รีวิว มหาวิทยาลัยคริสเตียน มหาวิทยาลัยที่กล้าการันตี จบมา มีงานทำ 100%

หากพูดถึงมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของประเทศ มหาวิทยาลัยคริสเตียน ก็เป็นอีก 1 แห่ง ที่มีความโดดเด่นด้านพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ จนได้รับการยอมรับจากองค์กรจากต่างประเทศและภายในประเทศ การันตีได้ว่า หากน้องๆเลือกเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยคริสเตียน น้องๆจบมามีงานทำ 100% อย่างแน่นอน
ซึ่งมหาวิทยาลัยคริสเตียน เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งที่ 2 ในสังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้รับใบอนุญาต และได้รับการรับรองจากทบวงมหาวิทยาลัย ให้เปิดดำเนินการสอนในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2526 เป็นต้นมา และเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยคริสเตียน คือ มหาวิทยาลัยแห่งสุขภาวะ (Wellness) และความเป็นวิชาชีพ ตามหลักคำสอนของคริสตศาสนา
วันนี้ทาง EDUZONES  จะพาน้องๆมาทำความรู้จักกับ 4 คณะสุดปังของมหาวิทยาลัยคริสเตียนกันครับ ว่าเค้ามีหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างไร และหากน้องๆต้องการเข้าเรียนที่นี่ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายคร่าวๆและหอพักรอบมหาวิทยาลัยด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเล้ยย

มาเริ่มกันที่คณะแรกกันเลยดีกว่าครับกับ คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นสาขาที่เต็มไวที่สุด ซึ่งมีทั้งหลักสูตรไทย และหลักสูตรนานาชาติ และเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสภาการพยาบาล และมีการทำ MOU กับโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศกว่า 50 แห่ง ซึ่งจุดเด่นของการเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคริสเตียนนั้น ได้แก่

  • เสริมสร้างการทำงานเป็นทีมสุขภาพเพื่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง
  • ได้รับทักษะการปฏิบัติการพยาบาลวิกฤต หรือ “nurse ICU”
  • เน้นการฝึกปฏิบัติการพยาบาลวิชาชีพแบบบูรณาการ (Integration) อย่างมีคุณภาพ
  • จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอนในรายวิชาชีพ เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการปฏิบัติวิชาชีพการพยาบาลได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • นักศึกษาสามารถเลือกฝึกปฏิบัติวิชาชีพในโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อเตรียมตัวสู่การเป็นมืออาชีพ
  • เน้นพัฒนานวัตกรรมการดูแลสุขภาพ
  • มีโอกาสได้ฝึกงานในต่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • มีเครือข่ายกับโรงพยาบาลในประเทศเยอรมัน (หลักสูตรนานาชาติ)

และในการเรียนตลอด 4 ปีนั้น น้องๆหลายคนคงกำลังสงสัยว่าแต่ละปีเค้าเรียนอะไรกันบ้าง เรามาดูกันเลย

  • ปี 1 เป็นการเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น วิชาชีวเคมี กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา ภาษาเพื่อการสื่อสาร จิตวิทยาพื้นฐาน เป็นต้น
  • ปี 2 เรียนวิชาเฉพาะ และเริ่มฝึกปฏิบัติการพยาบาล ยกตัวอย่างเช่น พยาธิสรีรวิทยาและเภสัชวิทยาสำหรับพยาบาล การพยาบาลพื้นฐาน เป็นต้น
  • ปี 3 เริ่มเรียนลึกทางด้านวิชาชีพและเรียนการฝึกปฎิบัติเฉพาะทาง ยกตัวอย่างเช่น การพยาบาลผู้ป่วยในภาวะวิกฤติ การพยาบาลมารดา ทารก และการผดุงครรภ์ เป็นต้น
  • ปี 4 เป็นการฝึกงาน (ฝึกปฏิบัติการพยาบาล) ยกตัวอย่างเช่น ปฏิบัติการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ปฎิบัติการพยาบาลชุมชน เป็นต้น

และเมื่อเรียนจบหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน น้องๆสามารถต่อยอดได้หลากหลายอาชีพไม่ว่าจะเป็น

  • พยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาล และสถานบริการสุขภาพทุกประเภท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • สามารถประกอบธุรกิจบริการดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุอิสระได้
  • นักวิชาการพยาบาลด้านสุขภาพ
  • นักวิจัยพยาบาล

และยังมีอีกหลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสายงานด้านพยาบาลและสุขภาพที่เรายังไม่ได้กล่าวถึง ตอนนี้น้องๆหลายคนอาจกำลังมีความสนใจที่จะเลือกเข้าเรียนที่คณะพยาบาลแห่งมหาวิทยาลัยคริสเตียนกันบ้างแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าหากเข้าเรียนที่นี่ จะมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

  • ชั้นปีที่ 1 ประมาณ 118,500 บาทต่อปีการศึกษา หลักสูตรนานาชาติ 150,600 บาทต่อปีการศึกษา
  • ชั้นปีที่ 2 ประมาณ 118,100 บาทต่อปีการศึกษา หลักสูตรนานาชาติ 155,800 บาทต่อปีการศึกษา
  • ชั้นปีที่ 3 ประมาณ 116,200 บาทต่อปีการศึกษา หลักสูตรนานาชาติ 156,700 บาทต่อปีการศึกษา
  • ชั้นปีที่ 4 ประมาณ 88,080 บาทต่อปีการศึกษา หลักสูตรนานาชาติ 114,080 บาทต่อปีการศึกษา

ยอดรวมค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 440,880 บาท หลักสูตรนานาชาติ 577,180 บาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับการลงทะเบียนในแต่ละเทอม อยู่ที่ประมาณ 157,404 บาท

และผู้ที่ต้องการสมัครเข้าเรียนที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เท่านั้น
  • ในส่วนของหลักสูตรปริญญาโท ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือสาขาสัมพันธ์
  • ต้องมีผลการเรียนในรายวิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์และรายวิชาภาษาอังกฤษ และเกรดเฉลี่ยของแต่ละรายวิชาที่กล่าวมานั้น ต้องไม่ต่ำกว่า 2.75 ในกรณีที่เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.75 จะต้องสอบวัดความรู้ตามที่มหาวิทยาลัยคริสเตียนกำหนด
  • หลักสูตรปริญญาโท ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาธารณสุข หรือสาขาที่เกี่ยวข้อมกับสาขาพยาบาลศาสตร์
  • ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล
  • มีความประพฤติดี
  • ไม่เป็นคนวิกลจริต
  • ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคอื่นใดที่สังคมรังเกียจ
  • มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
หลังจากที่ได้รู้รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียนกันไปแล้ว หากน้องๆคนไหนสนใจสมัครเข้าเรียนที่คณะนี้ สามารถสมัครเรียนออนไลน์ได้ที่  คลิกที่นี่
และหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะพยาบาลศาสตร์ คลิกที่นี่
คณะพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ คลิกที่นี่

เรามาต่อกันที่ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ กันเลยครับ ซึ่งเป็นอีกหนึงคณะด้านสุขภาพ ที่มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนตามความถนัดมากมาย ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกันไปทีละสาขากันเลยดีกว่าครับ


สาขากายภาพบำบัด
เป็นสาขาที่ได้รับการรับรองจากสถากายภาพบำบัด ด้านหลักสูตรดีเยี่ยม ซึ่งหากน้องๆเลือกเรียนกายภาพบำบัดที่มหาวิทยาลัยคริสเตียน น้องๆจะได้ฝึกทักษะครบทุกด้านจากอาจารย์ที่มีประสบการณ์ดูแลนักกีฬาระดับทีมชาติ และได้ฝึกปฏิบัติงานจริงที่คลิกนิกเฉพาะทาง  ซึ่งจุดเด่นของสาขากายภาพบำบัดจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกันเลย

  • เป็นหลักสูตรที่น่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจากสภากายภาพบำบัด
  • เน้นกายภาพบำบัดเพื่อผู้สูงอายุ รองรับอนาคต
  • ฝึกงานรวม 1,200 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจในฝีมือและคุณภาพได้
  • ฝึกปฏิบัติทางคลินิกแยกเฉพาะทางถึง 6 คลินิก
  • คณาจารย์ในหลักสูตรมีงานวิจัยและตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยทั้งจากหน่วยงานภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย(ข้อมูลตามเอกสารแนบในส่วนของประวัติอาจารย์และผลงานทางวิชาการและวิชาชีพ)

เรียนกายภาพบำบัด 4 ปี แต่ละปีเรียนอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

  • ปี 1 เป็นการเรียนพื้นฐานวิชาทั่วไป
  • ปี 2 เริ่มลงลึกในวิชาชีพกายภาพบำบัด
  • ปี 3 ฝึกปฏิบัติทางคลินิก ออกบริการชุมชน
  • ปี 4 ทำโครงงานวิจัยเรียนบริหารคลินิก

ในส่วนของอาชีพที่รองรับสาขากายภาพบำบัด มีดังนี้

  • นักกายภาพบำบัดในสถานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ได้แก่ ศูนย์สุขภาพชุมชน สถานีอนามัย ระดับทุติยภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป ระดับตติยภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลเอกชน เป็นต้น
  • นักกายภาพบำบัดประจำทีมกีฬา ศูนย์ออกกำลังกายหรือศูนย์สุขภาพ สปาและความงาม
  • ประกอบอาชีพอิสระด้านสุขภาพ
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือทางกายภาพบำบัด
  • สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ในสาขาวิชากายภาพบำบัดหรือสาขาที่เกี่ยวข้องได้

จะเห็นได้ว่าเมื่อจบการศึกษาในสาขาวิชากายภาพบำบัดไปนั้น มีอาชีพรองรับมากมายเลยทีเดียว เรามาดูในส่วนของค่าใช้จ่ายกันดีกว่า ว่าหากน้องๆเลือกเรียนในสาขาวิชากายภาพบำบัดไป จะต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

  • ปี 1. 99,600 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 2. 92,500 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 3. 90,300 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 4. 74,450 บาทต่อปีการศึกษา

ยอดรวมตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 356,850 บาท และผู้ที่ต้องการเข้าเรียนในสาขาวิชากายภาพบำบัด ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์หรือเทียบเท่า
  • ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เว้นแต่ในกรณีที่โทษนั้นเกิดจากความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดอันเป็นลหุโทษ
  • มีความประพฤติดี ไม่เคยถูกไล่ออกจากสถาบันการศึกษาใด เนื่อจากความประพฤติเสื่อมเสีย
  • มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคอื่นใดที่มีอุปสรรคต่อการเรียน
น้องๆคนไหนที่มีความสนใจสมัครเข้าเรียนในสาขาวิชากายภาพบำบัด คลิกที่นี่

และหากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวสาขาวิชากายภาพบำบัด  คลิกที่นี่

มาที่สาขาถัดมากันเลยครับกับ สาขานวัตกรรมเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการ ซึ่งหากน้องๆเลือกเรียนสาขานี้ รับรองได้ว่าสามารถต่อยอดได้หลากหลายอาชีพอย่างแน่นอน รวมทั้งจบมาทำงานได้ทั้งในโรงพยาบาลและโรงงาน อีกทั้งยังสามารถต่อยอดไปเป็นนักกำหนดอาหารได้อีกด้วย ถ้าอย่างนั้นเรามาดูจุดเด่นของสาขานี้กันเลยดีกว่า
  • ได้รับความรู้และประสบการณ์จากการฝึกงานที่หลากหลาย
  • มีการฝึกปฏิบัติแบบเข้มข้นในปีที่ 3 ได้ใช้เครื่องอุปกรณ์จริง
  • ฝึกงานได้ทั้งในโรงงานและโรงพยาบาล
  • ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย ประยุกต์ใช้กับการทำงานได้

เรียนนวัตกรรมเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการ เรียนทั้งหมด 4 ปี แต่ละปีเรียนอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

  • ปี 1 เรียนเกี่ยวกับพื้นฐานวิทยาศาสตร์และโภชนาการ เช่น วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารเบื้องต้น โภชนศาสตร์เบื้องต้น
  • ปี 2 เรียนโภชนาการประยุกต์และหลักการทางวิทยาศาสตร์อาหาร เช่น โภชนาการคลินิกและโภชนบำบัด
  • ปี 3 เริ่มฝึกปฏิบัติและวิจัย เป็นการเริ่มฝึกปฏิบัติโภชนาการและคิดค้นโครงงานวิจัยด้านอาหารและโภชนาการ
  • ปี 4 สหกิจศึกษา เลือกฝึกปฏิบัติงานในสายที่ตนเองสนใจ เช่น การจัดระบบการบริหารอาหารเพื่อโภชนาการ

อาชีพที่รองรับสาขานวัตกรรมเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการ มีดังนี้

  • นักโภชนาการ
  • นักวิทยาศาสตร์การอาหาร
  • นักพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
  • เจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพและประกันคุณภาพอาหาร
  • เจ้าของธุรกิจด้านเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการ

มาต่อกันที่ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรกันครับ ว่าหากเลือกเรียนสาขานี้ จะต้องมีค่าใช้จ่ายรวมทั่งหมดเท่าไหร่กันนะ

  • ปี 1. 80,000 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 2. 80,000 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 3. 80,000 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 4. 70,000 บาทต่อปีการศึกษา

ยอดรวมตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 310,000 บาท และผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในสาขานวัตกรรมเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการ สามารถสมัครได้ที่ คลิกที่นี่

และหากน้องๆคนไหนอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาขานวัตกรรมเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการ

คลิกที่นี่

มาต่อกันที่ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย กันครับ เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่บอกได้เลยว่าปังไม่แพ้หลักสูตรอื่นเลย เพราะเป็นสาขาที่โดดเด่นด้านการออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กได้ ซึ่งถือเป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคปัจจุบัน และนอกจากนี้ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย เช่น

  • อาจารย์ผู้สอนมีประสบการณ์ในวงการกีฬาระดับประเทศ
  • เน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะความรู้ด้านการออกกำลังกายและกีฬาในเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และบุคคลทั่วไป
  • มีการร่วมมือกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและโรงพยาบาลชั้นนำ

ในส่วนของอาชีพที่รองรับ มีดังนี้

  • นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
  • ผู้ฝึกสอนการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล
  • นักวิเคราะห์สมรรถนะกีฬา
  • ผู้ดูแลและจัดกิจกรรมศูนย์ส่วเสริมกีฬาและออกกำลังกาย
  • นักวิชาชีพในสถานประกอบการกีฬา

และในการเรียนการสอนตลอด 4 ปีนั้น มีรายละเอียด ดังนี้

  • ปี 1. เป็นการเรียนวิชาพื้นฐานทางด้านกีฬา
  • ปี 2. เป็นการเรียนเนื้อหาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
  • ปี 3. เน้นเจาะลึกด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา
  • ปี 4. เป็นการฝึกงานแบบสหกิจในหน่วยงานกีฬาและสถานประกอบการสุขภาพ

มาดูในด้านค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรกันดีกว่าครับว่าจะเข้าเรียนสาขานี้จะต้องใช้จ่ายยังไงบ้าง

  • ปี 1. 66,000 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 2. 66,000 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 3. 66,000 บาทต่อปีการศึกษา
  • ปี 4. 66,000 บาทต่อปีการศึกษา

รวมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 264,000 บาท และหากต้องการสมัครเข้าเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • มีเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป

น้องๆคนไหนสนใจสมัครเข้าเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย คลิกที่นี่

และหากน้องๆคนไหนอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่

มากันที่สาขาสุดท้ายของคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพกันเลยครับ กับ สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงไม่กี่แห่งที่เปิดการเรียนการสอนสาขานี้ และหากน้องๆจบไปสามารถการันตีได้ว่าน้องๆจะมีงานทำ 100%อย่างแน่นอน เพราะเป็นอาชีพที่ทุกโรงพยาบาลต้องการ และฐานเริ่มต้นเงินเดือนสูงด้วยนะ มาดูจุดเด่นของสาขานี้กันครับ

  • มีงานรองรับสูง เนื่องจากเป็นวิชาชีพที่มีความต้องการสูง และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ
  • มีการปฏิบัติสหกิจศึกษา 2 ครั้ง ในเครือข่ายสถานประกอบการด้านเครื่องมือแพทย? และโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย
  • มีโอกาสได้งานก่อนสำเร็จการศึกษา และอัตราเงินเดือนค่อนข้างสูง

อาชีพที่รองรับในสาขานี้ ได้แก่

  • วิศวกรชีวการแพทย์
  • นักอุปกรณ์ชีวการแพทย์
  • นักวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์
  • นักพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์
  • วิศวกรฝ่ายขาย
  • วิศวกรบริการเทคนิค

ในระยะเวลาการเรียนตลอด 4 ปี มีการเรียนการสอน ดังนี้

  • ปี 1. เป็นการเรียนปรับพื้นฐานด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์
  • ปี 2. เป็นการเรียนรู้เชิงลึกด้านการแพทย์และวิศวกรรม
  • ปี 3. นำความรู้ที่ได้เรียนรู้มาปรับใช้ในการฝึกประสบการณ์ที่สถานประกอบการ
  • ปี 4. ฝึกปฏิบัติสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ

ในส่วนของค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรนั้น มีรายละเอียด ดังนี้

  • ปี 1. 80,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 2. 80,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 3. 80,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 4. 70,000 บาทต่อเทอม

รวมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 310,000 บาท และหากต้องการเข้าเรียนต่อในสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และมหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็นสมควรรับเข้าศึกษา
  • ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เว้นแต่ในกรณีโทษนั้นเกิดจากความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรทอความผิดอันเป็นลหุโทษ
  • มีความประพฤติดี ไม่เคยถูกไล่ออกจากสถาบันการศึกษาใด เนื่องจากความประพฤติเสื่อมเสีย
  • ไม่เป็นคนวิกลจริต
  • ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคอื่นใดที่สังคมรังเกียจ
  • มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
  • มีผลการเรียนผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
น้องๆคนไหนสนใจสามารถสมัครเข้าเรียนได้ที่ คลิกที่นี่
และหากน้องๆคนไหนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คลิกที่นี่

หมดไปแล้วนะครับสำหรับคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ ถ้าอย่างนั้นเรามาต่อกันที่คณะต่อมากันเลยครับ กับ คณะสหวิทยาการ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งคณะและหนึ่งทางเลือกที่มีหลักสูตรให้น้องๆเลือกเรียนได้หลากหลาย

เรามาเริ่มกันที่สาขาแรกกันครับ กับ สาขาการจัดการบริการสุขภาพ เป็นสาขาที่ทุกโรงพยาบาลต้องการ ทำให้รับรองได้ว่าหากน้องๆจบจากสาขานี้ไป น้องๆจะมีงานรองรับอย่างแน่นนอน ซึ่งจุดเด่นในสาขานี้ มีดังนี้

  • เน้นการบูรณาการความรู้ทั้งด้านบริหารธุรกิจ ด้านการแพทย์ และงานเลขานุการทางการแพทย์
  • เป็นทางเลือกใหม่ในการประกอบอาชีพ สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย
  • เน้นการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ผ่านการฝึกปฏิบัติสหกิจในสถานประกอบการจริง
  • มีการตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการจัดการเรียนการสอนร่วมกับโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน และองค์กรบริการสุขภาพ

อาชีพที่รองรับในสาขานี้ ได้แก่

  • ผู้ประกอบการธุรกิจด้านการบริการสุขภาพ
  • บุคลากรในภาคธุรกิจด้านการบริการสุขภาพ
  • เลขานุการในองค์กรหรือส่วนงานสังกัดสถานประกอบการด้านสุขภาพ/โรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชน
  • พนักงานบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพ ประจำหอผู้ป่วย/ส่วนงานสังกัดโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชน
  • บุคลากรที่ปฏิบัติงานในบริษัทเวชภัณฑ์/อุปกรณ์การแพทย์

ระยะเวลาการเรียนตลอด 4 ปี มีการเรียนการสอน ดังนี้

  • ปี 1. เป็นการเรียนพื้นฐานความรู้ด้านบริหารธุรกิจ
  • ปี 2. เรียนการจัดการด้านการเงินการบัญชี
  • ปี 3. เน้นเรียนกลยุทธ์การบริหารธุรกิจด้านสุขภาพ เช่น การเป็นผู้ประกอบการ และการวิจัย
  • ปี 4. เป็นการปฏิบัติสหกิจศึกษา ได้ปฏิบัติงานจริงในโรงพยาบาล คลินิกและองค์กรด้านสุขภาพ

รายละเอียดค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร ดังนี้

  • ปี 1. 28,750 บาทต่อเทอม
  • ปี 2. 28,750 บาทต่อเทอม
  • ปี 3. 28,750 บาทต่อเทอม
  • ปี 4. 28,750 บาทต่อเทอม

รวมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 230,000 บาท และหากน้องๆสนใจสมัครเรียนในสาขาวิชาการจัดการบริการสุขภาพ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า
  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
หากต้องการสมัครเข้าเรียน คลิกที่นี่
หากน้องๆมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาขาวิชาการจัดการบริการสุขภาพ คลิกที่นี่

มาต่อกันที่ สาขาการออกแบบกราฟฟิกและมัลติมีเดีย เป็นอีกหนึ่งสาขาที่มีอัตราการรับเข้าทำงานสูง อีกทั้งอุปกรณ์ในการเรียนการสอนค่อนข้างครบครัน เรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่าเค้ามีจุดเด่นอะไรบ้าง

  • มี Living Studio อุปกรณ์ครบครัน พร้อมให้ฝึกฝนทักษะ
  • ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานทั้งหมดตั้งแตเริ่มต้นจนจบ
  • มีการสนับสนุนการส่งงานประกวด การันตีจากรางวัลมากมาย
  • สนับสนุนให้นักศึกษามีรายได้ระหว่างเรียน

อาชีพที่รองรับ ได้แก่

  • ผู้ออกแบบและสร้างงานอนิเมชั่น
  • ผู้ออกแบบกราฟิกและมัลติมีเดีย
  • ผู้ออกแบบบรรจุภัณฑ์และกราฟฟิกบนบรรจุภัณฑ์
  • นักจัดทำเทคนิคด้านการโฆษณาและภาพยนตร์

รายละเอียดการเรียนตลอดหลักสูตร 4 ปี ดังนี้

  • ปี 1. เป็นการเรียนพื้นฐานกราฟฟิกและมัลติมีเดีย
  • ปี 2. ฝึกทักษะขั้นสูงด้านกราฟฟิกและมัลติมีเดีย
  • ปี 3. นำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้เพื่อการสร้างธุรกิจสื่อสาร
  • ปี 4. ปฏิบัติสหกิจในสถานประกอบการจริง

ด้านค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 4 ปี มีรายละเอียดดังนี้

  • ปี 1. 70,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 2. 70,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 3. 70,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 4. 70,000 บาทต่อเทอม

รวมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ประมาณ 280,000 บาท ซึ่งหากน้องๆสนใจเข้าเรียนสาขาการออกแบบกราฟิกและมัลติมีเดีย ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า
  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาประกาศณียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรืออนุปริญญา
  • เป็นผู้ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันอุดมศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนให้การรับรองวุฒิการศึกษา
  • ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เว้นแต่ในกรณีโทษนั้นเกิดจากความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นลหุโทษ
  • มีความประพฤติดี ไม่เคยถูกไล่ออกจากสถาบันการศึกษาใดเนื่องจากความประพฤติเสื่อมเสีย
  • ไม่เป็นคนวิกลจริต
  • ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคอื่นใดที่สังคมรังเกียจ
  • มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

หากน้องๆสนใจสมัครเข้าเรียนในสาขาวิชาการออกแบบกราฟิกและมัลติมีเดีย คลิกที่นี่

หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม คลิกที่นี่

มาที่สาขา การจัดการท่องเที่ยวและบริการ กันครับ ซึ่งเป็นสาขาที่น้องๆเลือกเรียนแล้วได้เรียนทุกสายงานทไม่ว่าจะเป็น มัคคุเทศก์ การโรงแรม เชฟ หรือบาร์เทนเดอร์ เป็นต้น เรามาดูจุดเด่นของสาขานี้กันดีกว่าครับว่าเค้ามีอะไรบ้าง

  • มีอาชีพรองรับหลากหลาย เพราะได้เรียนทุกสายงานในด้านบริการ ทำให้ผู้เรียนเลือกประกอบอาชีพได้ค่อนข้างหลากหลาย
  • หลักสูตรการเรียนการสอนที่ทันสมัย และสามารถนำไปใช้ได้จริง
  • มีทุนแลกเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่นักศึกษา

อาชีพที่รองรับ ได้แก่

  • สายงานท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์
  • สายงานอาหาร เช่น เชฟ บาร์เทนเดอร์
  • สายงานบริการ เช่น แอร์โฮสเตส สจ๊วจ พนักงานบนเรือสำราญ เป็นต้น
  • สายงานโรงแรม เช่น ผู้จัดการโรงแรม พนักงานโรงแรม เป็นต้น

การเรียนการสอนตลอด 4 ปี มีรายละเอียด ดังนี้

  • ปี 1. เป็นการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไป เช่น ไทย อังกฤษ คณิตศาสตร์พื้นฐาน เป็นต้น
  • ปี 2. เรียนพื้นฐานวิชาชีพ เช่น ความรู้เบื้องต้นการท่องเที่ยว กฎหมาย ภาษาที่ 3 เป็นต้น
  • ปี 3. เรียนวิชาเอกบังคับ เช่น การบริการอาหารและเครื่องดื่ม งานมัคคุเทศก์และการจัดนำเที่ยว เป็นต้น
  • ปี 4. จัดทำวิจัยทางการท่องเที่ยว สหกิจศึกษา

ด้านค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรนั้น มีรายละเอียด ดังนี้

  • ปี 1. 47,500 บาทต่อเทอม
  • ปี 2. 47,500 บาทต่อเทอม
  • ปี 3. 47,500 บาทต่อเทอม
  • ปี 4. 47,500 บาทต่อเทอม

รวมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 380,000 บาท และหากน้องๆสนใจสมัครเข้าเรียน  คลิกที่นี่หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาขาการจัดการท่องเที่ยวและบริการ คลิกที่นี่

มากันที่สาขาสุดท้ายกันครับ กับ สาขาการจัดการนวัตกรรมการค้า เป็นสาขาที่การันตีได้ว่าเรียนจบไปแล้วน้องๆมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทมหาชนอย่างแน่นอน 100% ว่าแต่สาขานี้จะมีจุดเด่นอย่างไรบ้างนั้น มาดูกันครับ

  • มีทุนการศึกษาให้ 70% ตลอดหลักสูตร
  • มีรายได้และได้รับสวัสดิการระหว่างฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ
  • มีการจัดการศึกษาแบบบูรณาการการทำงานกับการเรียน Work Integrated Learning (WIL) และตอบสนองความต้องการของสถานประกอบการ
  • บ่มเพาะนักศึกษาให้เป็นนักคิด นักปฏิบัติ ที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะ พร้อมก้าวสู่โลกธุรกิจในศตวรรษที่ 21
  • รับประกันการมีงานทำหลังจบการศึกษา 100%

อาชีพที่รองรับในอนาคต ได้แก่

  • ผู้ประกอบการธุรกิจสมัยใหม่ เช่น ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ธุรกิจการค้าอิเล็กทรอนิกส์
  • นวัตกร นักคิด นักสร้างสรรค์ทางธุรกิจ
  • ผู้บริหาร/ผู้จัดการร้านค้าปลีกสมัยใหม่
  • นักการตลาด เช่น นักการตลาดแบบบูรณาการ นักการตลาดดิจิทัล
  • พนักงานองค์กรภาครัฐและเอกชน

จะเห็นได้ว่ามีอาชีพที่รองรับมากมายเลย เรามาดูกันดีกว่าว่าค่าเล่าเรียนของสาขานี้มีรายละเอียดยังไงบ้าง

  • ปี 1. 30,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 2. 30,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 3. 30,000 บาทต่อเทอม
  • ปี 4. 30,000 บาทต่อเทอม

รวมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ประมาณ 240,000 บาท และหากน้องๆต้องการสมัครเข้าเรียนนั้น จะต้องมีคุณสมบัติยังไงกันบ้าง

  • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า
  • มีเกรดเฉลี่ยสะสม ไม่ต่ำกว่า 2.00
  • มีความประพฤติที่ดี และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

น้องๆคนไหนที่สนใจเข้าเรียนที่สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการค้า คลิกที่นี่

หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม คลิกที่นี่

ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับการรีวิวคณะต่างๆของมหาวิทยาลัยคริสเตียน น้องๆหลายคนคงได้รับข้อมูลความรู้กันไปบ้างแล้ว หรืออาจมีเล็งๆคณะไหนกันอยู่บ้าง มหาวิทยาลัยคริสเตียนก็เป็นอีก 1 ทางเลือกที่ดีให้แก่น้องๆได้เลือกเรียนตามความสนใจและความถนัดกันอย่างมากมาย เพราะเค้ามีหลักสูตรครบครัน อุปกรณ์ที่ทันสมัย และความรู้และทักษะที่ได้รับนั้นสามารถนำไปใช้งานได้จริง รวมไปถึงค่าเทอมของแต่ละคณะ แต่ละสาขายังสามารถจับต้องได้ และไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่นอื่นๆ

หากน้องๆมีข้อสงสัยหรืออยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยคริสเตียน คลิกที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *