มมส จัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก 2569 ชูภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ระบบนิเวศลุ่มน้ำชี

สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี 2569 มุ่งเน้นการเชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 


ศาสตราจารย์ ดร.ไพโรจน์ ประมวล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก 2569” (World Wetlands Day 2026) ภายใต้แนวคิด “พื้นที่ชุ่มน้ำและภูมิปัญญาดั้งเดิม: การเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุดารัตน์ ถนนแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช พร้อมด้วย นายวันชัย มะเสนา ปลัดเทศบาลตำบลเกิ้ง ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลเกิ้ง นำผู้นำชุมชน คณะครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ สถานีปฏิบัติการบ้านเกิ้ง สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุดารัตน์ ถนนแก้ว กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ ท่ามกลางวิกฤตความท้าทายจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ “แม่น้ำชี” ซึ่งถือเป็นสายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงชุมชนในลุ่มน้ำมาอย่างยาวนาน อีกทั้งเป็นการรำลึกถึงการลงนามใน อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ หรือ อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ณ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน ซึ่งนานาชาติได้กำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก 


ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมทางวิชาการและนันทนาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ผ่านนิทรรศการพื้นที่ชุ่มน้ำและฐานเรียนรู้รวม 9 ฐาน อาทิ ฐานภูมิปัญญาการถนอมอาหาร การสืบทอดวิธีการรักษาวัตถุดิบจากแหล่งน้ำตามวิถีชาวบ้าน ฐานเกษตรอินทรีย์ การทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดสารปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ กิจกรรมนันทนาการทางน้ำ เพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างเยาวชนกับระบบนิเวศท้องถิ่น 


มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มุ่งหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและชุมชน ในการปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมทั้งรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่กับทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *