‘ศ.ดร.ยศชนัน’ ดัน Skill Portfolio โมเดลเทียบสิงคโปร์ ชูเพิ่มทักษะ–สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ รับสังคมสูงวัย

‘ศ.ดร.ยศชนัน’ ดัน Skill Portfolio โมเดลเทียบสิงคโปร์ ชูเพิ่มทักษะ–สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ รับสังคมสูงวัย

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากร และตลาดแรงงาน ทำให้การพัฒนาทักษะของคนในประเทศกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศกำลังปรับระบบการศึกษาและการพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์โลกอนาคต

ล่าสุด วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนา ระบบแฟ้มสะสมทักษะ หรือ Skill Portfolio ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบ Portfolio ในประเทศไทย

โดยแนวคิดดังกล่าวมีการศึกษาและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี และมีรูปแบบใกล้เคียงกับโมเดล SkillsFuture ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และยกระดับทักษะของประชากรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า ปัจจุบันบริบทของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างงบประมาณ ทำให้จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ควบคู่ไปกับแนวคิดเดิม เพื่อให้ระบบดังกล่าวมีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยมากขึ้น

“ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องนี้ แต่การดำเนินการต้องคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละมหาวิทยาลัย และการพัฒนาศักยภาพของคนควบคู่กันไป” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

มองทักษะเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่”

นอกจากการปรับระบบ Portfolio แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ยังมองว่าการพัฒนาทักษะของประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

โดยแนวทางดังกล่าวจะมุ่งดำเนินการใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่

1. ยกระดับเศรษฐกิจเดิมผ่านการเพิ่มทักษะ (Upskill)

เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มทักษะให้กับกำลังแรงงานเดิมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการทำงาน รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

2. สร้าง “New Growth Engine” ผ่านผู้ประกอบการยุคใหม่

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการ และการเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มสามารถพัฒนาทักษะเพิ่มเติม รวมถึงได้รับการรับรองสมรรถนะด้านวิชาชีพ

รัฐ–มหาวิทยาลัย–เอกชน ต้องทำงานร่วมกัน

ศ.ดร.ยศชนัน ยังมองว่าการพัฒนาระบบทักษะในอนาคตไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่ต้องเกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านการลงทุน และหน่วยงานพัฒนาฝีมือแรงงาน

“แม้เศรษฐกิจจะเผชิญความท้าทาย แต่หากเราให้ความสำคัญกับเรื่องทักษะ ก็ยังมีโอกาสในการสร้างการเติบโตใหม่ได้”

การผลักดัน Skill Portfolio จึงอาจไม่ใช่เพียงการปรับรูปแบบแฟ้มสะสมผลงานหรือระบบคัดเลือกทางการศึกษาเท่านั้น แต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดครั้งสำคัญ ที่มองว่า “ทักษะ” อาจกลายเป็นหนึ่งในทุนสำคัญของประเทศในอนาคต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *