TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 EZ WebmasterApril 20, 2026 TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ประกาศเปิดรับสมัครในรอบ 3 Admission ประจำปีการศึกษา 2569… อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? EZ WebmasterApril 20, 2026 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? “อยากเรียนภาษา ควรเข้าคณะไหน?” คือคำถามที่น้องๆ ม.ปลายถามกันมากทุกปี เพราะทั้งสามคณะดูเหมือนจะเรียนเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงมีความแตกต่างทั้งในเชิงปรัชญา จุดเน้น และเส้นทางอาชีพ บทความนี้ Eduzones… 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย EZ WebmasterApril 20, 2026 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย อีกหนึ่งโอกาสดีสำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ ล่าสุดโครงการ DUO-Sweden 2026 เปิดรับสมัครทุนแลกเปลี่ยนระหว่างเอเชีย-ยุโรป โดยมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 4,000 ยูโร… สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? EZ WebmasterApril 20, 2026 สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สังคมศาสตร์เป็นกลุ่มสาขาที่มุ่งศึกษามนุษย์และสังคมอย่างเป็นระบบ แต่ก็เป็นสาขาที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน บางคนคิดว่า “เรียนไปก็หางานยาก” บางคนไม่รู้ว่าสังคมศาสตร์กับมนุษยศาสตร์ต่างกันอย่างไร และน้อยคนที่รู้ว่าทักษะจากสาขานี้ถูกนำไปใช้จริงในงานตั้งแต่ Policy Analyst ไปจนถึง UX Researcher วันนี้ Eduzones… นักศึกษา AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เปิดตัวคอร์ส “AI Literacy” ภายใต้หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ เสริมทักษะใช้ AI สร้างสรรค์ ควบคู่สร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เรียนฟรี! บนแพลตฟอร์ม Thai MOOC และอุ่นใจ CYBER EZ WebmasterApril 20, 2026 AIS ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวคอร์สเรียน “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย พัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่ความหมายของ… ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… นักศึกษาป.โท-เอก ว.ทองสุข บุกเรียนรู้กระทบไหล่ผู้บริหารยักษ์ใหญ่จีน สัมผัสดีเอ็นเอเทคโนโลยีสุดล้ำ ณ Hengxing University tui sakrapeeApril 18, 2026 [มณฑลซานตง, สาธารณรัฐประชาชนจีน – 18 เมษายน 2026] วิทยาลัยทองสุข เดินหน้าสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีให้กับนักศึกษาไทย ล่าสุด ดร.พรจิต อรัณยกานนท์ อธิการบดีวิทยาลัยทองสุข พร้อมด้วย อาจารย์อธิพงษ์ คิดดี ผู้ช่วยรองอธิการบดี นำคณะนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก… ทุนดีดี 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย EZ WebmasterApril 20, 2026 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย อีกหนึ่งโอกาสดีสำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ ล่าสุดโครงการ DUO-Sweden 2026 เปิดรับสมัครทุนแลกเปลี่ยนระหว่างเอเชีย-ยุโรป โดยมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 4,000 ยูโร… ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง EZ WebmasterApril 17, 2026 อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง ที่เปิดให้น้องๆ เลือกอนาคตตัวเองได้ ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมมอบทุนสนับสนุนการศึกษาสูงสุด 13,000 บาท ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัคร… เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย EZ WebmasterApril 16, 2026 เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของนิสิตนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ เมื่อโครงการ Türkiye Scholarships ร่วมกับ Sabancı University ประเทศตุรกี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PURE… ครู-อาจารย์ สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ EZ WebmasterApril 20, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอเชิญผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติ “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 4 เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Coding & AI พร้อมคัดเลือกผลงานต้นแบบและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานต้องสังกัดหน่วยงานใน สพฐ. และส่งผลงานผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด (สพท.)… จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ EZ WebmasterApril 19, 2026 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา… ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… กิจกรรม เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? EZ WebmasterApril 20, 2026 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? “อยากเรียนภาษา ควรเข้าคณะไหน?” คือคำถามที่น้องๆ ม.ปลายถามกันมากทุกปี เพราะทั้งสามคณะดูเหมือนจะเรียนเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงมีความแตกต่างทั้งในเชิงปรัชญา จุดเน้น และเส้นทางอาชีพ บทความนี้ Eduzones… 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย EZ WebmasterApril 20, 2026 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย อีกหนึ่งโอกาสดีสำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ ล่าสุดโครงการ DUO-Sweden 2026 เปิดรับสมัครทุนแลกเปลี่ยนระหว่างเอเชีย-ยุโรป โดยมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 4,000 ยูโร… สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? EZ WebmasterApril 20, 2026 สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สังคมศาสตร์เป็นกลุ่มสาขาที่มุ่งศึกษามนุษย์และสังคมอย่างเป็นระบบ แต่ก็เป็นสาขาที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน บางคนคิดว่า “เรียนไปก็หางานยาก” บางคนไม่รู้ว่าสังคมศาสตร์กับมนุษยศาสตร์ต่างกันอย่างไร และน้อยคนที่รู้ว่าทักษะจากสาขานี้ถูกนำไปใช้จริงในงานตั้งแต่ Policy Analyst ไปจนถึง UX Researcher วันนี้ Eduzones… นักศึกษา AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เปิดตัวคอร์ส “AI Literacy” ภายใต้หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ เสริมทักษะใช้ AI สร้างสรรค์ ควบคู่สร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เรียนฟรี! บนแพลตฟอร์ม Thai MOOC และอุ่นใจ CYBER EZ WebmasterApril 20, 2026 AIS ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวคอร์สเรียน “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย พัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่ความหมายของ… ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… นักศึกษาป.โท-เอก ว.ทองสุข บุกเรียนรู้กระทบไหล่ผู้บริหารยักษ์ใหญ่จีน สัมผัสดีเอ็นเอเทคโนโลยีสุดล้ำ ณ Hengxing University tui sakrapeeApril 18, 2026 [มณฑลซานตง, สาธารณรัฐประชาชนจีน – 18 เมษายน 2026] วิทยาลัยทองสุข เดินหน้าสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีให้กับนักศึกษาไทย ล่าสุด ดร.พรจิต อรัณยกานนท์ อธิการบดีวิทยาลัยทองสุข พร้อมด้วย อาจารย์อธิพงษ์ คิดดี ผู้ช่วยรองอธิการบดี นำคณะนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก… ทุนดีดี 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย EZ WebmasterApril 20, 2026 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย อีกหนึ่งโอกาสดีสำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ ล่าสุดโครงการ DUO-Sweden 2026 เปิดรับสมัครทุนแลกเปลี่ยนระหว่างเอเชีย-ยุโรป โดยมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 4,000 ยูโร… ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง EZ WebmasterApril 17, 2026 อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง ที่เปิดให้น้องๆ เลือกอนาคตตัวเองได้ ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมมอบทุนสนับสนุนการศึกษาสูงสุด 13,000 บาท ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัคร… เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย EZ WebmasterApril 16, 2026 เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของนิสิตนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ เมื่อโครงการ Türkiye Scholarships ร่วมกับ Sabancı University ประเทศตุรกี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PURE… ครู-อาจารย์ สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ EZ WebmasterApril 20, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอเชิญผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติ “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 4 เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Coding & AI พร้อมคัดเลือกผลงานต้นแบบและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานต้องสังกัดหน่วยงานใน สพฐ. และส่งผลงานผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด (สพท.)… จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ EZ WebmasterApril 19, 2026 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา… ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… กิจกรรม เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย EZ WebmasterApril 20, 2026 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย อีกหนึ่งโอกาสดีสำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ ล่าสุดโครงการ DUO-Sweden 2026 เปิดรับสมัครทุนแลกเปลี่ยนระหว่างเอเชีย-ยุโรป โดยมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 4,000 ยูโร… สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? EZ WebmasterApril 20, 2026 สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สังคมศาสตร์เป็นกลุ่มสาขาที่มุ่งศึกษามนุษย์และสังคมอย่างเป็นระบบ แต่ก็เป็นสาขาที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน บางคนคิดว่า “เรียนไปก็หางานยาก” บางคนไม่รู้ว่าสังคมศาสตร์กับมนุษยศาสตร์ต่างกันอย่างไร และน้อยคนที่รู้ว่าทักษะจากสาขานี้ถูกนำไปใช้จริงในงานตั้งแต่ Policy Analyst ไปจนถึง UX Researcher วันนี้ Eduzones…
สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? EZ WebmasterApril 20, 2026 สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สังคมศาสตร์เป็นกลุ่มสาขาที่มุ่งศึกษามนุษย์และสังคมอย่างเป็นระบบ แต่ก็เป็นสาขาที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน บางคนคิดว่า “เรียนไปก็หางานยาก” บางคนไม่รู้ว่าสังคมศาสตร์กับมนุษยศาสตร์ต่างกันอย่างไร และน้อยคนที่รู้ว่าทักษะจากสาขานี้ถูกนำไปใช้จริงในงานตั้งแต่ Policy Analyst ไปจนถึง UX Researcher วันนี้ Eduzones…
AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เปิดตัวคอร์ส “AI Literacy” ภายใต้หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ เสริมทักษะใช้ AI สร้างสรรค์ ควบคู่สร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เรียนฟรี! บนแพลตฟอร์ม Thai MOOC และอุ่นใจ CYBER EZ WebmasterApril 20, 2026 AIS ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวคอร์สเรียน “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย พัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่ความหมายของ… ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… นักศึกษาป.โท-เอก ว.ทองสุข บุกเรียนรู้กระทบไหล่ผู้บริหารยักษ์ใหญ่จีน สัมผัสดีเอ็นเอเทคโนโลยีสุดล้ำ ณ Hengxing University tui sakrapeeApril 18, 2026 [มณฑลซานตง, สาธารณรัฐประชาชนจีน – 18 เมษายน 2026] วิทยาลัยทองสุข เดินหน้าสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีให้กับนักศึกษาไทย ล่าสุด ดร.พรจิต อรัณยกานนท์ อธิการบดีวิทยาลัยทองสุข พร้อมด้วย อาจารย์อธิพงษ์ คิดดี ผู้ช่วยรองอธิการบดี นำคณะนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก… ทุนดีดี 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย EZ WebmasterApril 20, 2026 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย อีกหนึ่งโอกาสดีสำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ ล่าสุดโครงการ DUO-Sweden 2026 เปิดรับสมัครทุนแลกเปลี่ยนระหว่างเอเชีย-ยุโรป โดยมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 4,000 ยูโร… ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง EZ WebmasterApril 17, 2026 อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง ที่เปิดให้น้องๆ เลือกอนาคตตัวเองได้ ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมมอบทุนสนับสนุนการศึกษาสูงสุด 13,000 บาท ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัคร… เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย EZ WebmasterApril 16, 2026 เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของนิสิตนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ เมื่อโครงการ Türkiye Scholarships ร่วมกับ Sabancı University ประเทศตุรกี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PURE… ครู-อาจารย์ สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ EZ WebmasterApril 20, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอเชิญผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติ “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 4 เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Coding & AI พร้อมคัดเลือกผลงานต้นแบบและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานต้องสังกัดหน่วยงานใน สพฐ. และส่งผลงานผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด (สพท.)… จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ EZ WebmasterApril 19, 2026 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา… ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… กิจกรรม เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… นักศึกษาป.โท-เอก ว.ทองสุข บุกเรียนรู้กระทบไหล่ผู้บริหารยักษ์ใหญ่จีน สัมผัสดีเอ็นเอเทคโนโลยีสุดล้ำ ณ Hengxing University tui sakrapeeApril 18, 2026 [มณฑลซานตง, สาธารณรัฐประชาชนจีน – 18 เมษายน 2026] วิทยาลัยทองสุข เดินหน้าสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีให้กับนักศึกษาไทย ล่าสุด ดร.พรจิต อรัณยกานนท์ อธิการบดีวิทยาลัยทองสุข พร้อมด้วย อาจารย์อธิพงษ์ คิดดี ผู้ช่วยรองอธิการบดี นำคณะนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก… ทุนดีดี 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย EZ WebmasterApril 20, 2026 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย อีกหนึ่งโอกาสดีสำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ ล่าสุดโครงการ DUO-Sweden 2026 เปิดรับสมัครทุนแลกเปลี่ยนระหว่างเอเชีย-ยุโรป โดยมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 4,000 ยูโร… ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง EZ WebmasterApril 17, 2026 อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง ที่เปิดให้น้องๆ เลือกอนาคตตัวเองได้ ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมมอบทุนสนับสนุนการศึกษาสูงสุด 13,000 บาท ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัคร… เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย EZ WebmasterApril 16, 2026 เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของนิสิตนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ เมื่อโครงการ Türkiye Scholarships ร่วมกับ Sabancı University ประเทศตุรกี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PURE… ครู-อาจารย์ สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ EZ WebmasterApril 20, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอเชิญผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติ “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 4 เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Coding & AI พร้อมคัดเลือกผลงานต้นแบบและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานต้องสังกัดหน่วยงานใน สพฐ. และส่งผลงานผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด (สพท.)… จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ EZ WebmasterApril 19, 2026 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา… ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… กิจกรรม เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… นักศึกษาป.โท-เอก ว.ทองสุข บุกเรียนรู้กระทบไหล่ผู้บริหารยักษ์ใหญ่จีน สัมผัสดีเอ็นเอเทคโนโลยีสุดล้ำ ณ Hengxing University tui sakrapeeApril 18, 2026 [มณฑลซานตง, สาธารณรัฐประชาชนจีน – 18 เมษายน 2026] วิทยาลัยทองสุข เดินหน้าสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีให้กับนักศึกษาไทย ล่าสุด ดร.พรจิต อรัณยกานนท์ อธิการบดีวิทยาลัยทองสุข พร้อมด้วย อาจารย์อธิพงษ์ คิดดี ผู้ช่วยรองอธิการบดี นำคณะนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก…
นักศึกษาป.โท-เอก ว.ทองสุข บุกเรียนรู้กระทบไหล่ผู้บริหารยักษ์ใหญ่จีน สัมผัสดีเอ็นเอเทคโนโลยีสุดล้ำ ณ Hengxing University tui sakrapeeApril 18, 2026 [มณฑลซานตง, สาธารณรัฐประชาชนจีน – 18 เมษายน 2026] วิทยาลัยทองสุข เดินหน้าสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีให้กับนักศึกษาไทย ล่าสุด ดร.พรจิต อรัณยกานนท์ อธิการบดีวิทยาลัยทองสุข พร้อมด้วย อาจารย์อธิพงษ์ คิดดี ผู้ช่วยรองอธิการบดี นำคณะนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก…
🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย EZ WebmasterApril 20, 2026 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย อีกหนึ่งโอกาสดีสำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ ล่าสุดโครงการ DUO-Sweden 2026 เปิดรับสมัครทุนแลกเปลี่ยนระหว่างเอเชีย-ยุโรป โดยมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 4,000 ยูโร… ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง EZ WebmasterApril 17, 2026 อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง ที่เปิดให้น้องๆ เลือกอนาคตตัวเองได้ ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมมอบทุนสนับสนุนการศึกษาสูงสุด 13,000 บาท ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัคร… เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย EZ WebmasterApril 16, 2026 เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของนิสิตนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ เมื่อโครงการ Türkiye Scholarships ร่วมกับ Sabancı University ประเทศตุรกี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PURE… ครู-อาจารย์ สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ EZ WebmasterApril 20, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอเชิญผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติ “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 4 เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Coding & AI พร้อมคัดเลือกผลงานต้นแบบและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานต้องสังกัดหน่วยงานใน สพฐ. และส่งผลงานผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด (สพท.)… จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ EZ WebmasterApril 19, 2026 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา… ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… กิจกรรม เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! EZ WebmasterApril 19, 2026 🇬🇧 เปิดวาร์ปทุนเรียนต่ออังกฤษ! King’s College London แจกทุน ป.โท “CMA CGM Excellence Fund” เรียนฟรี + ได้เงินใช้ปีละเกือบล้าน! ข่าวดีสำหรับน้อง ๆ ที่ฝันอยากเรียนต่ออังกฤษ! ล่าสุด… อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง EZ WebmasterApril 17, 2026 อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง ที่เปิดให้น้องๆ เลือกอนาคตตัวเองได้ ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมมอบทุนสนับสนุนการศึกษาสูงสุด 13,000 บาท ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัคร… เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย EZ WebmasterApril 16, 2026 เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของนิสิตนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ เมื่อโครงการ Türkiye Scholarships ร่วมกับ Sabancı University ประเทศตุรกี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PURE… ครู-อาจารย์ สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ EZ WebmasterApril 20, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอเชิญผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติ “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 4 เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Coding & AI พร้อมคัดเลือกผลงานต้นแบบและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานต้องสังกัดหน่วยงานใน สพฐ. และส่งผลงานผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด (สพท.)… จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ EZ WebmasterApril 19, 2026 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา… ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… กิจกรรม เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง EZ WebmasterApril 17, 2026 อนาคตออกแบบได้ ที่มหาวิทยาลัยสยาม รู้มั้ยว่า…ม.สยาม มีหลักสูตร คณะอะไรบ้าง ที่เปิดให้น้องๆ เลือกอนาคตตัวเองได้ ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 พร้อมมอบทุนสนับสนุนการศึกษาสูงสุด 13,000 บาท ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัคร… เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย EZ WebmasterApril 16, 2026 เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของนิสิตนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ เมื่อโครงการ Türkiye Scholarships ร่วมกับ Sabancı University ประเทศตุรกี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PURE…
เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย EZ WebmasterApril 16, 2026 เปิดสมัครแล้ว! ทุนรัฐบาลตุรกี 2026 ร่วม Sabancı University ทำวิจัยฤดูร้อน ฟรีทุกค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของนิสิตนักศึกษาไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ เมื่อโครงการ Türkiye Scholarships ร่วมกับ Sabancı University ประเทศตุรกี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PURE…
สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ EZ WebmasterApril 20, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอเชิญผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติ “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 4 เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Coding & AI พร้อมคัดเลือกผลงานต้นแบบและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานต้องสังกัดหน่วยงานใน สพฐ. และส่งผลงานผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด (สพท.)… จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ EZ WebmasterApril 19, 2026 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา… ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… กิจกรรม เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ EZ WebmasterApril 19, 2026 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ครบ 5 หมวด 9 ข้อ พร้อมแบบแผนพฤติกรรม คู่มือที่ครูทุกคนต้องรู้ จรรยาบรรณวิชาชีพครูคือกฎแห่งความประพฤติสำหรับสมาชิกวิชาชีพครู ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้กำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สมกับเกียรติของความเป็นครู และหากมีการละเมิดจะมีการลงโทษตามมา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา… ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน… กิจกรรม เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ค่าชุดนักเรียน 2569 ได้เท่าไหร่? เช็กเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้น ก่อนเปิดเทอม ใกล้เปิดเทอมแล้ว! ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มเตรียมงบสำหรับค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาเช็กกันให้ชัด ๆ ว่าปีการศึกษา 2569 รัฐบาลช่วยออกค่าชุดนักเรียนให้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ถัวจ่ายได้บ้าง เงินอุดหนุนรายหัวคืออะไร? เงินอุดหนุนรายหัวคือเงินงบประมาณ… ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน…
ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม EZ WebmasterApril 19, 2026 ข่าวจริง! ศธ. ผ่อนปรนระเบียบชุดนักเรียน ลดภาระผู้ปกครองก่อนเปิดเทอม หลายคนอาจเห็นข่าวนี้แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ร่วมกับเพจทางการ ศธ.360 องศา ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น “ข่าวจริง” ศธ. ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน…
เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา EZ WebmasterApril 19, 2026 🏥 เปิดจักรวาล “สายพยาบาล” ✨ ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงานใหญ่แห่งปี จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา ใครสนใจสายสุขภาพ ห้ามพลาด! ✨สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมปลาย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม… ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย EZ Webmaster Related Posts TCAS69 รอบ 3 Admission ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดรับกว่า 3,788 ที่นั่ง สมัคร 6–12 พ.ค. 69 อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์ ต่างกันอย่างไร? เรียนอะไร? ทำงานอะไร? 🇸🇪 เปิดวาร์ป “สวีเดน”! ทุน DUO-Sweden 2026 แจก 4,000 ยูโร เรียนแลกเปลี่ยนสแกนดิเนเวีย สังคมศาสตร์ เรียนอะไร? มีกี่สาขา? ทำงานอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่? สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ Post navigation PREVIOUS Previous post: 10 เทคนิค “ขี้เกียจแบบฉลาด” ที่ทำให้เรียนเก่งขึ้นได้จริงNEXT Next post: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบ TCAS69 รอบ Portfolio 1.3 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ม.เกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ tui sakrapeeApril 15, 2026 มหาวิทยาลัยเกริก ผนึกกำลัง 14 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ร่วมลงนาม MOU ยกระดับการพัฒนาสังคมและงานวิจัยระดับชาติ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มหาวิทยาลัยเกริก… ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”… Search for: Search
ราชมงคลพระนคร ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น สำนักงานเขตบางซื่อ tui sakrapeeApril 9, 2026 ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดี เข้าร่วมประชุมและประสานงาน โดยมีผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี เป็นผู้กำกับดูแลในการสนับสนุน จัดกิจกรรมในงานกระตุ้นเศรษฐกิจรัชดา-ประชาชื่น โดยสำนักงานเขตบางซื่อ ซึ่งจัดในพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพแยกประชานุกูล ระหว่างวันที่ 19-27 มี.ค.2569… มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”…
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ Omnicom Media Thailand ประกาศก้าวสู่ Creative Ecosystem ระดับสากล เปิดหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding รับโลกคอนเทนต์ยุค AI tui sakrapeeApril 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand พันธมิตรเอเจนซี่สื่อชั้นนำระดับโลก ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding”…
EZ Webmaster November 27, 2025 EZ Webmaster November 27, 2025 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “ รับมือ Future Trend 2026 “ม.มหิดล” เดินหน้าเปิดแผน Medical Disruption ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เตรียมลงทุน Medical AI การแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง โรงงานยาที่มีชีวิต และขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก “การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์” กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2568 – มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศเดินเกม “Medical Disruption” ครั้งใหญ่ รับมือ Future Trend 2026 หลังประเมิน Pain Point สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหา Health Literacy ของประชาชน ทั้งนี้ ได้วางหมุดหมายระดับประเทศ ด้วยการทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเครื่อง 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ Medical AI งานปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โรงงานยาที่มีชีวิต และการแพทย์สมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อปิดช่องว่างโครงสร้างสุขภาพของประเทศ พร้อมยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก และเสริมแกร่งเศรษฐกิจสุขภาพในยุค Wellness Economy โดยแผนนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ระบบบริการสุขภาพที่กำลังรับแรงกดดันแต่ยังเป็นการปูรากฐานอุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่ได้อีกด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับ Pain Point ด้านสาธารณสุขที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทยจะพบว่า 3 ปัญหาหลักที่ต้องผลักดันนโยบายและแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ 1.ต้นทุนสุขภาพแห่งชาติสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่มีผลต่อจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอายุขัยของประชากร อีกทั้งผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการป่วยหลายโรคร่วมกัน ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับประเทศยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพและงบประมาณของรัฐต้องแบกรับภาระหนักขึ้น สวนทางกับแนวโน้มคนวัยทำงานที่จะจ่ายภาษีรองรับระบบสุขภาพลดลง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้ในอนาคต ประเด็นที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอและกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นวิกฤตกำลังคนด้านสาธารณสุขที่รุนแรง โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้มีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,000 คน แต่ไทยกลับมีแพทย์เพียง 1 คนต่อประชากร 2,000 คน และยังเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบท เช่น กรุงเทพฯ มีแพทย์เฉลี่ย 1 คน ต่อ 462 คน แต่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์เพียง 1 คนต่อ 5,000 คน สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ภาระงานที่หนักหน่วงส่งผลให้แพทย์ทยอยลาออกเฉลี่ยกว่า 455 คนต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้เข้ารับบริการถึง 40.5 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยคนไทยต้องพบแพทย์ 3 ครั้งต่อปี ด้วยสถานการณ์นี้กำลังกดทับระบบสาธารณสุขไทยให้ต้องแบกทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพบริการ ที่ถูกท้าทาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนระบบจะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประเด็นที่ 3 คนไทยขาดความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่เพียงพอ ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาในระบบสุขภาพไทย ทั้งพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรค การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ร่วมด้วยระบบสุขภาพไทยยังเน้นการรักษาที่ปลายเหตุ เช่น รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา มากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ภาระหนักไปตกอยู่กับแพทย์และพยาบาล นำไปสู่วงจรปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคนไข้ล้น คุณภาพบริการลด บุคลากรลาออก ไปจนถึงงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเสริมว่า แม้ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ด้วยศักยภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ใหญ่ ๆ ใน 3 มิติ ซึ่งหากรับมือได้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยมหาวิทยาลัยได้ประเมินว่าเทรนด์และอานิสงส์ที่ไทยสามารถจับโอกาสได้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อนาคตของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาเมื่อป่วย แต่อยู่ที่การป้องกันก่อนเจ็บป่วยและการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนในการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ทำนายแนวโน้มการเกิดโรค ตรวจวินิจฉัย วางแผนและกำหนดวิธีการรักษา เลือกใช้ยา รวมไปถึงแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยลดการลองผิดลองถูก เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โดยแนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก หลายประเทศเร่งลงทุนสร้าง “ฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาติ” เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ เช่น สหราชอาณาจักรที่ดำเนินโครงการ Genomics England ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสม หรือจีนที่ลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูล DNA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อปูทางสู่การพัฒนานวัตกรรมการแพทย์เฉพาะบุคคลในอนาคต การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนอวัยวะด้วย Xenotransplantation การขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย (Organ Shortage Crisis) นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางสาธารณสุขที่รุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย การรอผู้บริจาคอวัยวะทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเสียชีวิต ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตกว่า 100,000 ราย และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาทต่อปีและคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 57,000 ล้านบาท ในปี 2576 หากยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้น การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำอวัยวะจากสัตว์โดยเฉพาะหมูที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในการปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ผ่านกระบวนการตัดต่อยีนเพื่อลดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงกลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยอวัยวะ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาสามารถปลูกถ่ายหัวใจหมูในมนุษย์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก แม้ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็ได้พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง แต่ยังต้องศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ คือ การต่อต้านของร่างกายมนุษย์ (Rejection) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1. การต่อต้านด้วยแอนติบอดี (Hyperacute Rejection) แอนติบอดีทำลายอวัยวะหมูทันที 2. การต่อต้านในระดับเซลล์ (Cellular Rejection) เม็ดเลือดขาวเข้าทำลายอวัยวะ 3. การเกิดลิ่มเลือด (Thrombosis) เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดเล็ก ๆ ของอวัยวะหมูทำให้อวัยวะขาดเลือดและเสียหาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตัดต่อยีนที่แม่นยำเพื่อดัดแปลงพันธุกรรมของหมูให้เข้ากับมนุษย์มากขึ้น ลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกถ่าย Wellness Economy จากการรักษาโรคสู่การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม แนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในปี 2569 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของ Wellness Economy จากเดิมที่เน้น “การรักษาผู้ป่วย” ไปสู่ “การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness & Preventive Care)” ทั้งดูแล ป้องกัน รักษา ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ใหญ่ที่กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกและเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง “ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลกที่คาดไว้ 4.5% และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกขนาด 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ในอนาคตความมั่งคั่งของชาติอาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่สุขภาวะมวลรวมของประชากร ตามแนวคิด Health is the New Wealth ซึ่งในภูมิภาคนี้ ประเทศไทย ถือเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพที่ทั่วโลกจับตา โดยในช่วงปี 2565-2566 ประเทศไทยเคยคว้าอันดับ 1 ของโลกในการเติบโตของตลาด Wellness ที่อัตรา 28.4% และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพในเวทีโลก โดยทั้ง 3 เมกะเทรนด์ข้างต้น คือ โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงเม็ดเงินจากบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทยหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพของเอเชียในอนาคต” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในทุกมิติทั้งทีมวิจัยและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยชั้นนำ ฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุม และเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมุ่งใช้จุดแข็งเหล่านี้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science) โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้วางเป้าหมายสำคัญที่ไม่เพียงเพื่อพลิกโฉมสาธารณสุขไทยและตอบรับ Future Trend ของโลก แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy และการแพทย์ระดับโลกด้วยการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อบ่มเพาะ 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capability) และแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) – เร่งพัฒนา Medical AI ยกระดับการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำรายบุคคล โดยใช้ฐานข้อมูลทางการแพทย์ของคนไทยที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์เป็นทุนสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจาก NVIDIA ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สนับสนุนฮาร์ดแวร์ GPU และ software สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มูลค่าเทียบเท่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล และพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาเอกด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งนำซอฟต์แวร์จาก NVIDIA มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมวิจัยยาใหม่ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายมิติของคนไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพแม่นยำรายบุคคล (Personalized Healthcare) ที่สามารถทำนายความเสี่ยงและให้คำแนะนำการป้องกันโรคที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ พร้อมผลักดันงานวิจัย Medical AI ของไทยสู่ระดับสากล ขับเคลื่อนการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) – เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยในระดับโลก ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยเน้นที่ “ไตหมู” เป็นลำดับแรก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประเทศ โดยร่วมมือกับ บริษัท NZeno Limited ผู้นำเทคโนโลยีตัดต่อยีนหมูจากนิวซีแลนด์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านฟาร์มปลอดเชื้อ และ บริษัท Acino International AG ผู้นำด้านเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา สร้างต้นแบบหมูตัดต่อยีนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ใน Phase 0 คาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้จริงภายใน 5-9 ปี และตั้งเป้าให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-5 ปี โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยไตวายเรื้อรังชาวไทยหลายแสนคนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการล้างไต 16,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Xenotransplantation ในภูมิภาค พัฒนาโรงงานยาที่มีชีวิต (ATMP Manufacturing) สร้างยาใหม่จากเซลล์มนุษย์ – สร้างโรงงานยาที่มีชีวิตเพื่อผลิตยากลุ่ม Advanced Therapy Medicinal Products (ATMP) ซึ่งเป็นยายุคใหม่ที่ใช้เซลล์มนุษย์ดัดแปลงยีนในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว และพาร์กินสัน โดยตลาด ATMP ทั่วโลกมีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยกว่า 25% ต่อปี สะท้อนความต้องการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้นักวิจัยไทยจะสามารถพัฒนายาเหล่านี้ได้ในห้องปฏิบัติการ แต่ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงลงทุนก่อสร้างโรงงาน ATMP ขนาดกลางที่ศาลายา ด้วยงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่ผลิตและขยายกำลังการผลิตยา ATMP เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและลดภาระของระบบสุขภาพแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไบโอเทคมูลค่าสูง ส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเซลล์บำบัดและยีนบำบัดของภูมิภาค พัฒนาการแพทย์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูง (Mushroom Bio-Extracts & Nutraceuticals) ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดลยังตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพมหาศาลขององค์ความรู้และทรัพยากรชีวภาพของไทย โดยเฉพาะ “เห็ด” ซึ่งเป็นแหล่งของสารสำคัญทางชีวภาพ (Bio-active compounds) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรจากเห็ดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลกแต่ผลิตภัณฑ์ของไทยยังขาดมาตรฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับสู่ระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง มหาวิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่การสกัดสารบริสุทธิ์ (Extraction & Purification) ด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล การศึกษาทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยาแผนปัจจุบันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ (Phytopharmaceuticals) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรม (Nutraceuticals) และสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก ซึ่งนอกจากจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเห็ดและสมุนไพรไทย ยกระดับผลผลิตเกษตรกรให้มีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวยังเป็นการมอบทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ให้กับคนไทยและชาวโลก “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งเทรนด์อนาคตที่เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และ Pain Points ที่ต้องเร่งแก้ไข การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์และเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ และภาคประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสสูงที่จะพลิกโฉมระบบสาธารณสุข พร้อม ๆ กับสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวปิดท้าย
สสวท. จับมือ สพฐ. เปิดเวที “CODING Achievement Awards ครั้งที่ 4” ชวนครูไทยส่งผลงาน Coding & AI โชว์ศักยภาพสู่เวทีระดับชาติ