หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง EZ WebmasterSeptember 11, 2026 หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง ชูแนวคิด “ประตูสู่โลกการทำงาน… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 EZ WebmasterSeptember 11, 2026 แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Meta Description:… Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… นักศึกษา หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง EZ WebmasterSeptember 11, 2026 หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง ชูแนวคิด “ประตูสู่โลกการทำงาน… AIS Academy เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน องค์กร และประเทศใช้ Al สร้างผลลัพธ์จริง EZ WebmasterSeptember 11, 2026 AIS Academy เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน องค์กร และประเทศใช้ Al สร้างผลลัพธ์จริง … แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 EZ WebmasterSeptember 11, 2026 แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Meta Description:… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ทุนดีดี ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน EZ WebmasterSeptember 10, 2026 Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน สายการศึกษา นโยบายอุดมศึกษา การบริหารมหาวิทยาลัย งานวิจัย นวัตกรรม หรือใครที่อยากต่อยอดไปสู่งานด้าน Higher… ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ EZ WebmasterSeptember 10, 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี… ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร EZ WebmasterSeptember 9, 2026 ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร สำหรับคนที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อปริญญาโทสายวิจัยหรือปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในทุนที่ควรรู้จักคือ Australian Government Research Training Program หรือ… ครู-อาจารย์ สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 EZ WebmasterSeptember 11, 2026 แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Meta Description:… Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… นักศึกษา หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง EZ WebmasterSeptember 11, 2026 หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง ชูแนวคิด “ประตูสู่โลกการทำงาน… AIS Academy เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน องค์กร และประเทศใช้ Al สร้างผลลัพธ์จริง EZ WebmasterSeptember 11, 2026 AIS Academy เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน องค์กร และประเทศใช้ Al สร้างผลลัพธ์จริง … แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 EZ WebmasterSeptember 11, 2026 แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Meta Description:… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ทุนดีดี ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน EZ WebmasterSeptember 10, 2026 Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน สายการศึกษา นโยบายอุดมศึกษา การบริหารมหาวิทยาลัย งานวิจัย นวัตกรรม หรือใครที่อยากต่อยอดไปสู่งานด้าน Higher… ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ EZ WebmasterSeptember 10, 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี… ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร EZ WebmasterSeptember 9, 2026 ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร สำหรับคนที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อปริญญาโทสายวิจัยหรือปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในทุนที่ควรรู้จักคือ Australian Government Research Training Program หรือ… ครู-อาจารย์ สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 EZ WebmasterSeptember 11, 2026 แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Meta Description:… Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active…
Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active…
หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง EZ WebmasterSeptember 11, 2026 หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง ชูแนวคิด “ประตูสู่โลกการทำงาน… AIS Academy เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน องค์กร และประเทศใช้ Al สร้างผลลัพธ์จริง EZ WebmasterSeptember 11, 2026 AIS Academy เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน องค์กร และประเทศใช้ Al สร้างผลลัพธ์จริง … แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 EZ WebmasterSeptember 11, 2026 แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Meta Description:… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ทุนดีดี ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน EZ WebmasterSeptember 10, 2026 Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน สายการศึกษา นโยบายอุดมศึกษา การบริหารมหาวิทยาลัย งานวิจัย นวัตกรรม หรือใครที่อยากต่อยอดไปสู่งานด้าน Higher… ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ EZ WebmasterSeptember 10, 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี… ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร EZ WebmasterSeptember 9, 2026 ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร สำหรับคนที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อปริญญาโทสายวิจัยหรือปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในทุนที่ควรรู้จักคือ Australian Government Research Training Program หรือ… ครู-อาจารย์ สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
AIS Academy เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน องค์กร และประเทศใช้ Al สร้างผลลัพธ์จริง EZ WebmasterSeptember 11, 2026 AIS Academy เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน องค์กร และประเทศใช้ Al สร้างผลลัพธ์จริง … แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 EZ WebmasterSeptember 11, 2026 แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Meta Description:… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ทุนดีดี ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน EZ WebmasterSeptember 10, 2026 Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน สายการศึกษา นโยบายอุดมศึกษา การบริหารมหาวิทยาลัย งานวิจัย นวัตกรรม หรือใครที่อยากต่อยอดไปสู่งานด้าน Higher… ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ EZ WebmasterSeptember 10, 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี… ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร EZ WebmasterSeptember 9, 2026 ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร สำหรับคนที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อปริญญาโทสายวิจัยหรือปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในทุนที่ควรรู้จักคือ Australian Government Research Training Program หรือ… ครู-อาจารย์ สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 EZ WebmasterSeptember 11, 2026 แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Meta Description:… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University…
ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University…
ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน EZ WebmasterSeptember 10, 2026 Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน สายการศึกษา นโยบายอุดมศึกษา การบริหารมหาวิทยาลัย งานวิจัย นวัตกรรม หรือใครที่อยากต่อยอดไปสู่งานด้าน Higher… ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ EZ WebmasterSeptember 10, 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี… ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร EZ WebmasterSeptember 9, 2026 ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร สำหรับคนที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อปริญญาโทสายวิจัยหรือปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในทุนที่ควรรู้จักคือ Australian Government Research Training Program หรือ… ครู-อาจารย์ สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน EZ WebmasterSeptember 10, 2026 Erasmus Mundus MARIHE 2027 เปิดรับแล้ว! ทุนปริญญาโท 2 ปี เรียนข้ามยุโรป–เอเชีย พร้อมทุน €1,400/เดือน สายการศึกษา นโยบายอุดมศึกษา การบริหารมหาวิทยาลัย งานวิจัย นวัตกรรม หรือใครที่อยากต่อยอดไปสู่งานด้าน Higher… ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ EZ WebmasterSeptember 10, 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี… ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร EZ WebmasterSeptember 9, 2026 ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร สำหรับคนที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อปริญญาโทสายวิจัยหรือปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในทุนที่ควรรู้จักคือ Australian Government Research Training Program หรือ… ครู-อาจารย์ สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ EZ WebmasterSeptember 10, 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิด 11 ทุนปริญญาตรี ปี 2–4 สนับสนุนค่าเรียนปีละ 50,000 บาท ครอบคลุม 8 สาขาใน 11 มหาวิทยาลัยรัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี… ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร EZ WebmasterSeptember 9, 2026 ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร สำหรับคนที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อปริญญาโทสายวิจัยหรือปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในทุนที่ควรรู้จักคือ Australian Government Research Training Program หรือ…
ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร EZ WebmasterSeptember 9, 2026 ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย RTP ที่ Charles Darwin University เปิดโอกาสเรียนต่อสายวิจัย ปี 2027 เช็กเงื่อนไขสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้ชัดก่อนสมัคร สำหรับคนที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อปริญญาโทสายวิจัยหรือปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในทุนที่ควรรู้จักคือ Australian Government Research Training Program หรือ…
สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน ‘นายกสภาฯ’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ tui sakrapeeSeptember 10, 2026 สภา มทร.กรุงเทพ มีมติถอดถอน “นายกสภาฯ” และ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ชี้ประพฤติเสื่อมเสียและบกพร่องต่อหน้าที่ พร้อมตั้งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 สรุปสาระสำคัญ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ครั้งที่… โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ…
โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร EZ WebmasterSeptember 10, 2026 โทรศัพท์ในห้องเรียน — ห้ามแค่ไหนถึงได้ผล? งานวิจัยล่าสุดบอกอะไร และครูควรจัดการอย่างไร อัปเดตหลักฐานถึงปี 2569 พร้อมแนวทางที่โรงเรียนไทยนำไปปรับใช้ได้ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นหนึ่งในสิ่งรบกวนสำคัญในห้องเรียนยุคปัจจุบัน ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า 72% ของครูระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐ…
ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป EZ Webmaster Related Posts หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais แพทย์ ม.อ. TCAS70 รอบ 1/2 เปิดรับ 4 แผนการศึกษา รวม 97 ที่นั่ง สมัคร 19 ต.ค.–19 พ.ย. 2569 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเลือกมหา’ลัยต้องคำนวณอะไรบ้าง? Post navigation PREVIOUS Previous post: “สวนสุนันทา” เปิดรับรอบโควตา พร้อมให้คนมีความสามารถพิเศษเรียนฟรีกับโครงการ “ทุนเพชรสุนันทา”NEXT Next post: ตารางเวลาสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประจำปี 2567 Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search
ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย…
“คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย…
EZ Webmaster January 20, 2024 EZ Webmaster January 20, 2024 วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? วิวัฒนาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสอบหลายต่อหลายครั้ง ? การศึกษาไทยเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายซับซ้อนและเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ส่งผลให้เด็กต้องสอบหลายครั้ง ทั้ง GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ และ O-NET ที่จัดตลอดทั้งปี หรือในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็จัดสอบตรงของตัวเองอีก เด็กจึงต้องวิ่งรอกสอบหลายครั้ง เสียค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งการสอบในปีก่อน ๆ มักจัดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ปิดภาคเรียน ทำให้อาจารย์ต้องเร่งสอนเพื่อให้ทันการสอบ ส่งผลให้เด็ก ๆ ก็อาจจะเรียนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงคิดวิธีแก้ปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และต้องการให้เด็กนักเรียนได้มีสิทธิ์ในการศึกษาอย่างเสมอภาค จึงมีแผนการปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่าการสอบเข้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านยุคการสอบแบบไหนมาบ้าง แล้วการปรับเปลี่ยนการสอบจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ไปดูกันเลย (2504–2542) Entrance แบบเก่า 2504 เอ็นทรานซ์ (ครั้งแรก) เลือกคณะก่อนสอบ เลือกอันดับได้ 4-6 อันดับ ใช้คะแนน เอ็นทรานซ์ 100 % 2542 เอ็นทรานซ์ สอบแล้วเลือกคณะ มี 2 ครั้งต่อปี ครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. ครั้งที่ 2 ช่วง มี.ค. เพิ่ม GPAX 10% ระบบ Entrance ยุคแรก ปี 2504 – 2542 ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคแรก ๆ นั้น เกิดจากความร่วมมือกันของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในยุคนั้นจัดสอบขึ้นมากันเอง เพื่อแก้ปัญหาที่นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครสอบแต่ละที่หลายครั้ง โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน รูปแบบการสอบยุคนี้ เปิดให้นักเรียนเลือกคณะที่สนใจเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ (ภายหลังปี 2516 เปลี่ยนเป็น 6 อันดับ) จากนั้นก็เข้าสอบเอ็นทรานซ์ โดยใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% ไม่ต้องใช้เกรดเฉลี่ย( GPAX) ในโรงเรียนและสามารถสอบเทียบได้ แต่มันก็มีข้อเสีย เพราะทำให้เด็ก ๆ ม.6 เกิดความเครียดและความกดดัน เพราะการไม่มีตัวเลือกในการสอบ เพราะระบบเอ็นทรานซ์มีให้สอบรอบเดียว ระบบนี้ยังไม่มี GPAX ก็อาจส่งผลให้เด็กนักเรียนบางส่วนบ้าคลั่งในการสอบ จนไม่สนใจการเรียนในห้อง ที่สำคัญคือระบบนี้เราต้องเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ชื่นชอบก่อนที่จะสอบ โดยที่เราไม่รู้ว่าคะแนนของตัวเองได้เท่าไหร่ อาจทำให้เราพลาดโอกาสไปได้ (2543–2548) Entrance แบบใหม่ 2543 เพิ่ม GPAX 25% ระบบ Entrance ยุคใหม่ ปี 2542-2548 ยุคต่อมาจึงได้ปรับรูปแบบการสอบใหม่ จากคำเรียกร้องจากนักเรียน ที่ต้องการตัวเลือกในการสอบมากกว่า 1 ครั้ง โดยเปิดให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนตุลาคม และเดือนมีนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้คะแนนสอบตัวเองก่อนที่จะเลือกมหาวิทยาลัย และสามารถเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดของตัวเองมายื่นได้ สามารถเลือกยื่นคณะได้ 4 อันดับ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคะแนนอีกด้วย จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอ็นทรานซ์ 100% จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มการใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) มาร่วมคิดคะแนนด้วย ประมาณ 10% (2549–2552) Admissions 2549 แอดมิชชั่น ยกเลิกเอ็นทรานซ์ เริ่มสอบ O-NET , A-NET เพิ่ม GPAX 30 % 2552 แอดมิชชั่น ยกเลิก A-NET(dek52 สอบปีสุดท้าย) เปลี่ยนเป็น GPAX 20 % เริ่มสอบ GAT/PAT (dek53 ปีแรก)ใช้คะแนนรวมกัน 50 % GAT/PAT สอบ 4 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 54 ลดเหลือ 2 ครั้ง) ในยุคต่อมา ระบบ Admission : O-NET, A-NET ปี 2549-2552 หลังปี 2548 มาก็ได้มีการยกเลิกระบบเอ็นทรานซ์ เข้าสู่ยุคระบบกลางการรับนิสิตที่เรียกว่า แอดมิชชั่น (Admission) แทน ในยุคนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเยงเรียกร้องจากนักเรียน โดยเพิ่มรูปแบบข้อสอบแบบใหม่ขึ้นมาในชื่อ O-NET และ A-NET ซึ่งสัดส่วนคะแนนนั้น จะประกอบด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% รวมกับคะแนน O-NET และ A-NET และในปี 2552 มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยการยกเลิก A-NET แล้วเปลี่ยนมาใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย (GPAX) 30% และใช้คะแนนจาก GAT/PAT ใช้คะแนนรวมกัน 50 % และยังให้มีการสอบ GAT/PAT 4 ครั้งต่อปีอีกด้วย (2553-2560) Admissions 2553 แอดมิชชั่น ใช้ GAT/PAT ปีแรก เปลี่ยนสัดส่วนมาเป็นใช้ GPAX 20% O-NET 30% GAT/PAT 50% (ขึ้นอยู่กับคณะ) 2556 แอดมิชชั่น สอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง เริ่มสอบ 7 วิชาสามัญ และระบบเคลียร์ริงเฮาส์ 2559 แอดมิชชั่น เปลี่ยนจาก 7 วิชาสามัญเป็น 9 วิชาสามัญ 2560 แอดมิชชั่น ยุค Clearing House ช่วงแรก ใช้ระบบสอบกลางครั้งเดียว สอบ GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ ช่วงที่ 2 ระบบ Clearing House 2 รอบ เลือกอันดับการเข้าศึกษาได้ 4 อันดับ ต่อมา ในปี 2556 ลดการสอบ GAT/PAT ลดเหลือ 2 ครั้ง และเริ่มมีการสอบ 7 วิชาสามัญ และมีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ซึ่งระบบคัดเลือกดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาตามมา 3 ประการหลัก ได้แก่ การไม่เข้าห้องเรียนของผู้ที่สอบติดในรอบรับตรงและของผู้ที่มีคะแนนสอบ GAT-PAT รอบแรก (กำหนดสอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) สูง การตระเวนสอบตรงเพื่อให้มีที่เรียน ซึ่งทำให้เด็กรวยมีโอกาสได้ที่เรียนมากกว่า เพราะมีทุนในการยื่นสมัครหลายที่มากกว่าเด็กจน และ “การกั๊กที่” ของผู้สอบติดหลายที่ในรอบรับตรงแต่ไม่สละสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้สมัครคนอื่นเสียโอกาสในการได้ที่เรียน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สอท.) ในขณะนั้น จึงได้จัดทำระบบ Clearing house เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สอบติดจากรอบรับตรงไว้ที่ส่วนกลาง และให้ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนของตนได้เพียง 1 ที่ หลังจากนั้น ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากรอบ Admissions และจากคณะอื่นในระบบ Clearing house อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเข้าร่วมระบบ Clearing house เป็นไปตามความสมัครใจ โครงการ/มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยจึงยังไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house โดยในปีการศึกษา 2560 มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. เข้าร่วมระบบ Clearing house ทั้งสิ้น 11 แห่ง จากทั้งหมด 27 แห่ง (ไม่นับรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมเช่นกัน) และในจำนวนนี้ ก็ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกคณะที่เข้าร่วมในระบบ Clearing house ผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะมีระบบการยืนยันสิทธิ์แล้ว การกั๊กที่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบติดในโครงการ/มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ Clearing house 2561-เป็นต้นมา TCAS 2561 TCAS การคัดเลือก 5 รอบ มีดังนี้ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 Admissions รอบที่ 5 รับตรงอิสระ ต่อมาในยุคของระบบ TCAS ปี 2561-2564 มาถึงระบบล่าสุดที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเลิกใช้รอบ “Admission” เปลี่ยนมาเรียกว่าระบบ Thai University Central Admission System หรือ TCAS แทน เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่กั๊กสิทธิ์ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จัดการสิทธิ์ 1คน1สิทธิ์ 2.นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ 3. นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบ(ข้อสอบกลาง) ซึ่งรูปแบบการสอบในยุคนี้ ได้เลื่อนการสอบทั้งหมดมาสอบช่วงหลังจบ ม.6 ทั้งหมด และลดการสอบทั้งหมดเหลือเพียงอย่างละครั้งเดียว 2564 TCAS เปลี่ยนเป็นการคัดเลือก 4 รอบ รอบที่ 1 Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) รอบที่ 2 Quota (โควตา) รอบที่ 3 Combined Admission = รวม Admission 1 และ Admission 2 ให้สมัครพร้อมกัน โดยประกาศผล 2 ครั้ง รอบที่ 4 Direct Admission (รับตรงอิสระ) กระทั่งปี 2564 ได้ยุบรอบการคัดเลือกเหลือ 4 รอบ โดยมีเกณฑ์รอบรับตรงร่วมและรอบแอดมิชชันเหมือนเดิม แต่เปิดให้ยื่นคะแนนพร้อมกัน นักเรียนสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ มีการประกาศผล 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสละสิทธิ์ และมีการประมวลผลเรียกตัวสำรอง ให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของทาง ทปอ. เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ ก็มักจะมีปัญหาระบบตามมา ชี้ให้เห็นว่า ระบบ TCAS ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างเด็กรวย-จน และปัญหาการไม่เข้าเรียนจนจบการศึกษาได้ดีตามที่ ทปอ. ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการสอบของ ทปอ. กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการคัดเลือกนักศึกษาของไทยวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะระบบการสอบของ ทปอ. ยังสร้างภาระและต้นทุนทางการเงินและทางสุขภาพให้กับเด็ก ทั้งจากการสอบมากครั้ง การเรียนกวดวิชา การหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรับสมัครที่เปลี่ยนแปลงไปมา ตลอดจนความไม่เท่าเทียมของโอกาสในการเข้าศึกษา ซึ่งก็คือภาระการเตรียมตัวสอบอันหนักหน่วงของเด็ก ทั้งที่การสอบนั้นก็ไม่อาจชี้วัดความสามารถและความเหมาะสมของเด็กในการเข้าศึกษาในแต่ละโครงการได้ดีแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าในอนาคต ทางผู้หลักผู้ใหญ่จะสามารถหาระบบการสอบที่ลงตัวกับทุกฝ่าย และไม่สร้างปัญหาให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองอีกต่อไป
หอการค้าไทย – YEC – ม.หอการค้าไทย ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจจัด “UTCC JOB FAIR 2026” เปิดรับกว่า 2,000 อัตรา เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงานจริง
สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais