดิษฐ์และนวัตกรรม และสาขาความเป็นครู โดยผลงานของผู้ได้รับรางวัลสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม ถ่ายทอดความรู้ สร้างระบบบริการ และพัฒนาคน เพื่อนำความรู้ไปเชื่อมโยงกับปัญหาและความต้องการของโลกจริง อันนำไปสู่ประโยชน์ต่อผู้ป่วย ประชาชน ชุมชน ระบบสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมณ ห้องประชุม Dawn โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 137 ปี และได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจากรากฐานของการเป็นสถาบันการแพทย์ สู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศในหลากหลายศาสตร์ โดยภารกิจของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการศึกษาและการวิจัย แต่ต้องสามารถนำองค์ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ มาบูรณาการและต่อยอดให้เกิดประโยชน์จริง ทั้งต่อผู้ป่วย ประชาชน ชุมชน ระบบสุขภาพ เศรษฐกิจ และ สังคม

“มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงผลิตบัณฑิต แต่ต้องมีส่วนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาให้กับประเทศ ทั้งองค์ความรู้ คน ระบบ และนวัตกรรม เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว มหาวิทยาลัยต้องสามารถมองเห็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ตั้งคำถาม สร้างองค์ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยี และทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำสิ่งที่ค้นพบไปใช้จริง และเมื่อโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ มหาวิทยาลัยก็ต้องมีบทบาทในการสร้างคำตอบสำหรับอนาคตด้วย” อธิการบดีกล่าว

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านผลงานของผู้ได้รับ รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ การพัฒนาฐานข้อมูลระดับประเทศ การสร้างระบบบริการสุขภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การยกระดับภาคการเกษตร ไปจนถึงการสร้างรูปแบบการเรียนรู้และพัฒนาครู รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จึงเป็นรางวัลสำคัญของมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นเมื่อ พ.ศ.

2518 เพื่อเชิดชูบุคลากรผู้สร้างผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ ทั้งด้านการวิจัย การสร้างสรรค์นวัตกรรม การบริการ และความเป็นครู โดยยึดมั่นในความรู้ ความสามารถ คุณธรรม และจริยธรรม ซึ่งตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ผู้ได้รับรางวัลได้ร่วมกันสร้างองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างนวัตกรรม และสร้างคน อันเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานและ ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2568 มีผู้ได้รับรางวัลประเภทดีเด่นเฉพาะสาขา ดังนี้

1. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการวิจัย เป็นรางวัลที่มหาวิทยาลัยมหิดลมอบให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ที่มีความคิดริเริ่มในการวิจัย เพื่อสนองความต้องการ แก้ปัญหา พัฒนา หรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้แก่สังคม โดยเป็นผลงานที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่และอ้างอิงในวารสารวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ในปีนี้ มีผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการวิจัย จำนวน 2 ท่าน ได้แก่

ศาสตราจารย์ ดร.พูลชัย จรัสเจริญวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จากผลงาน “การพยากรณ์และการจัดการโรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมในประชากรไทย (MASLD)” ซึ่งศึกษาโรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม หรือ MASLD โดยมุ่งศึกษาปัจจัยเสี่ยง การพยากรณ์ผลลัพธ์ และแนวทางลดความเสี่ยงที่เหมาะสม กับประชากรไทย งานวิจัยครอบคลุมปัจจัยหลายด้าน ทั้งพันธุกรรมและประวัติครอบครัว ภาวะเมตาบอลิซึม พฤติกรรมการบริโภคอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมถึงศึกษาผลของการปรับอาหารและการออกกำลังกายความสำคัญของงานวิจัยอยู่ที่การนำข้อมูลและคำถามที่เกิดขึ้นจากชีวิตจริงของประชากรไทยมาสร้างเป็นหลักฐานทางวิชาการ ก่อน น้ำผลการศึกษากลับไปใช้ประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วย เป็นวงจร “คำถามจากชีวิตจริง – การสร้างหลักฐาน – การนำความรู้กลับไปใช้จริง” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการวิจัยที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การตีพิมพ์ผลงาน แต่ต้องสามารถสร้างประโยชน์ต่อระบบสุขภาพได้

ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จากผลงาน “A Cohort of

Antithrombotic Use and Optimal INR Level in Patients with Non-valvular Atrial Fibrillation in Thailand (COOL AF

Thailand)” จากการริเริ่ม COOL-AF Thailand Registry ฐานข้อมูลระดับประเทศที่ศึกษาการรักษา การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ Atrial Fibrillation (AF) โดยเฉพาะองค์ความรู้เกี่ยวกับการ ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและการควบคุมค่า INR ให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงทั้งการเกิดลิ่มเลือดและภาวะเลือดออก จุดเด่นของผลงานคือการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบสุขภาพ ผ่านการพัฒนา Warfarin Clinic และ Anticoagulant Clinic การทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์สุขภาพและการเข้าถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือด ขณะเดียวกัน เครือข่ายจาก COOL-AF ยังเป็นต้นแบบในการพัฒนาฐานข้อมูลและงานวิจัยด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดในมิติอื่น ๆ พร้อมกับการสร้างเครือข่ายวิจัย ระบบพี่เลี้ยง และนักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อวางรากฐานระบบวิจัยด้านสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน

2. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการแต่งตำรา เป็นรางวัลที่มอบให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้มีผลงานการแต่งตำราที่มีความโดดเด่นครบทั้ง องค์ประกอบ ได้แก่ เนื้อเรื่องรูปแบบ ความชัดเจนและถูกต้องของภาษา การสนองความขาดแคลนของตำราในสาขานั้นๆ และการเป็นที่ยอมรับของนักวิชาการในสาขาวิชานั้นๆ โดยในปีนี้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธนพงศ์ พันธุ์ภิกุลภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการแต่งตำรา จากผลงาน

“Peripheral Vascular Uitrasound* ตำราเล่มนี้เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ด้านการตรวจอัลตราชาวด์ และนำประสบการณ์จากการปฏิบัติงานมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดแก่ผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงานได้อย่างเป็นระบบ โดยเนื้อหาครอบคลุม ตั้งแต่ระดับพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงระดับกลางและระดับสูง ครอบคลุมกระบวนการตรวจ การแปลผล การรายงาน และการ สื่อสารผลการตรวจบทบาทของครูที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้และสร้างโอกาสให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้จริง

รองศาสตราจารย์ ดร. ทพ.สมศักดิ์ ไมตรีรัตนกุล คณะทันตแพทยศาสตร์ มุ่งพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านความรู้ ทักษะทางคลินิกความสามารถในการวิเคราะห์ และจริยธรรม โดยประยุกต์ใช้ Active Learning, Case-Based Learning, Problem-Based Learing และ Clinical Integration เพื่อเชื่อมโยงความรู้กับการปฏิบัติจริง นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรและระบบสนับสนุนการเรียนการสอน โดยเฉพาะ Dental Education IT System (DTEDU) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การรับนักศึกษา การลงทะเบียน การประเมินผล การติดตามความก้าวหน้า การเรียนการสอนทางคลินิก การให้คำปรึกษา และการประเมินสมรรถนะสะท้อนหลักคิด “พัฒนาคน พัฒนาความรู้ และพัฒนาระบบ”

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พญ.สุธิดา สัมฤทธิ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ มีประสบการณ์ด้านการแพทย์ การเรียนการสอน และบริหารการศึกษามากกว่า 20 ปี โดยปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากการบรรยายมาเป็น Team-Based Learning เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม ผ่านการเรียนรู้จากกรณีผู้ป่วยจริง นอกจากนี้ ยังพัฒนา Mentoring System โดยจัดอาจารย์ 1 คนดูแลนักศึกษา 5-6 คน ตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 จนสำเร็จการศึกษา ครอบคลุมทั้งการเรียน การพัฒนาตนเอง สุขภาวะ และการหล่อหลอมอัตลักษณ์ความเป็นแพทย์ สะท้อนบทบาทของครูในฐานะผู้บ่มเพาะทั้งความรู้ ความสามารถ คุณธรรม และจิตวิญญาณของการให้บริการ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีรรา กล่าวว่า ความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลทุกคนจึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนบุคคล แต่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลให้สามารถรับใช้สังคมในระดับชาติ และเชื่อมโยงองค์ความรู้ของประเทศไทยสู่เวทีโลก โดยผลงานทั้งหมดสะท้อนความหลากหลายของพันธกิจ ตั้งแต่งานวิจัย การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาระบบบริการ การสร้างนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์จริง ไปจนถึงการสร้างและบ่มเพาะคนผ่านความเป็นครู

“สำหรับผม มหาวิทยาลัยแห่งอนาคตต้องไม่ได้ถามเพียงว่า เราจะสอนอะไรให้กับนักศึกษา แต่ต้องถามด้วยว่า เราจะสร้างองค์ความรู้อะไรให้กับประเทศ ระบบอะไรที่เราสามารถพัฒนาให้ดีขึ้น เทคโนโลยีอะไรที่สามารถนำไปใช้จริง และคนที่เราสร้างขึ้นจะสามารถกลับไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณค่าของมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่เพียงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยแต่อยู่ที่สิ่งที่ความรู้ คน และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยสามารถสร้างให้เกิดขึ้นกับโลกภายนอกได้”

ผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2568 จะเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ๆ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2568 วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายาการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อนำไปใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีการติดตั้งแล้ว

กว่า 600 โรงพยาบาล

อีกผลงานคือ “กุ้งก้ามกรามเพศผู้สายพันธุ์ MU1” โดย ดร.สุพัตรา ตรีรัตน์ตระกูล สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสะท้อนการนำงานวิจัยไปตอบโจทย์ภาคการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ ทีมวิจัยพัฒนาวิธีการใช้สารประกอบทางชีวโมเลกุลเพื่อเหนี่ยวนำการเปลี่ยนเพศโดยไม่ต้องผ่าตัดเอาต่อมแอนโดรเจนิกออก ทำให้เกิดกุ้งเพศเมียใหม่ที่สามารถผสมพันธุ์กับกุ้งเพศผู้ปกติและให้กำเนิดลูกได้ โดยตั้งชื่อสายพันธุ์ว่า MU1 ตามชื่อมหาวิทยาลัยมหิดล ผลงานผ่านการทดสอบตลาดตั้งแต่ปี 2562 และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2563 ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี สามารถผลิตลูกกุ้งเพศผู้ ซึ่งแม่กุ้งก้ามกรามแปลงเพศ MU1 จะให้ลูกกุ้งก้ามกรามเพศผู้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 มีความแข็งแรง โตเร็ว ขนาดใหญ่และสม่ำเสมอ มีอัตรารอดสูง และช่วยลดระยะเวลาการเลี้ยง โดยในปี 2568 ลูกกุ้ง MU1 มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 25-30 ของการผลิตกุ้งก้ามกรามในประเทศไทย ทั้งยังได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทาง ปัญญา ผ่านการทดสอบตลาดและนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์แล้ว

ผลงานทั้งสองจึงสะท้อนภาพของมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้มอง “นวัตกรรม” เป็นเพียงผลงานในห้องทดลอง แต่ต้องคิดต่อไปถึงการ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การทดสอบตลาด การนำไปใช้จริง การขยายผล และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับระบบสุขภาพภาคการเกษตร และเศรษฐกิจของประเทศ

5. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาความเป็นครู ความเป็นครูนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องมีความรู้ทางวิชาการเพื่อจะสอนนักเรียนเท่านั้นแต่ครูยังจะต้องเป็นผู้ช่วยนักเรียนให้พัฒนาทางด้านสติปัญญา บุคลิกภาพ อารมณ์ และสังคม ตลอดจนด้านคุณธรรมและจริยธรรม ด้วย ซึ่งนอกจากการสอนแล้ว การวิจัยจะมีส่วนช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ เป็นการพัฒนาความรู้ให้แก่ศิษย์อย่างดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ตั้งรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาความเป็นครู สำหรับในปีนี้ มีผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาความเป็นครู

จำนวน 4 ท่าน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นฤมล เอมะรัตน์ คณะวิทยาศาสตร์ มีประสบการณ์ด้านการเรียนการสอนมากกว่า 30 ปี และมีบทบาทในการพัฒนาการเรียนการสอนฟิสิกส์ โดยนำ Active Learning มาใช้กับชั้นเรียนขนาดใหญ่ ผ่าน Interactive Worksheets และ Team Teaching รวมถึงพัฒนารายวิชา “วิทยาศาสตร์ท้องถิ่น” ที่เชื่อมโยงการคิดแบบวิทยาศาสตร์กับการรู้จักตนเองตามแนวคิด Transformative Learning นอกจากการพัฒนาการเรียนการสอนแล้ว ยังมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายเพื่อยกระดับการศึกษา วิทยาศาสตร์ โดยร่วมก่อตั้ง “เพื่อนครูมหิดล” และ Physics Education Network of Thailand (PENThai) เพื่อพัฒนาครูด้าน Active Learning และการเรียนการสอนปฏิบัติการฟิสิกส์ สะท้อนแนวคิดว่าการพัฒนาการศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ต้องสามารถส่งต่อไปยังครูและระบบการศึกษาในวงกว้าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริสุข รักถิ่น วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้แนวทางการเรียนรู้แบบ Experiential Learning และ Practical Action Leaming เชื่อมโยงกับกรณีศึกษา การอภิปราย Workshop และโครงงานปลายภาค เพื่อให้นักศึกษาสามารถ วิเคราะห์ปัญหา มองปัญหาได้หลายมิติ และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์จากสถานการณ์จริง ภายใต้แนวคิด “เรียนวันนี้ ใช้พรุ่งนี้”ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการทำวิจัยร่วมกับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จนนำไปสู่ผลงานวิจัยระดับนานาชาติ สะท้อนผลงานดังกล่าวสะท้อนอีกบทบาทหนึ่งของมหาวิทยาลัย คือการทำหน้าที่เป็น แหล่งสะสมและส่งต่อองค์ความรู้ของประเทศ โดยประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงถูกนำมาจัดระบบเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการเรียน การฝึกอบรม และการปฏิบัติงานทางวิชาชีพต่อไป

3. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการบริการ ที่มอบให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลผู้มีผลงานการให้บริการ มุ่งมั่นอุทิศตนให้แก่งาน มีความสามารถครบพร้อม ทั้งในด้านครองงาน ครองตน และครองใจ สำหรับในปีนี้ มีผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดลสาขาการบริการ คือ รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรพงษ์ ปิยะภาณี ภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน จากผลงาน ด้าน การให้บริการคลินิกเวชศาสตร์การท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คลินิกแห่งนี้พัฒนาจากคลินิกขนาดเล็กสู่ระบบบริการเวชศาสตร์การท่องเที่ยวและการเดินทางแบบครบวงจร ให้บริการทั้งผู้เดินทางชาวไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพภายหลังการเดินทาง ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงก่อนเดินทาง การให้คำแนะนำและวัคซีน การป้องกันโรคติดเชื้อ การดูแลผู้มีโรคประจำตัว และการประเมินสุขภาพหลังเดินทาง ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมากกว่า 10,000 รายต่อปี และครอบคลุมผู้เดินทางไปมากกว่า 70 ประเทศ คลินิกยังมีบทบาทในการบุกเบิกเวชศาสตร์การเดินทางในประเทศไทย มีการจัดตั้งหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านด้านเวชศาสตร์การเดินทาง ซึ่งได้รับการรับรองจากแพทยสภา มีผู้ผ่านการ ฝึกอบรมแล้วมากกว่า 30 คน รวมถึงแพทย์ต่างชาติรุ่นแรก ตลอดจนมีผลงานวิจัยมากกว่า 125 เรื่องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และมีส่วน ร่วมในการจัดทำตำราและเอกสารองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์การเดินทางในระดับนานาชาติ

4. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการประดิษฐ์และนวัตกรรม เป็นรางวัลมอบให้แก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่มีคุณค่าและประโยชน์ชัดเจนต่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ระบบ หรือบริการ ที่มีกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน เช่น สิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญา และผู้ขอรับรางวัลต้องมีส่วนร่วมสำคัญในการประดิษฐ์หรือคิดค้นผลงานนั้น ในฐานะหัวหน้าโครงการหรือผู้ประดิษฐ์หลัก หรือกลุ่มบุคคลที่มีส่วนร่วม รางวัลสาขาการประดิษฐ์และนวัตกรรม ในปีนี้มี 2 ผลงาน รวมผู้ได้รับรางวัล 4 ราย โดยสะท้อนการนำองค์ความรู้จากหลายศาสตร์มาร่วมกันพัฒนาเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงผลงานแรก “Artificial Intelligence in Radiology (Al in Radiology)” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช สายวิรุณพรศาสตราจารย์ ดร.นพ.ทนงชัย สิริอภิสิทธิ และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ตรงธรรม ทองดี ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ผลงานนี้เกิดจากความท้าทายของงานรังสีวินิจฉัยที่ต้องวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์จำนวนมาก โดยเฉพาะภาพเอกซเรย์ทรวงอก ทีม วิจัยจึงพัฒนาโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยวิเคราะห์ภาพและชี้ตำแหน่งที่อาจมีความผิดปกติ เพื่อช่วยให้รังสีแพทย์ค้นหาบริเวณที่น่าสงสัยได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยออกแบบให้ Al ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยแพทย์” ขณะที่การวินิจฉัยและการตัดสินใจยังคงเป็นหน้าที่ของแพทย์

สิ่งสำคัญของนวัตกรรมนี้จึงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี AI เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบูรณาการความรู้ด้านรังสีวิทยา ปัญญาประดิษฐ์วิทยาการข้อมูล วิศวกรรม และระบบบริการสุขภาพ โดยผลงานได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในเชิงพาณิชยโดยบริษัท Perceptra และได้รับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *