ศธ. เตรียมลดภาระครูครั้งใหญ่! ลุ้น 27 พ.ค. ประกาศแผน “ลดโครงการประเมินซ้ำซ้อน” คืนเวลาสอนสู่ห้องเรียน

ศธ. เตรียมลดภาระครูครั้งใหญ่! ลุ้น 27 พ.ค. ประกาศแผน “ลดโครงการประเมินซ้ำซ้อน” คืนเวลาสอนสู่ห้องเรียน

กลายเป็นประเด็นที่ครูทั่วประเทศจับตา หลัง นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมประกาศแนวทางสำคัญในการ ลดภาระงานครูและตัดโครงการประเมินที่ซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนเพื่อ “คืนครูสู่ห้องเรียน” และเพิ่มเวลาให้ครูได้ทำหน้าที่ด้านการเรียนการสอนอย่างเต็มที่

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีเสียงสะท้อนจากครูในหลายพื้นที่ว่า ปัจจุบันภาระงานเอกสารและโครงการจำนวนมากใช้เวลานอกเหนือจากการสอน จนส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนและคุณภาพชีวิตของครูโดยตรง

ศธ. เล็ง “รวมโครงการ” ลดประเมินหลายรอบ

จากการหารือของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวคิดที่จะ ควบรวมโครงการที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน และปรับเป็นรูปแบบ

“ประเมินครั้งเดียว ใช้ได้หลายโครงการ”

แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการจัดทำเอกสารซ้ำ ลดภาระการจัดกิจกรรมเพื่อการประเมินหลายครั้ง และลดการส่งข้อมูลซ้ำหลายระบบ

นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มในการ ทบทวนหรือยกเลิกบางกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยตรง เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับผู้เรียนมากขึ้น


ปัญหาที่ครูสะท้อนมานาน: งานเอกสารมากกว่างานสอน?

หนึ่งในปัญหาที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องคือ ครูจำนวนมากต้องใช้เวลาไปกับ

  • การจัดทำรายงานหลายรูปแบบ
  • การจัดเตรียมเอกสารเพื่อรับการประเมิน
  • การส่งข้อมูลหลายระบบ
  • การเข้าร่วมโครงการที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน
  • งานธุรการนอกเหนือจากการสอน

รมช.ศธ. ระบุว่า จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของครู พบว่าหลายคนรู้สึกเหนื่อยล้ากับภาระงานลักษณะนี้ และต้องการมีเวลาเตรียมการสอนและดูแลนักเรียนมากขึ้น


AI อาจถูกนำมาใช้ช่วยลดภาระงานครู

นอกจากการลดโครงการที่ซ้ำซ้อนแล้ว กระทรวงศึกษาธิการยังมีแนวคิดในการนำ เทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลและลดขั้นตอนงานเอกสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสถานศึกษา

หากมีการดำเนินการจริง อาจช่วยลดเวลาในการจัดทำรายงานและการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ลงได้


สิ่งที่ครูทั่วประเทศกำลังรอในวันที่ 27 พฤษภาคม

แม้ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด แต่สิ่งที่หลายฝ่ายจับตาคือ

📌 จะมีโครงการใดถูกควบรวมหรือยกเลิกบ้าง

📌 ระบบการประเมินแบบใหม่จะมีรูปแบบอย่างไร

📌 ภาระด้านเอกสารจะลดลงมากน้อยแค่ไหน

📌 การใช้เทคโนโลยีจะช่วยครูได้จริงหรือไม่


การลดภาระงานครูถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกเรียกร้องมาหลายปี และหากมาตรการครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบการศึกษาไทย ที่ช่วยให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น และกลับไปทำหน้าที่หลักในห้องเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *