จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้

จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้

จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้


จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา

ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ทั้งต่อตนเอง ผู้รับบริการ ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และสังคม ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายหลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา รวม 5 หมวด 9 ข้อ โดยมีรายละเอียดครบถ้วนดังนี้


หมวด 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง (1 ข้อ)

ข้อ 1 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ

แบบแผนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ เข้ารับการอบรมพัฒนาวิชาชีพ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย และวางตัวเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม

แบบแผนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ไม่ยอมพัฒนาตนเอง ปฏิบัติตนไม่เหมาะสมกับฐานะครู หรือขาดวินัยในการปฏิบัติงาน


หมวด 2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ (1 ข้อ)

ข้อ 2 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ

แบบแผนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจและซื่อสัตย์ ส่งเสริมภาพลักษณ์วิชาชีพครู ชำระค่าธรรมเนียมและปฏิบัติตามกฎระเบียบของคุรุสภา

แบบแผนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควร ทุจริตในการปฏิบัติงาน หรือประพฤติตนเสื่อมเสียต่อเกียรติของวิชาชีพ


หมวด 3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ (5 ข้อ)

เป็นหมวดที่มีข้อกำหนดมากที่สุด เพราะเป็นหัวใจสำคัญของความเป็นครู

ข้อ 3 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า

หลักการ: การแสดงออกของบุคคลในทางที่ดีเป็นผลมาจากสภาวะจิตใจที่ดีงาม บุคคลที่มีความรักและเมตตาย่อมแสดงออกด้วยความปรารถนาในอันที่จะก่อให้เกิดผลดีต่อผู้อื่น ครูจึงต้องมีความรักและเมตตาต่อศิษย์อยู่เสมอ

ข้อ 4 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ข้อ 5 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ

ข้อ 6 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์และผู้รับบริการ

ข้อ 7 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ศิษย์กระทำการใดๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ

แบบแผนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในหมวดนี้ เช่น ลงโทษนักเรียนด้วยความโกรธ เลือกปฏิบัติต่อนักเรียนอย่างไม่เท่าเทียม บังคับให้นักเรียนซื้อสินค้าหรือเข้าเรียนพิเศษเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หรือประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อหน้านักเรียน


หมวด 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ (1 ข้อ)

ข้อ 8 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ

แบบแผนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับเพื่อนครู ให้คำแนะนำและสนับสนุนครูรุ่นใหม่ ไม่นำความลับขององค์กรไปเปิดเผยโดยไม่จำเป็น

แบบแผนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กลั่นแกล้งหรือนินทาเพื่อนร่วมงาน ขัดขวางการพัฒนาองค์กร หรือให้ข้อมูลเท็จที่สร้างความเสียหายต่อผู้ร่วมวิชาชีพ


หมวด 5 จรรยาบรรณต่อสังคม (1 ข้อ)

ข้อ 9 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

แบบแผนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น มีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ปลูกฝังจิตสาธารณะให้แก่นักเรียน

แบบแผนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสังคม หรือปล่อยปละละเลยต่อปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน


บทลงโทษเมื่อละเมิดจรรยาบรรณ

ผู้กระทำผิดจรรยาบรรณจะต้องได้รับโทษโดยการว่ากล่าวตักเตือน ถูกพักงาน หรือถูกยกเลิกใบประกอบวิชาชีพได้ ผู้ที่ได้รับความเสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภาเพื่อตรวจสอบได้


ใครต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณนี้?

ข้อบังคับดังกล่าวนิยาม “ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” ว่าหมายถึง ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546

ครอบคลุมทั้งครูในห้องเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนที่มีใบประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา


ที่มา: ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 / สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (ksp.or.th)

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *