ประวัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย — จากมหาธาตุวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยสงฆ์ระดับนานาชาติ


ประวัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย — จากมหาธาตุวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยสงฆ์ระดับนานาชาติ

Meta Description: ประวัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) อย่างละเอียด ตั้งแต่การสถาปนามหาธาตุวิทยาลัย พ.ศ. 2430 โดยรัชกาลที่ 5 การเปิดสอนระดับมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2490 สู่การเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 และวิทยาเขตวังน้อย อยุธยา พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการ


ในปี พ.ศ. 2430 ยังไม่มีใครเรียกสถาบันแห่งนี้ว่า “มหาวิทยาลัย” แต่ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มสิ่งที่จะกลายเป็นสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของประเทศ

กว่า 130 ปีต่อมา สถาบันแห่งนั้นได้พัฒนาเป็น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) มหาวิทยาลัยสงฆ์ของรัฐที่มีสถาบันสมทบทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ

📌 หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงหลักจากเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (mcu.ac.th/pages/history) และคลังจดหมายเหตุ อว. (mhesi.nrct.go.th) โดยใช้ Wikipedia ภาษาไทยเป็นข้อมูลประกอบ


บทที่ 1 — จุดเริ่มต้น: มหาธาตุวิทยาลัย พ.ศ. 2430

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนาแห่งนี้ขึ้น โดยทรงให้ย้ายการสอนพระปริยัติธรรมจากศาลาบอกพระปริยัติธรรมภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปตั้งที่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อ พ.ศ. 2430 เพื่อเป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายและคฤหัสถ์ และโปรดให้เรียกว่า “มหาธาตุวิทยาลัย”

มหาธาตุวิทยาลัยเปิดทำการสอนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432


บทที่ 2 — พระราชทานนาม “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” พ.ศ. 2439

หลังจากเปิดการสอนมาได้ 7 ปี วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2439 มีพระบรมราชโองการเปลี่ยนนามใหม่จากมหาธาตุวิทยาลัยเป็น “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์สืบไป

ชื่อ “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” ได้รับพระราชทานเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยอัญเชิญส่วนหนึ่งของพระปรมาภิไธยมาเป็นชื่อสถาบันสืบไป


บทที่ 3 — ช่วงเปลี่ยนผ่านของการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนเดิม

นับแต่ได้รับพระราชทานนาม มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยดำเนินการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนเดิมมาตลอด โดยยังคงใช้ชื่อมหาธาตุวิทยาลัยในการดำเนินการ ช่วงสองทศวรรษแรกการจัดการเรียนการสอนยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากคณะสงฆ์และรัฐเท่าที่ควร ทำให้ประสบปัญหาด้านสถานะของมหาวิทยาลัยและงบประมาณเป็นอย่างมาก แต่ก็สามารถจัดการศึกษามาได้อย่างต่อเนื่อง


บทที่ 4 — ก้าวสำคัญ: ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2490

ใน พ.ศ. 2489 พระพิมลธรรม อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ รูปที่ 15 มีความประสงค์จะปรับปรุงการศึกษาภายในสถาบันให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2490 พระพิมลธรรม (ช้อย ฐานทตฺตเถร) จัดประชุมพระมหาเถรานุเถระฝ่ายมหานิกาย จำนวน 57 รูป ณ ตำหนักสมเด็จ วัดมหาธาตุฯ และประกาศให้มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยดำเนินการจัดการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงในระดับมหาวิทยาลัย

วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเปิดการศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดสอนระดับปริญญาตรี คณะพุทธศาสตร์ เป็นคณะแรก

ต่อมาใน พ.ศ. 2500 ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบการวัดผลมาเป็นระบบหน่วยกิต โดยกำหนดให้นิสิตต้องศึกษาอย่างน้อย 126 หน่วยกิต และปฏิบัติศาสนกิจ 1 ปีก่อนรับปริญญาบัตร

พ.ศ. 2505 เปิดสอนคณะครุศาสตร์ และ พ.ศ. 2506 เปิดสอนคณะเอเชียอาคเนย์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นคณะมานุษยสงเคราะห์ศาสตร์ใน พ.ศ. 2516)


บทที่ 5 — พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะ พ.ศ. 2527

วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2527 วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติ และ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2527 พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยใน พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2527 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 101 ตอนที่ 140 วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2527

สาระสำคัญคือ รับรองวิทยฐานะเปรียญธรรม 9 ประโยค และปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งให้มีศักดิ์และสิทธิเท่าปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยทั่วไป

ผลจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ทำให้มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเติบโตอย่างรวดเร็ว จากที่เคยมีวิทยาเขตเพียงหนึ่งแห่งใน พ.ศ. 2527 ได้มีวิทยาเขตเพิ่มขึ้นเป็น 9 แห่ง ใน พ.ศ. 2534 และมหาวิทยาลัยตั้งบัณฑิตวิทยาลัยใน พ.ศ. 2531 พร้อมเปิดการศึกษาระดับปริญญาโทในปีเดียวกัน


บทที่ 6 — พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยใน พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 ซึ่งกำหนดให้มหาวิทยาลัยมีฐานะเป็น มหาวิทยาลัยของรัฐ ทำให้สถานะของมหาวิทยาลัยมั่นคงและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นทางการ


บทที่ 7 — ย้ายสู่วังน้อย อยุธยา: ศูนย์กลางถาวร

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 นายแพทย์รัศมี คุณหญิงสมปอง วรรณิสสร ถวายที่ดินจำนวน 84 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา ที่ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแก่มหาวิทยาลัย รวมกับที่ดินที่มหาวิทยาลัยจัดซื้อเพิ่มเติม ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมด 323 ไร่

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างมหาวิทยาลัย ณ ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยย้ายที่ทำการจากวัดมหาธาตุและวัดศรีสุดาราม กรุงเทพมหานคร มายังที่ทำการแห่งใหม่ ณ กิโลเมตรที่ 55 ถนนพหลโยธิน ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


บทที่ 8 — ขยายสู่นานาชาติ: ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 มหาวิทยาลัยขยายการศึกษาไปสู่ต่างประเทศ โดยรับ วิทยาลัยพุทธศาสนาดองกุก ชอนบอบ ประเทศเกาหลีใต้ เข้าเป็นสถาบันสมทบแห่งแรก ต่อมามีสถาบันสมทบในหลายประเทศ ได้แก่ ไชนิสไทเป (พ.ศ. 2547) ศรีลังกา สิงคโปร์ (พ.ศ. 2550) และฮังการี (พ.ศ. 2553)

พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยอนุมัติโครงการ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ เพื่อเป็นที่ศึกษาของบรรพชิตและคฤหัสถ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551 จัดตั้ง สมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ มีสมาชิก 117 สถาบันทั่วโลก

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยร่วมกับองค์กรพระพุทธศาสนาทั่วโลกลงนามจัดตั้ง สมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก สะท้อนบทบาทสำคัญของ มจร. ในการสร้างเครือข่ายองค์กรพระพุทธศาสนานานาชาติและการจัดงานวันวิสาขบูชาโลก


สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์
2430 รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนา “มหาธาตุวิทยาลัย” ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
2432 8 พ.ย. — เปิดทำการสอนอย่างเป็นทางการ
2439 13 ก.ย. — พระราชทานนาม “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”
2489 พระพิมลธรรม (ช้อย ฐานทตฺตเถร) ริเริ่มปรับปรุงการศึกษาให้ได้ระดับมหาวิทยาลัย
2490 9 ม.ค. — ประชุมพระมหาเถรานุเถระ 57 รูป ประกาศยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย
2490 18 ก.ค. — เปิดการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย คณะพุทธศาสตร์เป็นคณะแรก
2500 ปรับเปลี่ยนเป็นระบบหน่วยกิต (126 หน่วยกิต)
2505 เปิดคณะครุศาสตร์
2506 เปิดคณะเอเชียอาคเนย์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นคณะมานุษยสงเคราะห์ศาสตร์ พ.ศ. 2516)
2527 8 ต.ค. — พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2527 รับรองวิทยฐานะเปรียญธรรม 9 ประโยค และปริญญาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ให้มีศักดิ์เทียบเท่ามหาวิทยาลัยทั่วไป
2531 เปิดบัณฑิตวิทยาลัย / เปิดสอนระดับปริญญาโท
2540 21 ก.ย. — พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 มีผลใช้บังคับ กำหนดให้มหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ
2542 13 ธ.ค. — พิธีวางศิลาฤกษ์ที่วังน้อย อยุธยา
2551 1 ต.ค. — ย้ายที่ทำการหลักมาวังน้อย อยุธยา
2552 29 เม.ย. — ร่วมกับองค์กรพระพุทธศาสนาทั่วโลกลงนามจัดตั้งสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก สะท้อนบทบาทของ มจร. ในการสร้างเครือข่ายพระพุทธศาสนานานาชาติ

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล
วันสถาปนา (มหาธาตุวิทยาลัย) พ.ศ. 2430
วันเปิดทำการสอน 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432
วันพระราชทานนาม 13 กันยายน พ.ศ. 2439
วันเปิดเป็นมหาวิทยาลัย 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2490
วันได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ 21 กันยายน พ.ศ. 2540
รูปแบบ มหาวิทยาลัยของรัฐ (มหาวิทยาลัยสงฆ์)
ชื่อย่อ มจร. / MCU
ที่มาของชื่อ อัญเชิญส่วนหนึ่งของพระปรมาภิไธยรัชกาลที่ 5 มาเป็นชื่อสถาบันเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
จุดเด่น หนึ่งในมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของประเทศไทย / ศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติ
ที่ตั้ง เลขที่ 79 หมู่ที่ 1 ถนนพหลโยธิน กม.55 ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13170
เว็บไซต์ https://www.mcu.ac.th

อ้างอิงหลักจาก: mcu.ac.th/pages/history (ประวัติมหาวิทยาลัยทางการ มจร.) | อ้างอิงประกอบ: mhesi.nrct.go.th/archives, th.wikipedia.org (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *