ครูไทยหนุนเด็กเรียนรู้สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD แต่ปัญหาขาดแคลนครูยังเป็นโจทย์ใหญ่ของการศึกษา

ครูไทยหนุนเด็กเรียนรู้สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD แต่ปัญหาขาดแคลนครูยังเป็นโจทย์ใหญ่ของการศึกษา

บทวิเคราะห์ผล PISA 2025 ที่ กสศ. นำเสนอ สะท้อนความสำคัญของครูทั้งด้านจำนวน ความพร้อมในการสอน และการดูแลผู้เรียน โดยนักเรียนไทยรายงานว่าได้รับการสนับสนุนจากครูวิทยาศาสตร์ในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย OECD ชี้ให้เห็นจุดแข็งที่ควรรักษา ควบคู่กับการแก้ปัญหาขาดแคลนครูและการจัดสรรบุคลากรให้เหมาะสม

การยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักสูตร หนังสือเรียน หรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการมีครูเพียงพอ ครูมีความพร้อมตรงกับวิชาที่รับผิดชอบ และมีเวลาช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลวิเคราะห์ที่เผยแพร่ประกอบการถอดรหัสผลประเมิน PISA 2025 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ชวนมองบทบาทของครูผ่านสองมิติสำคัญ ได้แก่ ความพร้อมของบุคลากรในโรงเรียน และ คุณภาพของการสนับสนุนผู้เรียนในห้องเรียน โดย กสศ. ได้เผยแพร่หน้ารายงานฉบับพิเศษเกี่ยวกับผลประเมินดังกล่าวแล้ว

มีครูเพียงพอ และพร้อมสอนตรงวิชา สำคัญต่อโอกาสเรียนรู้

ในมิติด้านบุคลากร สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงจำนวนครูรวมของโรงเรียน แต่รวมถึงความเหมาะสมของการจัดสรรครู ความสอดคล้องระหว่างความเชี่ยวชาญกับวิชาที่สอน และการมีบุคลากรช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ตามความจำเป็น

โรงเรียนที่มีครูครบตามจำนวนอาจยังเผชิญข้อจำกัด หากขาดผู้สอนในบางสาขา หรือครูต้องรับผิดชอบหลายวิชานอกเหนือจากความเชี่ยวชาญ ขณะเดียวกัน การขาดผู้ช่วยสอนหรือบุคลากรสนับสนุนอาจทำให้การดูแลนักเรียนที่มีความต้องการแตกต่างกันทำได้ยากขึ้น

ประเด็นนี้จึงต้องพิจารณาจากสภาพจริงของแต่ละโรงเรียน ทั้งจำนวนผู้เรียน ระดับชั้น รายวิชา และความจำเป็นในการช่วยเหลือเด็กเป็นรายบุคคล

บทวิเคราะห์ระบุ โรงเรียนขาดแคลนบุคลากรสัมพันธ์กับคะแนนวิทยาศาสตร์ที่ต่ำกว่า

ตามข้อความวิเคราะห์ที่ได้รับ โรงเรียนที่เผชิญการขาดแคลนครู ผู้ช่วยสอน หรือมีบุคลากรที่คุณวุฒิและความพร้อมไม่เพียงพอต่อหน้าที่ มีนักเรียนที่ทำคะแนน PISA ด้านวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าประมาณ 10–16 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ควรอ่านว่าเป็น ความสัมพันธ์ที่พบจากการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าการขาดครูเพียงปัจจัยเดียวทำให้คะแนนลดลงเท่ากันในทุกโรงเรียน เพราะผลลัพธ์การเรียนรู้อาจเกี่ยวข้องกับฐานะครอบครัว ทรัพยากรของโรงเรียน และบริบทอื่นร่วมด้วย

ส่วนการเทียบความต่างของคะแนนเป็น “การเรียนรู้ที่หายไป 0.5–0.8 ปีการศึกษา” ต้องตรวจสอบวิธีคำนวณและข้อจำกัดจากเอกสารต้นฉบับก่อนนำไปใช้ ไม่ควรตีความว่าเด็กทุกคนในโรงเรียนที่ขาดครูสูญเสียเวลาเรียนจริงตามจำนวนดังกล่าว

จุดแข็งของไทย: นักเรียนรายงานว่าได้รับการสนับสนุนจากครูสูง

อีกมิติที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนของครู หรือ Teacher Support ในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ ซึ่งข้อความวิเคราะห์ที่ได้รับระบุว่า นักเรียนไทยได้รับการสนับสนุนในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD

พฤติกรรมการสนับสนุนที่กล่าวถึง ได้แก่

  • ครูให้ความสนใจนักเรียนทุกคนในชั้นเรียน
  • ครูช่วยเหลือเมื่อนักเรียนต้องการความช่วยเหลือ
  • ครูดูแลผู้เรียนที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม
  • ครูสอนและอธิบายจนกว่านักเรียนจะเข้าใจ
  • ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น

ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้มองเห็นประสบการณ์ของนักเรียนต่อการเรียนในห้องเรียน และบทบาทของครูในการช่วยให้ผู้เรียนก้าวผ่านจุดที่ยังไม่เข้าใจ

อย่างไรก็ตาม การรายงานว่าได้รับการสนับสนุนสูง ไม่ใช่การจัดอันดับคุณภาพครูโดยรวม และไม่ควรนำไปสรุปว่าครูทุกคนหรือทุกโรงเรียนมีสภาพการทำงานเหมือนกัน

การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องมีความหมายต่อเด็กที่โอกาสจำกัด

สำหรับนักเรียนที่ครอบครัวมีข้อจำกัดด้านรายได้ การได้รับคำอธิบายเพิ่มเติมและความช่วยเหลือจากครูอาจมีความหมายมาก เพราะผู้เรียนแต่ละคนเข้าถึงหนังสือ อุปกรณ์ พื้นที่อ่านหนังสือ หรือผู้ช่วยทบทวนบทเรียนที่บ้านได้ไม่เท่ากัน

การเปิดโอกาสให้ถามโดยไม่รู้สึกอับอาย การให้ข้อเสนอแนะที่นำไปแก้ไขงานได้ และการติดตามว่านักเรียนเข้าใจบทเรียนหรือไม่ จึงเป็นแนวทางที่โรงเรียนสามารถใช้ดูแลความแตกต่างของผู้เรียน

ทั้งนี้ การช่วยเหลือเด็กยากจน เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ หรือเด็กกลุ่มเปราะบาง ไม่ควรเป็นภาระของครูคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องมีทรัพยากร บุคลากร และระบบส่งต่อที่เหมาะสมรองรับด้วย

รักษาจุดแข็งของครู พร้อมแก้ข้อจำกัดของระบบ

ข้อค้นพบที่นำเสนอชวนให้พิจารณาว่า หากต้องการให้ครูช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ระบบการศึกษาควรสนับสนุนเงื่อนไขการทำงานของครูควบคู่กัน

แนวทางที่ควรพิจารณา ได้แก่ การจัดสรรครูให้ตรงกับความต้องการรายวิชา ลดงานที่เบียดบังเวลาสอน และเพิ่มการพัฒนาวิชาชีพที่นำไปใช้ในห้องเรียนได้จริง รวมถึงจัดบุคลากรสนับสนุนตามความจำเป็นของผู้เรียน

สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกล การออกแบบวิธีสอนและเครือข่ายช่วยเหลือจำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทเฉพาะด้วย ตัวอย่างประสบการณ์ที่ กสศ. เผยแพร่เกี่ยวกับการสอนคละชั้นสะท้อนว่า ครูต้องอาศัยทักษะเฉพาะ สื่อการเรียนรู้ และการสนับสนุนทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลผู้เรียนต่างวัยและต่างระดับความสามารถ

บทบาทของครูจึงควรถูกมองพร้อมกันทั้งสองด้าน คือความทุ่มเทในการดูแลเด็ก และเงื่อนไขที่ทำให้ครูสามารถทำหน้าที่นั้นได้อย่างมีคุณภาพ การพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ต้องลงทุนกับทั้งผู้เรียน ครู และระบบสนับสนุนของโรงเรียน


อ่านและดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม:
รายงานฉบับพิเศษ ถอดรหัสผลประเมิน PISA 2025 — กสศ.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *