ปริญญาตกงาน: วิกฤตที่ไทยรู้อยู่แล้ว แต่ยังแก้ไม่ได้ — และต้องทำอะไรต่อจากนี้

ปริญญาตกงาน: วิกฤตที่ไทยรู้อยู่แล้ว แต่ยังแก้ไม่ได้ — และต้องทำอะไรต่อจากนี้

เมื่อประเทศมีบัณฑิตเกือบ 2 แสนคนต่อปี แต่กลับสูญเสีย GDP ราว 20% ไปกับทักษะที่หายไป คำถามไม่ใช่แค่ “จะหางานได้ไหม” แต่คือ “เราเรียนมาเพื่ออะไร?”

ตัวเลขที่ต้องหยุดอ่าน

ก่อนจะวิเคราะห์ ลองดูข้อมูลเหล่านี้ก่อน

ในปี 2568 บัณฑิตปริญญาตรีกว่า 215,000 คนก้าวออกสู่ตลาดแรงงานไทย พร้อม ๆ กันกับความจริงที่ว่า ในเดือนตุลาคม 2567 มีผู้ว่างงาน 41.3% ที่มีวุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยหรือสูงกว่า และกว่าครึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน

ขณะเดียวกัน รายงานของ World Bank และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEF) ปี 2567 เปิดเผยว่า 64.7% ของคนวัยทำงานในไทยมีทักษะการอ่านต่ำกว่ามาตรฐานพื้นฐาน และ 74.1% ขาดทักษะดิจิทัลพื้นฐาน ซึ่งส่งผลให้ประเทศสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจประเมินว่าประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท หรือราว 20% ของ GDP ในปีนั้น

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าคนไทยขยันน้อยลง แต่บอกว่า ระบบการศึกษาที่เราลงทุนมาตลอดนั้น กำลังให้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า


ปัญหาที่ 1: ปริญญามีมาก แต่ผลิตภาพไม่โต

รศ.ดร.บวร ปภัสราทร นักวิชาการด้านการศึกษาชี้ว่า แม้ไทยจะมีสถาบันอุดมศึกษาเกือบ 200 แห่ง และผลิตบัณฑิตเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผลิตภาพแรงงานของไทยกลับเติบโตเฉลี่ยเพียง 2-3% ต่อปี ต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชียตะวันออก

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “มีบัณฑิตน้อยเกินไป” แต่อยู่ที่ “บัณฑิตที่ผลิตออกมานั้น ระบบเศรษฐกิจนำไปใช้ได้ไม่เต็มศักยภาพ”

รายงานของ OECD ระบุว่าแรงงานไทยจำนวนมากทำงานในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับสาขาที่ตนเรียนมา ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลภายในประเทศที่ชี้ว่าหนึ่งในสามของบัณฑิตทำงานที่ไม่สอดคล้องกับความรู้จากปริญญาที่ตนเล่าเรียนมา

วงจรที่เกิดขึ้น: เรียนในสิ่งที่อาจารย์อยากสอน → จบออกมาไม่ตรงตลาด → ทำงานที่ไม่ตรงสาย → ทักษะที่เรียนมาค่อย ๆ ถูกทิ้งให้เป็นแค่ตัวเลขในใบปริญญา


ปัญหาที่ 2: วิกฤตทักษะที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลขว่างงาน “ต่ำ”

ไทยมีอัตราว่างงานอย่างเป็นทางการต่ำมาก — ราว 0.79-0.96% แต่ตัวเลขนี้ทำให้เราเข้าใจผิดได้ เพราะ นิยามการว่างงานในไทยนับเฉพาะผู้ที่ไม่มีงานทำเลยในสัปดาห์ที่ทำการสำรวจ ไม่รวมผู้ที่ทำงานน้อยกว่าที่ต้องการ

ภาพที่แท้จริงซ่อนอยู่ในอีกมิติหนึ่ง คือ อัตราว่างงานในกลุ่มอายุ 15-24 ปีสูงถึง 5.89% ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการของตลาดแรงงานกับทักษะของผู้จบการศึกษา

ปัญหาหลักที่บัณฑิตจบใหม่เผชิญ ได้แก่ การขาดทักษะ digital literacy การวิเคราะห์ข้อมูล ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และทักษะ soft skills ที่จำเป็นในการทำงานจริง


ปัญหาที่ 3: มหาวิทยาลัยสอนตามที่อยากสอน ไม่ใช่ตามที่โลกต้องการ

นี่คือหัวใจของปัญหาที่ รศ.ดร.บวร ชี้ไว้อย่างตรงไปตรงมา: “ทุกอย่างที่อยากสอนจึงกลายเป็นสิ่งที่เสมือนเป็นความต้องการของสังคม”

OECD ระบุว่าคุณภาพของการจัดการศึกษาอาชีวะและอุดมศึกษาในไทยยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและความคาดหวังของนายจ้าง ขณะที่ข้อมูลในประเทศยืนยันว่าบริษัทไทยหลายแห่งพบว่า บัณฑิตใหม่ต้องใช้เวลา 6-12 เดือนกว่าจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งกลายเป็น “learning curve cost” ที่ภาคเอกชนต้องแบกรับแทนสถาบันการศึกษา

รายงาน OECD ยังระบุว่าบริษัทในไทยมีสัดส่วนการฝึกอบรมพนักงานน้อยกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติ ซึ่งหมายความว่าเมื่อมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตที่ยังไม่พร้อม และภาคเอกชนก็ไม่ลงทุนฝึกอบรมเพิ่ม คนที่เสียหายที่สุดคือตัวบัณฑิตเอง


ปัญหาที่ 4: AI กำลังเปลี่ยนเส้นแบ่งของ “งานที่ปริญญาช่วยได้”

ก่อนหน้านี้ การมีปริญญาคือตั๋วผ่านประตูงาน แต่ในยุคที่ AI สามารถเขียนโค้ด สร้างเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล และทำงานซ้ำซากได้ในต้นทุนเกือบศูนย์ สิ่งที่ปริญญาแต่ละใบรับประกันได้กำลังหดแคบลงเรื่อย ๆ

OECD Skills Outlook 2025 เตือนว่าความต้องการทักษะกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าวงจรนโยบาย และระบบการศึกษาที่เอื้อต่อผู้ที่มีข้อได้เปรียบอยู่แล้วจะยิ่งขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำทักษะให้กว้างขึ้น

งานที่ปลอดภัยในอนาคตไม่ใช่งานที่ต้องการแค่ความรู้ แต่คืองานที่ต้องการ การตัดสินใจเชิงจริยธรรม ความเห็นอกเห็นใจมนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ที่บริบทเฉพาะ และการสร้างความสัมพันธ์ — ทักษะที่หลักสูตรไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้วัดผลอย่างจริงจัง


ทางออก: ไม่ใช่แค่ “เพิ่มคุณภาพ” แต่ต้องเปลี่ยนสมการใหม่ทั้งหมด

สำหรับมหาวิทยาลัย

1. Co-Create หลักสูตรร่วมกับภาคเอกชน ไม่ใช่รอให้นายจ้างมาบ่นทีหลัง แต่ร่วมออกแบบตั้งแต่วันแรกว่าบัณฑิตที่จบออกไปต้องทำอะไรได้บ้าง ซึ่งไทยมีโครงการ CWIE (Cooperative and Work Integrated Education) ที่เริ่มขับเคลื่อนทิศทางนี้แล้ว แต่ยังต้องขยายผลให้กว้างและลึกกว่าเดิม

2. Co-Teach กับคนที่ทำงานจริง อาจารย์ในสถาบันการศึกษาต้องสอนร่วมกับผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม ไม่ใช่สอนจากตำราที่พิมพ์ครั้งสุดท้ายเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

3. วัดผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่วัดเกรด สิ่งที่ต้องเพิ่มเข้ามาในระบบประเมินคือ: นักศึกษาทำสิ่งที่เรียนมาได้จริงไหม? ในบริบทที่เป็นจริงไหม? ไม่ใช่แค่ทำข้อสอบผ่านในห้องสอบ

สำหรับนักศึกษา

1. ออกแบบประวัติการณ์ ไม่ใช่แค่รอใบปริญญา ในตลาดงานปัจจุบัน สิ่งที่นายจ้างมองหาคือ digital literacy การสื่อสาร และการแก้ปัญหา — ทักษะที่สร้างได้จากประสบการณ์จริง ไม่ใช่จากห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

2. เลือกเรียนอย่างมีกลยุทธ์ ถามก่อนสมัครว่า “5 ปีข้างหน้า งานที่คณะนี้ผลิตบัณฑิตเพื่อทำ ยังมีอยู่ไหม? และมหาวิทยาลัยนี้เชื่อมต่อกับโลกการทำงานจริงแค่ไหน?”

3. เรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ 4-6 ปี ปริญญาคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด OECD เน้นย้ำว่าระบบ lifelong learning และ modular credentials คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แรงงานปรับตัวได้ในโลกที่ทักษะเปลี่ยนเร็วกว่านโยบาย

สำหรับภาครัฐ

ต้องหยุดวัดความสำเร็จของระบบการศึกษาที่ “จำนวนบัณฑิต” และเริ่มวัดที่ “คุณภาพชีวิตของบัณฑิต 3 ปีหลังจบ” แทน — รวมถึงการผลักดันให้ภาคเอกชนลงทุนพัฒนาทักษะพนักงานมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ไทยยังมีสัดส่วนบริษัทที่ฝึกอบรมพนักงานน้อยกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติอย่างมีนัยสำคัญ


บทสรุป: ปริญญาไม่ผิด แต่ระบบที่ห้อมล้อมมันต่างหากที่พัง

ปัญหา #ปริญญาตกงาน ไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นตระหนกสำหรับนักศึกษาแต่ละคน แต่เป็นสัญญาณเตือนระดับโครงสร้างที่ทุกฝ่ายต้องได้ยิน

ปริญญาในตัวมันเองไม่ผิด แต่ระบบที่ผลิตปริญญาโดยไม่ตั้งคำถามว่า “ผลลัพธ์ที่แท้จริงคืออะไร?” นั่นต่างหากที่ต้องเปลี่ยน

เมื่อการขาดทักษะพื้นฐานของแรงงานไทยกำลังกัดกร่อน GDP ไปกว่า 3.3 ล้านล้านบาทต่อปี การรอให้ระบบค่อย ๆ ปรับตัวเองนั้นมีต้นทุนที่สูงเกินไป — ทั้งสำหรับประเทศ และสำหรับน้อง ๆ ทุกคนที่กำลังจะเดินเข้าประตูมหาวิทยาลัยในวันนี้


📌 เพราะในโลกยุคใหม่
“ปริญญาอาจพาเราเข้าไปในระบบ”
แต่ “ทักษะ” เท่านั้น ที่จะพาเราไปต่อได้


📣 ติดตามบทวิเคราะห์การศึกษา และอนาคตแรงงานไทยเพิ่มเติมได้ที่ Eduzones.com

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

บทความนี้เรียบเรียงโดยอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ รศ.ดร.บวร ปภัสราทร ร่วมกับข้อมูลจาก World Bank, OECD Skills Strategy Thailand 2025, กระทรวงแรงงาน และ Equitable Education Fund (EEF) Thailand

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *