ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2–4 ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 11 ทุน ครอบคลุม 8 สาขาวิชา โดยเปิดรับผ่าน 11 มหาวิทยาลัยของรัฐที่ ธปท. กำหนด และให้แต่ละมหาวิทยาลัยเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัครก่อนเสนอชื่อมายัง ธปท.

ทุนนี้เหมาะสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี และมีความสนใจในสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านเศรษฐกิจ การเงิน เทคโนโลยี วิศวกรรม ข้อมูล และกฎหมาย โดยผู้ได้รับทุนจะได้รับค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเหมาจ่าย ภาคการศึกษาละ 25,000 บาท หรือรวม 50,000 บาทต่อปี

จุดสำคัญคือ ผู้สมัครไม่สามารถสมัครกับ ธปท. โดยตรงตั้งแต่แรก แต่ต้องสมัครผ่านมหาวิทยาลัยต้นสังกัดที่อยู่ในรายชื่อที่กำหนด และมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัครเพื่อเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป

เปิด 11 ทุน ครอบคลุม 8 สาขาวิชา

ธปท. กำหนดทุนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปี 2–4 ใน 8 สาขาวิชา ได้แก่

  • คอมพิวเตอร์
  • วิศวกรรมศาสตร์
  • เศรษฐศาสตร์
  • การเงิน
  • บัญชี
  • สถิติ
  • คณิตศาสตร์
  • กฎหมาย

รวมจำนวนทั้งสิ้น 11 ทุน โดยผู้ได้รับทุนจะได้รับเงินสนับสนุนค่าเล่าเรียนภาคการศึกษาละ 25,000 บาท หรือปีละ 50,000 บาท

11 มหาวิทยาลัยที่มีสิทธิเสนอชื่อนักศึกษา

ทุนนี้เปิดสำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐ 11 แห่งที่ ธปท. กำหนด ได้แก่

  1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  3. มหาวิทยาลัยมหิดล
  4. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  5. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  6. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  7. มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  8. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  9. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  10. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  11. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

สำหรับนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธปท. กำหนดให้เป็นทุนเฉพาะสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภายใต้ความร่วมมือการจัดการศึกษาตามข้อเสนอ Higher Education Sandbox

คุณสมบัติผู้ขอรับทุน

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติสำคัญตามประกาศ ได้แก่

  • มีสัญชาติไทย
  • อายุไม่เกิน 25 ปี นับถึงวันที่ 1 มกราคม 2569
  • กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2–4
  • เหลือระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา
  • ได้รับการเสนอชื่อจากมหาวิทยาลัยที่ ธปท. กำหนด
  • มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00
  • มีคุณธรรมและความประพฤติดี
  • มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม
  • ไม่เคยต้องโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดโดยประมาท
  • ไม่มีโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือโรคติดต่อ
  • ไม่อยู่ระหว่างรับทุนอื่นใด

ดังนั้นทุนนี้ไม่ได้พิจารณาแค่เกรดเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับความประพฤติและการมีส่วนร่วมต่อสังคมด้วย

GPAX ต้องไม่ต่ำกว่า 3.00

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้สมัครต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม หรือ GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 ในวันที่ขอรับทุน

และหากได้รับทุนแล้ว หากต้องการรับทุนต่อเนื่องจนจบการศึกษา ก็ต้องรักษาผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 ในทุกภาคการศึกษา พร้อมรายงานผลการศึกษาตามที่ ธปท. กำหนด

สมัครอย่างไร? ต้องผ่านมหาวิทยาลัยก่อน

ขั้นตอนการสมัครของทุนนี้แตกต่างจากทุนทั่วไป เพราะนักศึกษาไม่สามารถยื่นสมัครกับ ธปท. ได้โดยตรงตั้งแต่ต้น

กระบวนการคือ

มหาวิทยาลัยคัดเลือกผู้สมัคร

มหาวิทยาลัยเสนอชื่อ 1 ราย

ธปท. ส่งอีเมลให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อ

ผู้สมัครกรอกข้อมูลและแนบเอกสารผ่านระบบออนไลน์ของ ธปท.

โดยแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีขั้นตอนและกำหนดการคัดเลือกภายในของตัวเอง ผู้สนใจจึงควรติดตามประกาศจากกองกิจการนักศึกษา งานทุนการศึกษา หรือหน่วยงานที่ดูแลเรื่องทุนของมหาวิทยาลัยต้นสังกัดอย่างใกล้ชิด

กำหนดการสำคัญ

ตามประกาศ ธปท. กำหนดกรอบเวลาดังนี้

ภายใน 16 ตุลาคม 2569

มหาวิทยาลัยต้องส่งรายชื่อนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 1 รายต่อมหาวิทยาลัย ให้งานทุนการศึกษา ธปท.

จุดนี้ต้องเข้าใจให้ชัดว่า วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นกำหนดที่ “มหาวิทยาลัยส่งรายชื่อให้ ธปท.”

ไม่จำเป็นต้องเป็นวันปิดรับสมัครของนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย

เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอาจปิดรับสมัครภายในเร็วกว่านั้น

ภายใน 30 ตุลาคม 2569

นักศึกษาที่ได้รับการเสนอชื่อจากมหาวิทยาลัย ต้องกรอกข้อมูลและแนบเอกสารผ่านระบบสมัครทุนออนไลน์ตามอีเมลที่ ธปท. ส่งให้โดยตรง

ประกาศผล

ธปท. จะประกาศผลผ่านเว็บไซต์ ธปท. ในหัวข้อ “ร่วมงานกับเรา / ทุนการศึกษา”

เอกสารที่ต้องใช้

หลังจากได้รับการเสนอชื่อ ผู้สมัครต้องจัดเตรียมเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่

  • ประวัติย่อ หรือ Resume
  • รูปถ่ายหน้าตรง อายุไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาผลการเรียนทุกภาคการศึกษา
  • หนังสือรับรองความประพฤติจากอาจารย์ที่ปรึกษา

เอกสารทุกฉบับต้องเขียนรับรอง “สำเนาถูกต้อง” และลงชื่อกำกับ

ดังนั้นผู้ที่สนใจควรเตรียมเอกสารไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะ Transcript และหนังสือรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา เพราะอาจใช้เวลาในการดำเนินการ

ได้ทุนเท่าไร?

ผู้ได้รับทุนจะได้รับค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเหมาจ่าย

ภาคการศึกษาละ 25,000 บาท

คิดเป็นปีละ

50,000 บาท

โดยเริ่มตั้งแต่ภาคการศึกษาแรกของปีการศึกษา 2569

หากค่าลงทะเบียนจริงสูงกว่า 25,000 บาทต่อเทอม ผู้ได้รับทุนควรตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมกับมหาวิทยาลัยและ ธปท. ว่าส่วนต่างต้องรับผิดชอบอย่างไร เพราะประกาศระบุวงเงินในลักษณะ “เหมาจ่าย” ตามจำนวนที่กำหนด

ได้ทุนต่อเนื่องจนจบหรือไม่?

ทุนสามารถให้ต่อเนื่องตามระยะเวลาการศึกษาที่เหลืออยู่ได้ หากผู้รับทุนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

สิ่งสำคัญคือ

  • ต้องรายงานผลการศึกษา
  • ต้องรักษา GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 ทุกภาคการศึกษา
  • ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของทุน
  • ต้องไม่มีเหตุให้สถานะการรับทุนสิ้นสุดลง

ดังนั้นการได้ทุนในปีแรกไม่ได้หมายความว่าจะได้รับต่อโดยอัตโนมัติ หากผลการเรียนหรือคุณสมบัติเปลี่ยนไป

มีเงื่อนไขต้องฝึกงานกับ ธปท.

อีกหนึ่งจุดเด่นของทุนนี้คือ ผู้ได้รับทุนต้องเข้าฝึกงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย 1 ครั้ง ในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 หรือปีที่ 4

สำหรับนักศึกษาที่สนใจสายงานด้าน

  • เศรษฐกิจ
  • การเงิน
  • เทคโนโลยี
  • Data
  • กฎหมาย
  • วิศวกรรม

เงื่อนไขนี้อาจเป็นโอกาสสำคัญในการได้สัมผัสการทำงานจริงกับธนาคารกลางของประเทศ

เรียนจบแล้วต้องใช้ทุนหรือไม่?

อีกเรื่องที่หลายคนอยากรู้คือ

“ได้ทุน ธปท. แล้วต้องกลับมาทำงานใช้ทุนหรือไม่?”

ตามข้อมูลในประกาศ ระบุว่า หลังสำเร็จการศึกษาแล้ว ผู้ได้รับทุน “ไม่มีข้อผูกพันต้องกลับมาทำงานชดใช้ทุน”

อย่างไรก็ตาม ผู้รับทุนยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขระหว่างช่วงที่ได้รับทุน รวมถึงการฝึกงานกับ ธปท. ตามที่กำหนด

ระวัง! รับทุนอื่นควบคู่ไม่ได้

อีกเงื่อนไขที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ หากผู้ได้รับทุนไปรับทุนอื่นควบคู่ รวมถึงทุนนักศึกษาฝึกงานของ ธปท. สถานะการรับทุนจะสิ้นสุดลง

ดังนั้นก่อนตัดสินใจรับทุน ควรตรวจให้ชัดว่า

  • ตอนนี้มีทุนอื่นอยู่หรือไม่
  • ทุนนั้นถือเป็นทุนซ้ำซ้อนตามเกณฑ์หรือไม่
  • หากได้รับทุนใหม่ ต้องสละทุนเดิมหรือไม่

ไม่ควรรับทุนซ้อนโดยยังไม่ได้ตรวจเงื่อนไข

ธปท. สามารถเพิกถอนทุนได้ในกรณีใดบ้าง?

ตามข้อมูลที่ระบุ ธปท. อาจเพิกถอนทุนได้ หากพบว่า

  • ผู้รับทุนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศ
  • มีความประพฤติเสื่อมเสีย
  • ไม่ปฏิบัติตามแนวทางหรือเงื่อนไขที่กำหนด
  • หลีกเลี่ยงการรายงานตัว
  • หลีกเลี่ยงการอบรมหรือกิจกรรมที่กำหนด

ธปท. ยังสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงกำหนดการและเงื่อนไขตามความเหมาะสมด้วย

นักศึกษาควรทำอะไรตอนนี้?

หากกำลังเรียนปี 2–4 และอยู่ใน 11 มหาวิทยาลัยที่กำหนด สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่รอถึงวันที่ 16 ตุลาคม

แต่ควรติดต่อหน่วยงานทุนของมหาวิทยาลัยทันที

เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยต้องมีกระบวนการคัดเลือกภายในก่อน และส่งชื่อให้ ธปท. ได้เพียง 1 รายต่อมหาวิทยาลัย

สิ่งที่ควรเตรียมไว้คือ

  • Transcript ล่าสุด
  • Resume
  • ประวัติกิจกรรม
  • ผลงานด้านสังคม
  • หนังสือรับรองความประพฤติ
  • ข้อมูลทุนอื่นที่กำลังได้รับอยู่

โดยเฉพาะ Resume ควรเน้นทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะคุณสมบัติของทุนไม่ได้ดูเพียงผลการเรียนเท่านั้น

สรุปทุน ธปท. ปริญญาตรี ปี 2–4 ประจำปี 2569

🏦 ผู้ให้ทุน: ธนาคารแห่งประเทศไทย
🎓 ระดับ: ปริญญาตรี ปี 2–4
🎯 จำนวน: 11 ทุน
📚 ครอบคลุม: 8 สาขาวิชา
🏫 มหาวิทยาลัยที่กำหนด: 11 แห่ง
📊 GPAX: ไม่ต่ำกว่า 3.00
🎂 อายุ: ไม่เกิน 25 ปี ณ 1 มกราคม 2569
💰 เงินทุน: 25,000 บาทต่อภาคการศึกษา
💰 รวม: 50,000 บาทต่อปี
💼 ต้องฝึกงานกับ ธปท. 1 ครั้ง ในชั้นปี 3 หรือ 4
✅ เรียนจบแล้วไม่มีข้อผูกพันทำงานชดใช้ทุน
⚠️ ไม่สามารถรับทุนอื่นควบคู่ตามเงื่อนไขที่กำหนด

📅 ภายใน 16 ตุลาคม 2569
มหาวิทยาลัยส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้ ธปท.

📅 ภายใน 30 ตุลาคม 2569
ผู้ได้รับการเสนอชื่อกรอกข้อมูลและส่งเอกสารออนไลน์กับ ธปท.

สำหรับนักศึกษาที่เข้าเกณฑ์ ทุนนี้ไม่ได้ให้แค่ความช่วยเหลือเรื่องค่าเรียนปีละ 50,000 บาท

แต่ยังให้โอกาสได้ฝึกงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่ประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ การเงิน เทคโนโลยี ข้อมูล วิศวกรรม หรือกฎหมายได้โดยตรง

ดังนั้นหากอยู่ใน 11 มหาวิทยาลัยที่กำหนดและมี GPAX ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป อย่ารอใกล้ Deadline

ให้เริ่มจากคำถามง่าย ๆ กับมหาวิทยาลัยของตัวเองว่า

“ทุน ธปท. ปี 2569 เปิดรับภายในมหาวิทยาลัยถึงวันไหน และต้องยื่นเอกสารกับหน่วยงานใด?”

เพราะวันที่สำคัญที่สุดสำหรับนักศึกษา อาจไม่ใช่วันที่ ธปท. ปิดรับ แต่คือ “วันปิดรับคัดเลือกภายในมหาวิทยาลัยของเราเอง”

ที่มา: ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การให้ทุนการศึกษา ประเภททุนนักศึกษาที่กำลังศึกษาปริญญาตรี ปี 2–ปี 4 ในประเทศ ประจำปีการศึกษา 2569 ประกาศ ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *