รีวิววิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต  กับคณบดี “นายแพทย์วิชาญ เกิดวิชัย” ชี้ชัดศาสตร์แห่งอนาคต การันตี “จบดีมีงานทำ”

มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่มีหลักสูตรครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย โดยเฉพาะศาสตร์ด้าน “วิทยาศาสตร์สุขภาพ” ที่นี่มีให้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนครบถ้วนตามความจำเป็นของโลกยุคปัจจุบัน และยังมองไกลได้ถึงการตอบโจทย์ความจำเป็นในโลกแห่งอนาคตภายภาคหน้าได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะหลักสูตรด้าน “การแพทย์” มหาวิทยาลัยรังสิต ถือเป็นสถาบันผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากลมาอย่างยาวนาน ไม่เฉพาะแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหลักสูตรด้านการแพทย์ตะวันออก หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต และ หลักสูตรการแพทย์แผนจีนบัณฑิต ซึ่งล้วนแล้วแต่มีที่มาและเป็นศาสตร์ดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน น่าสนใจอย่างยิ่ง

นายแพทย์วิชาญ เกิดวิชัย คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เกียรติเล่าถึงความเป็นมาของศาสตร์ดั้งเดิมที่ยุคปัจจุบันกลับมาได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น พร้อมตอบความกังวลใจของคนรุ่นใหม่ หากสนใจเข้ามาศึกษาต่อในระบบ เมื่อจบการศึกษาออกไปแล้วจะมีช่องทางในการประกอบอาชีพได้หลากหลายมากน้อยเพียงใด…

ไม่ว่าเทคโนโลยีแพทย์แผนปัจจุบันจะก้าวหน้าแค่ไหน แต่การแพทย์แผนเดิม  ก็ยังมีความจำเป็น?

ในการรื้อฟื้นตำรับแพทย์แผนเดิมมาใช้ในหลายประเทศ บางประเทศยังคงใช้อยู่ต่อเนื่องตลอดมา เช่น จีน อินเดีย แม้ว่าแพทย์แผนปัจจุบันจะเข้ามา แต่แพทย์แผนเดิมของเขาก็ไม่เสื่อมถอย แต่กลับพัฒนาขึ้นจากการบูรณาการความรู้ใหม่ส่วนประเทศไทยเราหลังจากแผนปัจจุบันเข้ามา แพทย์แผนไทยเราถดถอยลงไป ทุกประเทศพบว่าแผนปัจจุบันก็ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด มีโรคจำนวนมากที่รักษาแล้วยังได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร ยังมีผู้เสียชีวิต พิการ ทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย ทำให้ต้องไปค้นคว้าความรู้จากแพทย์แผนเดิม พบว่าบางเรื่องแผนเดิมสามารถรักษาได้ จึงมีการเอามาฟื้นฟู เอามารักษาร่วมกับแผนปัจจุบัน เมื่อรวมเข้าด้วยกัน ก็ทำให้สามารถดูแลสุขภาพของผู้คนได้ดียิ่งขึ้น เป็นการบูรณาการที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

การแพทย์แผนตะวันออก มีเพียงมหาวิทยาลัยรังสิต ที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย?

มหาวิทยาลัยรังสิตได้จัดตั้ง คณะการแพทย์แผนตะวันออกขึ้นในปีการศึกษา 2545 จัดเรียนการสอนแบบสหวิทยาการ บูรณาการองค์ความรู้ของการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนตะวันออก เข้ากับการแพทย์สมัยใหม่ นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์การแพทย์ มาประยุกต์กับ  ความรู้การแพทย์แผนเดิม และเชื่อมโยงกับศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น สังคมวิทยา มานุษยวิทยา การบริหารธุรกิจ การตลาด นิเทศศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อผลิตบุคลากรที่สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในระบบบริการสุขภาพ ของประเทศ โดยมีเป้าประสงค์สุดท้ายที่การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

“การแพทย์แผนตะวันออก” ประเทศไทย มีเพียงมหาวิทยาลัยรังสิตสถานที่เดียวที่ใช้ชื่อนี้ แพทย์แผนไทยก็เป็นศาสตร์ของแพทย์แผนตะวันออกอย่างหนึ่ง เพราะอยู่ในซีกโลกตะวันออก แต่ที่ใช้ชื่อนี้เพื่อให้ขยายกว้างไปถึงตัวหลักที่เรานำมาผสมผสาน คือการแพทย์อายุรเวทจากอินเดีย และการแพทย์แผนจีน ผู้ที่จบการแพทย์แผนตะวันออกสามารถสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยได้ ส่วนความสามารถเรื่องการผลิตสมุนไพร ถือเป็นส่วนเสริมทักษะคุณภาพให้ผู้เรียน แม้ว่าวิชาชีพอาจไม่บังคับ แต่เราเพิ่มเข้ามาให้เป็นพิเศษ และในปี 2557 เราได้เปิดอีกหลักสูตรหนึ่ง คือหลักสูตรการแพทย์แผนจีนบัณฑิต โดยเราร่วมมือกับมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนหนานจิง (Nanjing University) เป็นหลักสูตร 6 ปี นักศึกษาเราไปเรียนประเทศจีน 2 ปี จบมาได้รับ 2 ปริญญา ไทย-จีน จึงถือว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง

น้อง ๆ เลือกเรียนได้ถึง 3 หลักสูตร?

การรับสมัครปัจจุบัน มีอยู่ 3 หลักสูตรได้แก่ การแพทย์แผนไทยบัณฑิต วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนตะวันออก และการแพทย์แผนจีนบัณฑิต โดยมหาวิทยาลัยรังสิตเรียนในระบบทวิภาค คือมีภาค 1 ภาค 2 และมี summer ด้วย ซึ่งเป็นภาคเสริมเข้ามา ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเรียนได้ตลอดเวลา ถ้าตรงช่วงเวลาใดก็เข้าเรียนได้เลย ในขณะนี้เราเปิดรับตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมาแล้ว โดยจะเริ่มเรียนในช่วง Summer 2565 ในเดือนมิถุนายน และเปิดรับสมัครภาค 1 โดยจะเริ่มเรียนสิงหาคม 2565

แนะนำหลักสูตรสำหรับน้อง ๆ ที่สนใจจะเข้ามาศึกษา?

  • วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขา การแพทย์แผนตะวันออก หลักสูตรนี้ได้หยุดไป 3 ปีเพื่อปรับปรุงหลักสูตรใหม่ โดยมีเหตุผลคือ 1) เพื่อทำให้สอบใบอนุญาตวิชาชีพการแพทย์แผนไทยได้ 2) ยังคงความรู้ในเรื่องเภสัชกรรมตะวันออกและเภสัชกรรมสมัยใหม่ มีความสามารถในการพัฒนาและผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพรทุกประเภท หลักสูตรใหม่นี้เราได้มีการเพิ่มในเรื่องกัญชาด้วย ทั้งศาสตร์ในทางการแพทย์และในชีวิตประจำวัน “สำหรับผู้ที่มุ่งเน้นการประกอบอาชีพอิสระก็สามารถทำได้หลากหลายเส้นทางทั้งเป็นผู้ประกอบการ ผู้ผลิตสินค้า ผู้แทนจำหน่าย ทั้งออนไลน์หรือออฟไลน์ หรือสามารถทำงานกับภาคเอกชน ไปเป็นเภสัชกรในโรงงานผลิตยา หรือเปิดคลินิกเอง เปิดโรงงานของตัวเอง สามารถทำได้ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ตามความถนัดและความพร้อมของแต่ละคนได้เลย” หลักสูตรนี้เรียน 4 ปี
  • หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต ขณะนี้กำลังเปิดรับภาค Summer/65 เริ่มเรียนมิถุนายน และภาคเรียน 1/65 เริ่มเรียนสิงหาคม65 เรียนทั้งหมด 4 ปี จุดเน้นของศาสตร์นี้คือยังคงรักษาไว้ทุกสิ่งที่มี ทั้งจากหมอพื้นบ้านและตำรับตำราต่าง ๆ รวมทั้งที่สืบทอดมาจากราชสำนักได้แก่ ตำรับหมอหลวง ซึ่งวิทยาลัยฯได้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นรองคณบดี และท่านได้นำความรู้ทางด้านหมอหลวงราชสกุลเข้ามาผสานทำให้ศาสตร์ของที่นี่มีความแตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน
  • หลักสูตรการแพทย์แผนจีนบัณฑิต 6 ปี 2 ปริญญา ไทย-จีน โดยมีการร่วมมือกับ Nanjing University of Chinese Medicine สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหลักสูตรที่ผ่านการรับรอง จากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีน กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

การแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต กับสิ่งที่แตกต่างจากที่อื่น?

เรามีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยมาก เครื่องมือพร้อม สามารถสกัดสารได้ สามารถวิเคราะห์สารสำคัญในสมุนไพรต่าง ๆ ได้ และมีเครื่องไม้เครื่องมือในการผลิตยาได้ มีโรงงานขนาดไม่ใหญ่นักแต่คุณภาพสูงอยู่ภายในมหาวิทยาลัย คือโรงงานผลิตยาสมุนไพรซันเฮิร์บ อีกทั้งยังมีคลินิกในมหาวิทยาลัย เรียกว่า สหคลินิก ไทย-จีน รวมทั้งเปิดคลินิกกัญชาเพื่อบริการผู้ป่วยและเป็นที่เล่าเรียนฝึกประสบการณ์จริงของนักศึกษาด้วย เรียกว่ามีความพร้อมรอบด้านที่เกิดจากการลงทุนเพื่อมุ่งหวังพัฒนาคนให้ออกไปรับใช้สังคมอย่างมีคุณภาพมากที่สุด

กระแสการเรียนรู้ด้วยตนเองมาแรง มหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่หรือไม่?

จากกระแสการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องเรียนหลักสูตรปริญญา ค้นหาเอาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้ ความรู้เหล่านั้นมีเยอะก็จริง แต่ว่าจำนวนมากทีเดียวที่อาจจะไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ที่เผยแพร่ความรู้ในทางนั้นอาจไม่รู้จริง หากเรียนด้วยตนเองโอกาสในการกลั่นกรองความรู้อาจทำได้ยาก อาจได้ความรู้ที่ผิดพลาดไป ดังนั้นการเรียนในสถาบัน โดยมีอาจารย์คอยให้คำชี้นำ จะทำให้เราไม่หลงทางไป อาจใช้เวลาสั้นลงที่จะบรรลุเป้าหมายในการ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งในมิติเชิงสังคม ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข มีสัมพันธภาพกับผู้คนในสังคมได้ด้วยดี ซึ่งวิถีชีวิตในมหาวิทยาลัยได้ช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ด้วย นอกจากตัวคณะ/วิทยาลัยแล้ว มหาวิทยาลัยรังสิตยังมีการสร้างบรรยากาศของการศึกษาโดยรวมของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น อาคาร สถานที่ สิ่งแวดล้อม กิจกรรมต่าง ๆ มีชมรม ที่จะคอยพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะมิติด้านสังคม ด้านจิตใจ และจิตวิญญาณ มหาวิทยาลัยจึงยังมีความสำคัญที่จะตอบสนองมิติต่าง ๆ เหล่านี้

ค่าเทอมและทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิต?

มหาวิทยาลัยรังสิต ถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ลงทุนทุกอย่างจากตัวมหาวิทยาลัยเอง เพื่อให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในทุก ๆ ด้าน ทั้งคณาจารย์ รวมทั้งด้านกายภาพ อาคารสถานที่ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ กิจกรรมทุกอย่างเพื่อพัฒนานักศึกษาและบุคลากรอย่างเต็มที่ ค่าเทอมที่แตกต่างจากสถาบันการศึกษาของรัฐจึงน่าจะสมเหตุสมผล นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษา สำหรับนักศึกษาที่มีทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ มหาวิทยาลัยรังสิตมีทุนการศึกษาในแต่ละปีให้มากกว่า 500 ทุน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์โควิด – 19 พร้อมมีกองทุนสำหรับให้กู้ยืมชื่อกองทุนบุญตะวัน สามารถกู้และผ่อนส่งได้ นอกจากนั้นก็ยังสามารถกู้ กยศ.ได้อีกด้วย  โดยเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของวิทยาลัยได้ที่ >>> https://www2.rsu.ac.th/faculty/College-of-Medicine

………………………………….

ในยุคที่โลกหวาดผวากับเชื้อโรคต่าง ๆ หลากหลายสายพันธุ์ การป้องกันและดูแลสุขภาพกลายเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในการใช้ชีวิตของผู้คน ศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จึงไม่ใช่หลักสูตรที่แค่เรียนจบแล้วกลับออกมาทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวเท่านั้น แต่บัณฑิตจะเป็นผู้ที่ทรงคุณค่าในสังคม จากองค์ความรู้ที่ช่วยให้คนอยู่รอดปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บได้

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *