10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🔥 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลกผลจากการนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และระบบสุขภาพสมัยใหม่ มาใช้อย่างกว้างขวางทำให้หลายอาชีพเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอาชีพเริ่มหายไป บทความนี้ Eduzones… แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท คือพลังสำคัญที่ยืนหยัดดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากรและสภาพแวดล้อม พวกเขาทำหน้าที่มากกว่าแพทย์ คือที่พึ่งและความหวังของชุมชน จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน แพทย์เหล่านี้ไม่เพียงรักษาโรค แต่ยังสร้างความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่• วันรับสมัคร : 17-26 ก.พ.… แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบทจากมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน คือพลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่เติบโตจากผืนแผ่นดินบ้านเกิดและกลับมาดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งการเสียสละ ด้วยองค์ความรู้ควบคู่ความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชน แพทย์อีสานจึงเป็นความหวังของการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมในชนบท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม • วันรับสมัคร : 8 ม.ค. – 17 ก.พ.… อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ… นักศึกษา แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท คือพลังสำคัญที่ยืนหยัดดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากรและสภาพแวดล้อม พวกเขาทำหน้าที่มากกว่าแพทย์ คือที่พึ่งและความหวังของชุมชน จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน แพทย์เหล่านี้ไม่เพียงรักษาโรค แต่ยังสร้างความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่• วันรับสมัคร : 17-26 ก.พ.… แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบทจากมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน คือพลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่เติบโตจากผืนแผ่นดินบ้านเกิดและกลับมาดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งการเสียสละ ด้วยองค์ความรู้ควบคู่ความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชน แพทย์อีสานจึงเป็นความหวังของการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมในชนบท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม • วันรับสมัคร : 8 ม.ค. – 17 ก.พ.… วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 EZ WebmasterJanuary 8, 2026 วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เดินหน้าตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ เปิดตัว หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจและบริการการบินในยุคดิจิทัล (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ Bachelor… อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ… ทุนดีดี ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 EZ WebmasterJanuary 7, 2026 📢 ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับ ทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการ UCAS (University of Chinese Academy… เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) โดย NUS Graduate School… โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตา ฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS EZ WebmasterJanuary 6, 2026 🔥 โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตาฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS 📣 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัยแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและ Rossotrudnichestvo เปิดรับสมัคร ทุนรัฐบาลรัสเซีย ปีการศึกษา 2569–2570… สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 EZ WebmasterJanuary 5, 2026 สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 เรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมโอกาสมีงานทำหลังจบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี… ครู-อาจารย์ 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🔥 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลกผลจากการนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และระบบสุขภาพสมัยใหม่ มาใช้อย่างกว้างขวางทำให้หลายอาชีพเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอาชีพเริ่มหายไป บทความนี้ Eduzones… มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติ หนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก EZ WebmasterJanuary 8, 2026 มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติหนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก “การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานตลอดวาระการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ที่ต้องการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยที่ “ทำงานได้จริง” เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างที่ไทยอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมในไตรมาส 2/2568 ที่แตะ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงปัจจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็กำลังส่งปฏิกิริยาให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อการณ์นั้น… สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… กิจกรรม สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท คือพลังสำคัญที่ยืนหยัดดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากรและสภาพแวดล้อม พวกเขาทำหน้าที่มากกว่าแพทย์ คือที่พึ่งและความหวังของชุมชน จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน แพทย์เหล่านี้ไม่เพียงรักษาโรค แต่ยังสร้างความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่• วันรับสมัคร : 17-26 ก.พ.… แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบทจากมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน คือพลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่เติบโตจากผืนแผ่นดินบ้านเกิดและกลับมาดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งการเสียสละ ด้วยองค์ความรู้ควบคู่ความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชน แพทย์อีสานจึงเป็นความหวังของการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมในชนบท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม • วันรับสมัคร : 8 ม.ค. – 17 ก.พ.… อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ… นักศึกษา แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท คือพลังสำคัญที่ยืนหยัดดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากรและสภาพแวดล้อม พวกเขาทำหน้าที่มากกว่าแพทย์ คือที่พึ่งและความหวังของชุมชน จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน แพทย์เหล่านี้ไม่เพียงรักษาโรค แต่ยังสร้างความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่• วันรับสมัคร : 17-26 ก.พ.… แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบทจากมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน คือพลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่เติบโตจากผืนแผ่นดินบ้านเกิดและกลับมาดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งการเสียสละ ด้วยองค์ความรู้ควบคู่ความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชน แพทย์อีสานจึงเป็นความหวังของการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมในชนบท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม • วันรับสมัคร : 8 ม.ค. – 17 ก.พ.… วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 EZ WebmasterJanuary 8, 2026 วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เดินหน้าตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ เปิดตัว หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจและบริการการบินในยุคดิจิทัล (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ Bachelor… อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ… ทุนดีดี ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 EZ WebmasterJanuary 7, 2026 📢 ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับ ทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการ UCAS (University of Chinese Academy… เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) โดย NUS Graduate School… โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตา ฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS EZ WebmasterJanuary 6, 2026 🔥 โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตาฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS 📣 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัยแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและ Rossotrudnichestvo เปิดรับสมัคร ทุนรัฐบาลรัสเซีย ปีการศึกษา 2569–2570… สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 EZ WebmasterJanuary 5, 2026 สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 เรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมโอกาสมีงานทำหลังจบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี… ครู-อาจารย์ 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🔥 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลกผลจากการนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และระบบสุขภาพสมัยใหม่ มาใช้อย่างกว้างขวางทำให้หลายอาชีพเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอาชีพเริ่มหายไป บทความนี้ Eduzones… มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติ หนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก EZ WebmasterJanuary 8, 2026 มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติหนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก “การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานตลอดวาระการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ที่ต้องการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยที่ “ทำงานได้จริง” เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างที่ไทยอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมในไตรมาส 2/2568 ที่แตะ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงปัจจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็กำลังส่งปฏิกิริยาให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อการณ์นั้น… สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… กิจกรรม สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบทจากมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน คือพลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่เติบโตจากผืนแผ่นดินบ้านเกิดและกลับมาดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งการเสียสละ ด้วยองค์ความรู้ควบคู่ความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชน แพทย์อีสานจึงเป็นความหวังของการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมในชนบท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม • วันรับสมัคร : 8 ม.ค. – 17 ก.พ.… อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ…
อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ…
แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท คือพลังสำคัญที่ยืนหยัดดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากรและสภาพแวดล้อม พวกเขาทำหน้าที่มากกว่าแพทย์ คือที่พึ่งและความหวังของชุมชน จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน แพทย์เหล่านี้ไม่เพียงรักษาโรค แต่ยังสร้างความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่• วันรับสมัคร : 17-26 ก.พ.… แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบทจากมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน คือพลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่เติบโตจากผืนแผ่นดินบ้านเกิดและกลับมาดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งการเสียสละ ด้วยองค์ความรู้ควบคู่ความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชน แพทย์อีสานจึงเป็นความหวังของการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมในชนบท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม • วันรับสมัคร : 8 ม.ค. – 17 ก.พ.… วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 EZ WebmasterJanuary 8, 2026 วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เดินหน้าตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ เปิดตัว หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจและบริการการบินในยุคดิจิทัล (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ Bachelor… อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ… ทุนดีดี ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 EZ WebmasterJanuary 7, 2026 📢 ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับ ทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการ UCAS (University of Chinese Academy… เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) โดย NUS Graduate School… โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตา ฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS EZ WebmasterJanuary 6, 2026 🔥 โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตาฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS 📣 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัยแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและ Rossotrudnichestvo เปิดรับสมัคร ทุนรัฐบาลรัสเซีย ปีการศึกษา 2569–2570… สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 EZ WebmasterJanuary 5, 2026 สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 เรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมโอกาสมีงานทำหลังจบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี… ครู-อาจารย์ 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🔥 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลกผลจากการนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และระบบสุขภาพสมัยใหม่ มาใช้อย่างกว้างขวางทำให้หลายอาชีพเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอาชีพเริ่มหายไป บทความนี้ Eduzones… มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติ หนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก EZ WebmasterJanuary 8, 2026 มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติหนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก “การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานตลอดวาระการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ที่ต้องการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยที่ “ทำงานได้จริง” เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างที่ไทยอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมในไตรมาส 2/2568 ที่แตะ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงปัจจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็กำลังส่งปฏิกิริยาให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อการณ์นั้น… สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… กิจกรรม สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? EZ WebmasterJanuary 8, 2026 แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบทจากมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน คือพลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่เติบโตจากผืนแผ่นดินบ้านเกิดและกลับมาดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งการเสียสละ ด้วยองค์ความรู้ควบคู่ความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชน แพทย์อีสานจึงเป็นความหวังของการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมในชนบท มหาวิทยาลัยมหาสารคาม • วันรับสมัคร : 8 ม.ค. – 17 ก.พ.… วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 EZ WebmasterJanuary 8, 2026 วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เดินหน้าตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ เปิดตัว หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจและบริการการบินในยุคดิจิทัล (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ Bachelor… อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ… ทุนดีดี ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 EZ WebmasterJanuary 7, 2026 📢 ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับ ทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการ UCAS (University of Chinese Academy… เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) โดย NUS Graduate School… โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตา ฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS EZ WebmasterJanuary 6, 2026 🔥 โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตาฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS 📣 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัยแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและ Rossotrudnichestvo เปิดรับสมัคร ทุนรัฐบาลรัสเซีย ปีการศึกษา 2569–2570… สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 EZ WebmasterJanuary 5, 2026 สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 เรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมโอกาสมีงานทำหลังจบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี… ครู-อาจารย์ 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🔥 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลกผลจากการนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และระบบสุขภาพสมัยใหม่ มาใช้อย่างกว้างขวางทำให้หลายอาชีพเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอาชีพเริ่มหายไป บทความนี้ Eduzones… มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติ หนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก EZ WebmasterJanuary 8, 2026 มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติหนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก “การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานตลอดวาระการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ที่ต้องการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยที่ “ทำงานได้จริง” เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างที่ไทยอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมในไตรมาส 2/2568 ที่แตะ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงปัจจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็กำลังส่งปฏิกิริยาให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อการณ์นั้น… สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… กิจกรรม สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 EZ WebmasterJanuary 8, 2026 วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เดินหน้าตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ เปิดตัว หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจและบริการการบินในยุคดิจิทัล (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ Bachelor… อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ…
อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🧭 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าห้องเรียนหรือไม่? ในอดีต การศึกษาเคยมีหน้าที่หลักคือ “สอนให้สอบผ่าน”แต่วันนี้ โลกไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่งที่สุดโลกต้องการคนที่ ปรับตัวได้เร็ว คิดเป็น และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ AI, Automation และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้าง “อาชีพใหม่” ที่เมื่อ…
ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 EZ WebmasterJanuary 7, 2026 📢 ประกาศเปิดรับสมัครทุนรัฐบาล UCAS ประจำปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับ ทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการ UCAS (University of Chinese Academy… เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) โดย NUS Graduate School… โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตา ฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS EZ WebmasterJanuary 6, 2026 🔥 โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตาฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS 📣 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัยแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและ Rossotrudnichestvo เปิดรับสมัคร ทุนรัฐบาลรัสเซีย ปีการศึกษา 2569–2570… สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 EZ WebmasterJanuary 5, 2026 สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 เรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมโอกาสมีงานทำหลังจบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี… ครู-อาจารย์ 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🔥 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลกผลจากการนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และระบบสุขภาพสมัยใหม่ มาใช้อย่างกว้างขวางทำให้หลายอาชีพเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอาชีพเริ่มหายไป บทความนี้ Eduzones… มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติ หนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก EZ WebmasterJanuary 8, 2026 มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติหนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก “การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานตลอดวาระการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ที่ต้องการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยที่ “ทำงานได้จริง” เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างที่ไทยอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมในไตรมาส 2/2568 ที่แตะ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงปัจจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็กำลังส่งปฏิกิริยาให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อการณ์นั้น… สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… กิจกรรม สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 เปิดรับสมัครแล้ว! โปรแกรม IRIS @ NUS โอกาสฝึกวิจัยระดับโลกที่สิงคโปร์ พร้อมทุนเต็มจำนวน สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี–โท มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) โดย NUS Graduate School… โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตา ฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS EZ WebmasterJanuary 6, 2026 🔥 โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตาฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS 📣 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัยแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและ Rossotrudnichestvo เปิดรับสมัคร ทุนรัฐบาลรัสเซีย ปีการศึกษา 2569–2570… สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 EZ WebmasterJanuary 5, 2026 สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 เรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมโอกาสมีงานทำหลังจบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี… ครู-อาจารย์ 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🔥 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลกผลจากการนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และระบบสุขภาพสมัยใหม่ มาใช้อย่างกว้างขวางทำให้หลายอาชีพเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอาชีพเริ่มหายไป บทความนี้ Eduzones… มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติ หนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก EZ WebmasterJanuary 8, 2026 มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติหนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก “การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานตลอดวาระการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ที่ต้องการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยที่ “ทำงานได้จริง” เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างที่ไทยอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมในไตรมาส 2/2568 ที่แตะ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงปัจจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็กำลังส่งปฏิกิริยาให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อการณ์นั้น… สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… กิจกรรม สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตา ฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS EZ WebmasterJanuary 6, 2026 🔥 โค้งสุดท้าย! ทุนรัฐบาลรัสเซีย 50 โควตาฟรีค่าเล่าเรียน 🇷🇺 | ไม่บังคับ IELTS 📣 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัยแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและ Rossotrudnichestvo เปิดรับสมัคร ทุนรัฐบาลรัสเซีย ปีการศึกษา 2569–2570… สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 EZ WebmasterJanuary 5, 2026 สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 เรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมโอกาสมีงานทำหลังจบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี…
สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 EZ WebmasterJanuary 5, 2026 สกสค. จับมือ ซีพี ออลล์ มอบ 500 ทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ให้บุตร–หลานครู ปีการศึกษา 2569 เรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมโอกาสมีงานทำหลังจบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี…
10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! EZ WebmasterJanuary 8, 2026 🔥 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลกผลจากการนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และระบบสุขภาพสมัยใหม่ มาใช้อย่างกว้างขวางทำให้หลายอาชีพเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอาชีพเริ่มหายไป บทความนี้ Eduzones… มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติ หนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก EZ WebmasterJanuary 8, 2026 มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติหนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก “การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานตลอดวาระการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ที่ต้องการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยที่ “ทำงานได้จริง” เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างที่ไทยอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมในไตรมาส 2/2568 ที่แตะ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงปัจจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็กำลังส่งปฏิกิริยาให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อการณ์นั้น… สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… กิจกรรม สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติ หนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก EZ WebmasterJanuary 8, 2026 มธ. รุกสร้างความร่วมมือนานาชาติหนุน ‘แผนพลิกเปลี่ยนระบบสร้างกำลังคน’ พร้อมก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก “การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานตลอดวาระการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ที่ต้องการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยที่ “ทำงานได้จริง” เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างที่ไทยอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมในไตรมาส 2/2568 ที่แตะ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงปัจจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็กำลังส่งปฏิกิริยาให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อการณ์นั้น… สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… กิจกรรม สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม EZ WebmasterJanuary 8, 2026 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ สถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยและเอเชีย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation: CSII) ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)…
KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)…
สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก EZ WebmasterJanuary 7, 2026 สหประชาชาติเปิดโอกาส! UNITAR เปิดหลักสูตร “Free and Open Courses” ปี 2026 เรียนฟรี คนไทยสมัครได้ตลอดปี เพิ่มทักษะสู่เวทีโลก องค์การสหประชาชาติ โดย United Nations Institute for… KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง EZ Webmaster Related Posts 10 สายงานเติบโตแรง ปี 2026 — โอกาสงานที่กำลังมาแน่! แพทย์ชนบท ม.ภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? แพทย์ชนบท ม.ภาคอีสาน มีที่ไหนบ้าง ? วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737 อัปเดตอาชีพใหม่ ๆ ที่การศึกษาไทย “ต้องเตรียมให้ทัน” Post navigation PREVIOUS Previous post: ของขวัญแห่งการเรียนรู้ ปีใหม่ 2569 นี้ สสวท. ชวนดาวน์โหลดฟรี ชุดนิทานสะเต็มศึกษาปฐมวัย อ่านเพลิน สนุก เสริมการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าNEXT Next post: KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท EZ WebmasterJanuary 7, 2026 KMUTNB Techno Park จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ท้าประลองฝีมือด้าน Automation, Robot & AI ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท อุทยานเทคโนโลยี (KMUTNB Techno Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)… 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers… Search for: Search
🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครู เข้าร่วมโครงการ Summer Camp ต่างประเทศ ปี 2569 EZ WebmasterJanuary 4, 2026 🎯 สพฐ. เปิดรับสมัครนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการ Obec Summer Camp 2026 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เชิญชวนนักเรียน เยาวชนไทย และครูในสังกัดสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Summer Camp ระดับนานาชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อพัฒนาสมรรถนะสากลและเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็น “ผู้นำเยาวชนต้นแบบ สพฐ.” 🌟… เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers…
เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers EZ WebmasterDecember 30, 2025 เปิดโอกาสอาสาสมัครระดับโลก สมัครได้จากไทย UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers (UNV) โครงการ UN Online Volunteers ภายใต้ United Nations Volunteers…
EZ Webmaster January 7, 2026 EZ Webmaster January 7, 2026 รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง รวมให้เเล้ว! นโยบายการศึกษา จาก 8 พรรคการเมือง การศึกษาไทยปี 2569 กำลังถูกเขย่าด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ใหม่จาก 8 พรรคการเมืองในสนามการเมืองไทย เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การให้เด็ก ‘อ่านออกเขียนได้’ แต่คือการทำให้เด็ก ‘อยู่รอดและเติบโต’ ในโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญของนโยบายการศึกษาจากพรรคเพื่อไทย, ประชาชน, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม และไทยก้าวใหม่ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทิศทางโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน” เจาะลึกนโยบายการศึกษาจาก 8 พรรคการเมืองหลักที่กำลังขับเคี่ยวกันในขณะนี้ เมื่อโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การเรียนฟรี แต่คือการปรับตัวให้รอดในโลกยุค AI และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก มาสำรวจกันว่า “พิมพ์เขียวการศึกษา” ของพรรคไหนจะตอบโจทย์อนาคตเด็กไทยและแก้ปัญหาระบบโรงเรียนได้จริง 1. พรรคเพื่อไทย สำหรับพรรค เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล นโยบายการศึกษาถูกวางไว้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีแนวคิดหลักคือการเปลี่ยนระบบการศึกษาจาก “การเรียนตามสูตร” เป็น “การเรียนเพื่อสร้างรายได้” สรุปนโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้: Learn to Earn (เรียนเพื่อรายได้) : เป็นหัวใจหลักที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเชื่อมโยงกับตลาดงาน โดยเน้นว่า “เรียนจบต้องมีงานทำ และมีรายได้ทันที” ลดวิชาทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการฝึกทักษะอาชีพ (Reskill/Upskill) ธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) : ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในโรงเรียน การทำงาน หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้นำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบอย่างเดียว นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) : ฟื้นฟูการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น : เน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ และการใช้ครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนในพื้นที่ห่างไกล ลดภาระผู้ปกครอง (Free Education+) : นอกจากเรียนฟรีตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นเรื่องสวัสดิการเสริม เช่น อาหารกลางวันฟรีที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดสรรรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเพื่อลดภาระค่าเดินทาง จุดเด่น: นโยบายของเพื่อไทยจะเน้นความ “กินได้” หรือการทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือผลิตเงินและอาชีพอย่างรวดเร็ว (Speed to Market) 2. พรรคประชาชน พรรคประชาชนเน้นการขจัดปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลแต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ล้าสมัย นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นไปที่การปลดล็อกพันธนาการของทั้งครูและนักเรียน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาชน มีดังนี้: คืนครูสู่ห้องเรียน : ยกเลิกภาระงานนอกเหนือการสอนทั้งหมด เช่น งานเอกสารประกันคุณภาพ งานพัสดุ และงานเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะทางแทน เพื่อให้ครูโฟกัสที่การพัฒนาเด็กได้ 100% โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) : ปฏิรูปกฎกระทรวงเพื่อยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและการบูลลี่ พร้อมเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยาอาชีพประจำโรงเรียนเพื่อดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างจริงจัง กระจายอำนาจหลักสูตร : ลดวิชาบังคับจากส่วนกลางลง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรเองได้ตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ได้ใช้จริงในชีวิตและอาชีพในพื้นที่นั้นๆ คูปองเปิดโลกเรียนรู้ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้เด็กนำไปใช้เรียนทักษะที่ตนเองสนใจนอกโรงเรียน (เช่น คอร์สโค้ดดิ้ง ดนตรี หรือกีฬา) เพื่อส่งเสริมความถนัดเฉพาะตัวที่ในห้องเรียนอาจไม่มีสอน สิทธิในร่างกายและเสรีภาพ : ปฏิรูปกฎระเบียบเรื่องทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่น เคารพสิทธิมนุษยชน และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่จำลองของประชาธิปไตยที่รับฟังเสียงของนักเรียน จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาชนจะเน้นที่การ “ปลดล็อก” กฎระเบียบและภาระที่เหนี่ยวรั้งระบบการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างอิสระ 3. พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการทำลายขีดจำกัดด้านสถานที่และทุนทรัพย์ โดยเชื่อว่า “เทคโนโลยี” และ “การจัดการหนี้” คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สรุปนโยบายเด่นของพรรคภูใจไทย มีดังนี้: Virtual School (โรงเรียนเสมือนจริง) : ผลักดันให้มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับชาติที่รวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์ที่เก่งที่สุดในประเทศ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยมาตรฐานเดียวกับเด็กในกรุง ตามสโลแกน “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” กยศ. ปลอดดอกเบี้ย : แก้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ เพื่อลดภาระให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เรียนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้โดยไม่ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม พักชำระหนี้ 5 ปี : สำหรับผู้กู้ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ตั้งตัวก่อนที่จะเริ่มชำระคืนสู่ระบบ ฟรีอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา : จัดสรรสวัสดิการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill/Upskill) สำหรับวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเด่น: นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นความ “ทันสมัยและเข้าถึงง่าย” โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทลายกำแพงเรื่องความเหลื่อมล้ำของพื้นที่และฐานะทางการเงิน 4. พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการศึกษาที่เป็นรากฐานของความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้และจริยธรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว สรุปนโยบายเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีดังนี้: อาชีวะพรีเมียม (High-Skill Vocational) : ยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะขั้นสูง โดยร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพื่อให้เด็กจบมามีรายได้สูงและมีงานทำทันที การศึกษาเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม : บรรจุหลักสูตรที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยและระเบียบวินัยควบคู่ไปกับวิชาการ กองทุนเพื่อความเสมอภาค : สานต่อและขยายผลการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาความยากจน ทุนการศึกษา ” กมลนาถ ” : สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาต่อในระดับสูงและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดภายในสถานศึกษา รวมถึงระบบติดตามความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปกครองไว้วางใจได้ 100% จุดเด่น: นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นความ “มั่นคงและเป็นมืออาชีพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ 5. พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาผ่านการพัฒนา “คนสอน” และ “สถานศึกษาในท้องถิ่น” โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชารัฐ มีดังนี้: การแก้หนี้ครูทั้งระบบ : จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระทางใจและคืนสมาธิให้ครูกลับมามุ่งเน้นการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โรงเรียนคุณภาพชุมชน (Magnet School) : พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในแต่ละระดับตำบลให้มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทันสมัยและครูครบชั้น เพื่อให้เด็กในชนบทเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกับโรงเรียนดังในเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล Coding Thailand : ขยายผลการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) และทักษะการคิดเชิงตรรกะในทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ เรียนดี มีความสุข : ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่กดดัน เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) และสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อช่วยให้การเรียนเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย สวัสดิการการศึกษาประชารัฐ : สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนพื้นฐานให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก จุดเด่น: นโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะเน้นความ “มั่นคงของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน” โดยพยายามทำให้โรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในชุมชน 6. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูจุดแข็งจากการเป็นพรรคที่ริเริ่มนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” ในอดีต โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการและสุขภาพเด็ก สรุปนโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ มีดังนี้: เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (สาขาที่ขาดแคลน): สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว นมโรงเรียน 365 วัน: ขยายโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือช่วงปิดเทอม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์และลดภาระค่าใช้จ่ายโภชนาการของผู้ปกครอง อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยม: ขยายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (จากเดิมสิ้นสุดที่ประถม) เพื่อให้เด็กโตได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด: กระจายเครือข่าย WiFi ความเร็วสูงฟรีตามโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงคลังความรู้ทั่วโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง): ผลักดันให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย (Laptop หรือ Tablet) เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบ Digital Platform จุดเด่น: นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นความ “สวัสดิการพื้นฐานที่จับต้องได้” โดยมองว่าสุขภาพที่ดีและอุปกรณ์ที่พร้อม คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 7. พรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายโอกาส และให้ความสำคัญกับ “ครู” ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดของระบบการศึกษา สรุปนโยบายเด่นของพรรคกล้าธรรม มีดังนี้: เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All) : สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติที่รวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลได้รับมาตรฐานการสอนเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ แก้หนี้ครูและยกระดับสวัสดิการ : มองว่าถ้าครูมีหนี้ท่วมตัวย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอน จึงมีนโยบายพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ครูอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้เน้นที่ “ผลลัพธ์ของนักเรียน” มากกว่างานเอกสาร กองทุนนวัตกรรมอาชีวะ : สนับสนุนงบประมาณโดยตรงให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปขายได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood) : ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยที่ทันสมัย และมีโภชนาการที่ถูกหลักอนามัย เพื่อวางรากฐานทางสมองตั้งแต่อายุยังน้อย การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning) : สนับสนุนงบประมาณสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) โดยสามารถนำความรู้ใหม่มาสะสมเป็นหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมได้ จุดเด่น: นโยบายของพรรคกล้าธรรมจะเน้นความ “ทันสมัยและเห็นใจครู” โดยพยายามใช้เทคโนโลยีลบช่องว่างทางการศึกษาและจัดการปัญหาปากท้องของบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก 8. พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่เน้นการปรับเปลี่ยน “เนื้อหา” การเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องมีไว้เพื่อการใช้ชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้จริงในสังคม สรุปนโยบายเด่นของพรรคไทยก้าวใหม่ มีดังนี้: 1 คน 1 ทักษะอาชีพ (One Student One Skill) : ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 หรือ ม.6) ต้องมีทักษะอาชีพที่จับต้องได้และสร้างรายได้ได้จริงอย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ทักษะดิจิทัล งานช่าง หรือเกษตรแปรรูป เพื่อรองรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรวิชาชีวิต (Life Skills Curriculum) : บรรจุวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกจริงเข้าสู่บทเรียนหลัก เช่น การบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล (Financial Literacy), กฎหมายเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน, และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องหลัก (Mental Health First) : พัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนผ่านแอปพลิเคชันและการจ้างนักจิตวิทยาอาชีพเพิ่ม เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ปรึกษาปัญหาความเครียดจากการเรียนหรือปัญหาสังคมได้ทันทีโดยไม่ถูกตัดสิน ลดวิชาท่องจำ เพิ่มการคิดวิเคราะห์ : ปฏิรูปการสอบวัดผลให้น้ำหนักกับการทำโครงงาน (Project-based Learning) และการแก้ไขปัญหา มากกว่าการจำเนื้อหาจากตำราเพื่อไปทำข้อสอบแบบปรนัย สวัสดิการการศึกษาถ้วนหน้า : สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้และชุดนักเรียนฟรีอย่างทั่วถึง โดยเน้นความเรียบง่ายและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของผู้ปกครอง จุดเด่น: นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่จะเน้นความ “สมจริงและเป็นมนุษย์” โดยมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนที่มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต และมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง จากการสำรวจพิมพ์เขียวทางการศึกษาของทั้ง 8 พรรคการเมือง จะเห็นได้ว่า ‘จุดร่วม’ ที่ทุกพรรคเห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ ‘จุดต่าง’ อยู่ที่วิธีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างรายได้แบบพรรคเพื่อไทย การรื้อโครงสร้างอำนาจนิยมแบบพรรคประชาชน หรือการชูสวัสดิการโภชนาการแบบประชาธิปัตย์ สุดท้ายแล้ว นโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ หรือจะกลายเป็นอนาคตที่จับต้องได้ของเด็กไทย… คำตอบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การหาเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราในฐานะประชาชน จะร่วมกันติดตามและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการสร้าง ‘คน’ ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนั่นเอง
วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดตัวหลักสูตรนานาชาติ “ABMS” ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานโลก เรียนจริงบน Boeing 737