เด็กไทยขยับขึ้น! ผล PISA 2025 คะแนนเพิ่มครบ 3 ด้าน ไทยขึ้นสู่อันดับ 53 ของโลก

เด็กไทยขยับขึ้น! ผล PISA 2025 คะแนนเพิ่มครบ 3 ด้าน ไทยขึ้นสู่อันดับ 53 ของโลก

ผลการประเมิน PISA 2025 สะท้อนสัญญาณบวกของการศึกษาไทย เมื่อนักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก PISA 2022 ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน พร้อมขยับอันดับจากอันดับ 58 ในปี 2022 ขึ้นสู่อันดับ 53 ของโลกในปี 2025

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 กระทรวงศึกษาธิการจัดงานแถลงข่าวผลการประเมิน PISA 2025 และมอบนโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร

คะแนน PISA 2025 ของไทยเพิ่มขึ้นครบทั้ง 3 ด้าน

จากผลการประเมินล่าสุด นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ PISA 2022 ดังนี้

  • วิทยาศาสตร์ 432 คะแนน เพิ่มขึ้น 23 คะแนน
  • คณิตศาสตร์ 407 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน
  • การอ่าน 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน

นอกจากนี้ ไทยยังขยับอันดับจากอันดับ 58 ของโลกในปี 2022 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 53 ในปี 2025

ถือเป็นสัญญาณบวกหลังจากผลการประเมินรอบก่อนที่สะท้อนความท้าทายของระบบการศึกษาไทยอย่างชัดเจน

PISA 2025 ไทยใช้กลุ่มตัวอย่างกว่า 8,500 คน

สำหรับการประเมิน PISA 2025 ประเทศไทยมีกลุ่มตัวอย่างนักเรียนอายุ 15 ปี จำนวน 8,547 คน จากสถานศึกษา 273 แห่ง

ครอบคลุมสถานศึกษาหลายสังกัด ได้แก่

  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
  • โรงเรียนสาธิตในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • กรุงเทพมหานคร
  • โรงเรียนวิทยาศาสตร์

การใช้กลุ่มตัวอย่างจากหลายสังกัดช่วยสะท้อนภาพรวมของผู้เรียนไทยในช่วงอายุที่ PISA ใช้เป็นกลุ่มเป้าหมาย

ไทยดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD

แม้คะแนนจะเพิ่มขึ้นครบทั้ง 3 ด้าน แต่เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย OECD ไทยยังมีช่องว่างอยู่พอสมควร

ค่าเฉลี่ย OECD ที่กระทรวงศึกษาธิการระบุ ได้แก่

  • วิทยาศาสตร์ 482 คะแนน
  • คณิตศาสตร์ 463 คะแนน
  • การอ่าน 461 คะแนน

ขณะที่ประเทศไทยได้

  • วิทยาศาสตร์ 432 คะแนน
  • คณิตศาสตร์ 407 คะแนน
  • การอ่าน 392 คะแนน

จึงเห็นได้ว่าแม้ทิศทางดีขึ้น แต่โจทย์สำคัญยังอยู่ที่การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้ใกล้ค่าเฉลี่ยนานาชาติมากขึ้น

คะแนนวิทยาศาสตร์ไทยสูงกว่าหลายประเทศในอาเซียน

เมื่อเปรียบเทียบกับบางประเทศในอาเซียน คะแนนวิทยาศาสตร์ของไทยอยู่ที่ 432 คะแนน ซึ่งสูงกว่ามาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ตามข้อมูลที่กระทรวงศึกษาธิการเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม การมองเพียงอันดับหรือการเปรียบเทียบกับประเทศอื่นอาจยังไม่เพียงพอ เพราะเป้าหมายสำคัญกว่าคือการดูว่าเด็กไทยสามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้มากน้อยเพียงใด

กระทรวงศึกษาธิการชี้ คะแนนดีขึ้นจากความร่วมมือหลายฝ่าย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า ผลคะแนนที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากความร่วมมือของ

  • นักเรียน
  • ครู
  • ผู้บริหารสถานศึกษา
  • ผู้ปกครอง
  • บุคลากรทางการศึกษาในทุกสังกัด

โดยเฉพาะหลังผลการประเมินครั้งก่อน ซึ่งทำให้หลายหน่วยงานเร่งฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ และให้ความสำคัญกับทักษะที่จำเป็นต่อผู้เรียนมากขึ้น

สารสำคัญของการแถลงครั้งนี้คือ คะแนนที่ดีขึ้นควรถูกใช้เป็น “แรงส่ง” ไม่ใช่เหตุผลให้หยุดพัฒนา

หลังจากนี้ ไทยจะเน้นอะไร?

กระทรวงศึกษาธิการเตรียมนำผล PISA 2025 ไปวิเคราะห์ต่อในหลายระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ พื้นที่ โรงเรียน ไปจนถึงกลุ่มผู้เรียน

ประเด็นที่เตรียมให้ความสำคัญ ได้แก่

1. การอ่านเพื่อความเข้าใจ

ไม่ใช่แค่อ่านออก แต่ต้องจับประเด็น วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลได้

2. การคิดวิเคราะห์

เด็กต้องสามารถใช้เหตุผล แยกแยะข้อมูล และตัดสินใจจากหลักฐาน

3. การประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์

จากการจำสูตร ไปสู่การใช้คณิตศาสตร์แก้ปัญหาในสถานการณ์จริง

4. การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์

มุ่งให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการและใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อธิบายหรือแก้ปัญหาได้

5. การพัฒนาศักยภาพครู

เพราะคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู

6. การลดความเหลื่อมล้ำ

แม้คะแนนเฉลี่ยประเทศดีขึ้น แต่หากเด็กบางพื้นที่หรือบางกลุ่มยังเข้าไม่ถึงการศึกษาคุณภาพ ช่องว่างของระบบก็ยังคงอยู่

PISA คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

PISA หรือ Programme for International Student Assessment เป็นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนอายุประมาณ 15 ปี โดยเน้นการนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริง

ประเมินหลักใน 3 ด้าน ได้แก่

  • การอ่าน
  • คณิตศาสตร์
  • วิทยาศาสตร์

จุดสำคัญของ PISA ไม่ได้อยู่ที่การวัดว่าเด็กจำเนื้อหาในตำราได้มากแค่ไหน แต่ดูว่าเด็กสามารถ

“คิด วิเคราะห์ และนำสิ่งที่เรียนไปใช้แก้ปัญหาได้หรือไม่”

ดังนั้นผล PISA จึงมักถูกใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดภาพรวมคุณภาพการศึกษาในระดับนานาชาติ

คะแนนเพิ่มขึ้น 13–23 คะแนน แปลว่าอะไร?

การที่คะแนนเฉลี่ยดีขึ้นพร้อมกันทั้ง 3 ด้านถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตา เพราะสะท้อนว่าผลการเรียนรู้โดยรวมอาจเริ่มฟื้นตัวจากช่วงก่อนหน้า

โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นถึง 23 คะแนน

แต่การตีความควรดูมากกว่า “คะแนนเฉลี่ยประเทศ” เพียงตัวเดียว

ยังต้องพิจารณาต่อว่า

  • กลุ่มเด็กที่มีผลการเรียนต่ำดีขึ้นหรือไม่
  • ช่องว่างระหว่างโรงเรียนลดลงหรือไม่
  • เด็กในพื้นที่ห่างไกลดีขึ้นแค่ไหน
  • ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไรตามฐานะครอบครัว
  • เด็กที่อยู่ระดับสมรรถนะสูงเพิ่มขึ้นหรือไม่

เพราะคะแนนเฉลี่ยที่สูงขึ้นอาจยังซ่อนความเหลื่อมล้ำภายในระบบไว้ได้

สิ่งที่โรงเรียนและครูควรเรียนรู้จาก PISA 2025

หากต้องการให้คะแนนดีขึ้นอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญไม่ใช่การ “ติวข้อสอบ PISA”

แต่คือการเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ในห้องเรียน

ตัวอย่างเช่น

จาก
“จำสูตรนี้ให้ได้”

เป็น
“โจทย์นี้ใช้สูตรอะไร และเพราะอะไร?”

จาก
“อ่านบทความแล้วตอบคำถาม”

เป็น
“ข้อมูลส่วนไหนน่าเชื่อถือ และเรารู้ได้อย่างไร?”

จาก
“จำเนื้อหาวิทยาศาสตร์”

เป็น
“ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ จะใช้หลักวิทยาศาสตร์อธิบายอย่างไร?”

นี่คือหัวใจที่ใกล้กับสมรรถนะที่ PISA ต้องการวัดมากกว่า

อันดับดีขึ้น แต่ไม่ควรหยุดที่ “อันดับ”

อีกประเด็นสำคัญจากการแถลงของกระทรวงศึกษาธิการคือ เป้าหมายไม่ควรเป็นเพียงการขยับอันดับเหนือประเทศอื่น

เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ

เด็กไทยทุกคนควรมีความรู้และทักษะที่นำไปใช้ในชีวิตจริงได้

อันดับที่ดีขึ้นเป็นกำลังใจ

แต่คุณภาพการศึกษาที่ดีจริงต้องสะท้อนผ่านชีวิตของเด็ก เช่น

  • อ่านข้อมูลแล้วเข้าใจ
  • วิเคราะห์ข่าวสารได้
  • ใช้ตัวเลขตัดสินใจได้
  • แก้ปัญหาเป็น
  • ตั้งคำถามได้
  • ปรับตัวได้
  • เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ด้วยตัวเอง

จาก PISA 2025 ไปสู่ห้องเรียนไทย

โจทย์หลังจากนี้จึงไม่ใช่แค่

“ทำอย่างไรให้ PISA 2028 คะแนนสูงขึ้น?”

แต่ควรถามว่า

“ทำอย่างไรให้เด็กไทยทุกคนได้เรียนรู้แบบที่ทำให้เขาคิดเป็นจริง ๆ?”

ถ้าการพัฒนาหลัง PISA 2025 ไปถึง

  • ห้องเรียน
  • วิธีสอน
  • หนังสือเรียน
  • การสอบ
  • การพัฒนาครู
  • การลดงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน
  • การสนับสนุนโรงเรียนที่มีข้อจำกัด

คะแนนที่ดีขึ้นครั้งนี้ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายมากกว่าการขยับอันดับ

สรุปผล PISA 2025 ของประเทศไทย

📊 วิทยาศาสตร์: 432 คะแนน เพิ่มขึ้น 23 คะแนน

📊 คณิตศาสตร์: 407 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน

📊 การอ่าน: 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน

🌍 อันดับ: จากอันดับ 58 ใน PISA 2022 ขึ้นสู่อันดับ 53 ใน PISA 2025

👩‍🎓 กลุ่มตัวอย่าง: นักเรียนอายุ 15 ปี จำนวน 8,547 คน

🏫 สถานศึกษา: 273 แห่ง

อย่างไรก็ตาม คะแนนไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ในทั้ง 3 ด้าน

ดังนั้นข่าวดีของ PISA 2025 อาจไม่ใช่คำว่า

“ไทยขึ้นอันดับ 53”

เพียงอย่างเดียว

แต่คือการได้เห็นว่า

“ผลลัพธ์การเรียนรู้สามารถขยับขึ้นได้”

และโจทย์ที่สำคัญกว่าหลังจากนี้คือ ทำอย่างไรให้การพัฒนาครั้งนี้ต่อเนื่อง และเกิดขึ้นกับเด็กทุกกลุ่ม ไม่ใช่เพียงค่าเฉลี่ยของประเทศ

เพราะสุดท้าย คุณภาพการศึกษาไม่ได้วัดจากอันดับบนตารางเพียงอย่างเดียว

แต่วัดจากว่า เด็กคนหนึ่งสามารถนำสิ่งที่เรียนไปใช้คิด แก้ปัญหา และสร้างอนาคตของตัวเองได้มากแค่ไหน

ที่มา: กระทรวงศึกษาธิการ – รายงานการแถลงผลการประเมิน PISA 2025 วันที่ 8 กันยายน 2569
https://moe360.blog/2026/09/08/moe-pisa2025/

#PISA2025 #PISA #การศึกษาไทย #เด็กไทย #การอ่าน #คณิตศาสตร์ #วิทยาศาสตร์ #ครูไทย #Eduzones

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *