
อย่างที่เราทราบกันว่า ในปี 2020 นี้ ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอย่าง TOEIC หรือ Test of English for International Communication จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของข้อสอบ หลังจากที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบข้อสอบครั้งสุดท้ายเมือประมาณ 6 ปีก่อน
โดยข้อสอบรูปแบบใหม่นี้ได้มีการเริ่มใช้ไปแล้วในบางประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งหลังจากการสอบไปแล้วในหลายประเทศก็มีเสียงตอบรับว่าข้อสอบแบบใหม่นี้ยากขึ้น วันนี้เราจึงจะพาไปดูกันค่ะว่าข้อสอบรูปแบบใหม่นี้ว่าต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง? สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนแปลง รวมถึงโอกาสในการทำคะแนนจากข้อสอบรูปแบบใหม่นี้ค่ะ
ทำไมจึงต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบข้อสอบ?
การปรับปรุงข้อสอบแบบใหม่ เกิดจากว่าในการสอบ TOEIC นั้น มีวัตถุประสงค์คือต้องการทดสอบการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันของคนทำงาน ซึ่งต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ดังนั้นตัวข้อสอบเดิมที่ใช้มากว่า 6 ปีแล้ว กับสถานการณ์และโลกในปัจจุบันจึงถือว่าเริ่มล้าหลังลงไป ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของข้อสอบ เพื่อที่จะให้ทันยุคสมัย และปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์การสื่อสารในปัจจุบันมากขึ้น
ข้อสอบ TOEIC แบบเดิม VS แบบใหม่
ข้อสอบ TOEIC แบบใหม่นั้นมีทั้งในส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปและในส่วนที่ยังคงแบบเดิมอยู่ โดยส่วนที่ยังคงเดิม ได้แก่
-คะแนนเต็ม ยังคงเป็น 990 เท่าเดิม (แบ่งเป็น Listening และ Reading พาร์ทละ 495 คะแนนเหมือนเดิม)
-เวลาในการทำข้อสอบ 120 นาทีเท่าเดิม
-และยังมีพาร์ทที่มีรูปแบบข้อสอบยังเหมือนเดิม คือ Photographs, Question-Response, Incomplete Sentences
สำหรับส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปมีดังนี้คือ
- จำนวนข้อในแต่ละพาร์ท


- พาร์ท Short Conversations
รูปแบบเดิมจะเป็นเสียงบทสนทนาระหว่างคน 2 คน (ผู้หญิง และผู้ชาย) ส่วนรูปแบบใหม่นั้น บางบทสนทนาจะมีผู้พูดถึง 3 คน (เนื่องจากมีผู้พูดมากกว่า 2 อาจจะมีการพูดชื่อใครคนใดคนหนึ่งขึ้นมาด้วย) นอกจากนี้โจทย์คำถามจะมีการอ้างอิงถึงประโยคจากบทสนทนา และในบางบทสนทนาจะมีให้ภาพประกอบมาด้วย เพื่อให้ดูควบคู่กับการฟังด้วย
- พาร์ท Short Talks
จากรูปแบบเดิมที่จะเป็นประกาศสั้นๆ และคนพูดคนเดียวนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงคือ จะยังเป็นแนวประกาศ ผู้พูดคนเดียว แต่มีส่วนที่ปรับคือ โจทย์จะมีการอ้างถึงประโยคที่พูดไป และในบาง Talk จะมีภาพประกอบ ให้ดูประกอบกับเสียงพูด

- พาร์ท Text Completion
รูปแบบเดิมจะเป็นโจทย์แบบให้เลือกเติมคำ โดยเป็นคำศัพท์สั้นๆ แต่ในรูปแบบใหม่นั้น ยังคงเป็นการเติมช่องว่าง แต่จะมีบางข้อที่ให้เติมเป็นประโยค แทนการเติมคำ
- พาร์ท Reading Comprehension
ข้อสอบรูปแบบใหม่นี้ จะมีการเพิ่มรูปแบบ chat log หรือหน้าต่างแชทเข้ามา สำหรับในการอ่านแล้วให้ตอบคำถาม มี โจทย์บางชุดสำหรับ Reading Comprehension จะให้ข้อมูลมา 3 ส่วน เพื่อให้อ่านเชื่อมโยงกัน แล้วตอบคำถาม โดยทั้ง 3 ส่วนอาจจะเป็นข้อมูลจากหน้าเว็บ อีเมล และใบประกาศ นอกจากนี้ในส่วนของ Single passages จากที่ต้องอ่าน 7-10 บทความ จะเพิ่มเป็น 10 บทความ และในส่วน Double passages นั้นเปลี่ยนชื่อเป็น Multiple passages จากเดิมที่มี 4 Double massages จะเปลี่ยนเป็น 2 Double passages และ 3 Triple passages แทนอีกด้วย

โอกาสและแนวทางในการทำ TOEIC รูปแบบใหม่
ข้อสอบ TOEIC นั้นทำให้ทันสมัย และเหมาะกับสภาพการสื่อสารในปัจจุบันมากขึ้น ดังนั้น เราก็ใช้ทักษะของเราที่เรามีในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน คู่กับการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษที่เราต้องทำอยู่แล้ว เพื่อเตรียมตัวสอบ TOEIC เราต้องฝึกทำข้อสอบไวยากรณ์ การอ่าน คำศัพท์ ทุกอย่างที่เหมือนกับการสอบแบบเดิม แต่สิ่งที่ควรเพิ่มคือ ความละเอียดและความไวในการทำข้อสอบ เพราะการจะสอบให้ได้คะแนน TOEIC สูงนั้น นอกจากทักษะการสื่อสารที่ดี ทักษะด้านภาษาที่แม่นยำ ยังต้องมีความไวและรวดเร็วในการทำข้อสอบอีกด้วย
แม้แนวข้อสอบจะเปลี่ยนแปลงไปแต่สิ่งที่ยังคงเดิมก็คือ การเตรียมพร้อมและการฝึกฝนก่อนการสอบ เพราะหากเราเตรียมตัวไปมากพอต่อให้ข้อสอบจะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มความยากขึ้นเราก็จะไม่พลาดในการสอบนั่นเองค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
: https://taladpanya.com/toeic/
: https://www.opendurian.com/news/newtoeic/
: http://blog.englishmeup.com/toeic/article-45-update-toeic-รูปแบบใหม่-เริ่มใช้ห/
ขอบคุณรูปภาพจาก
: https://www.fatecmogidascruzes.com.br/detalheNoticia?hash=2IkSlr0Qqeow0YkFvxuQu8
: https://www.businessadministrationinformation.com/news/fewer-people-are-taking-the-gmat-says-study
:
