จุฬาฯ-ชนบท TCAS70 เปิด 3 โครงการ รวม 173 ที่นั่ง เรียนต่อจุฬาฯ พร้อมทุนสนับสนุนจนจบหลักสูตร เช็กคณะ จังหวัด และเกณฑ์สมัคร

จุฬาฯ-ชนบท TCAS70 เปิด 3 โครงการ รวม 173 ที่นั่ง เรียนต่อจุฬาฯ พร้อมทุนสนับสนุนจนจบหลักสูตร เช็กคณะ จังหวัด และเกณฑ์สมัคร

เปิดโอกาสให้นักเรียน ม.6 จากครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ เข้าศึกษาต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่าน TCAS70 รอบที่ 2 Quota โดยข้อมูลการรับสมัครปีการศึกษา 2570 ระบุจำนวนรับรวม 173 ที่นั่ง แบ่งเป็น 3 โครงการ ครอบคลุม 15 คณะในโครงการทั่วไป พร้อมสวัสดิการทุนการศึกษาที่มีทั้งค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่าอุปกรณ์การศึกษา และเงินค่าครองชีพสูงสุดเดือนละ 5,000 บาทตามประเภททุน เปิดรับสมัครวันที่ 13–16 มีนาคม 2570

โครงการรับนักเรียนจากชนบทเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โครงการจุฬาฯ-ชนบท” เป็นหนึ่งในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาที่ดำเนินงานมายาวนานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความสามารถทางวิชาการ แต่ประสบข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ ได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

สำหรับปีการศึกษา 2570 ข้อมูลประกาศรับสมัครที่เผยแพร่สำหรับระบบ TCAS70 รอบที่ 2 Quota ระบุจำนวนรับรวม 173 ที่นั่ง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ โครงการจุฬาฯ-ชนบททั่วไป โครงการโรงเรียนปอเนาะพิเศษในโครงการพระราชดำริฯ และโครงการสืบสานปณิธานสมเด็จย่าทันตแพทย์จุฬาฯ-ชนบท

สิ่งสำคัญที่ผู้สมัครต้องเข้าใจ คือโครงการนี้ไม่ได้คัดเลือกจากผลการเรียนหรือคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาคุณสมบัติด้านภูมิลำเนา สถานศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว และเงื่อนไขเฉพาะของคณะที่ต้องการสมัคร

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกต้องปฏิบัติตามระเบียบของโครงการ ทั้งในระหว่างศึกษาและเงื่อนไขตามสัญญาทุน โดยเฉพาะบางหลักสูตรที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการกลับไปปฏิบัติงานในพื้นที่หลังสำเร็จการศึกษา

รู้จักโครงการจุฬาฯ-ชนบท จากการสร้างโอกาสสู่การพัฒนาท้องถิ่น

โครงการจุฬาฯ-ชนบทเริ่มรับนิสิตรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2525 มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนในพื้นที่ชนบทที่มีความสามารถ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้

แนวคิดของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล แต่ยังต้องการให้เยาวชนจากภูมิภาคต่าง ๆ มีโอกาสพัฒนาความรู้ระดับอุดมศึกษา และนำความรู้กลับไปสร้างประโยชน์แก่ท้องถิ่น

ในช่วงแรก โครงการให้ความสำคัญกับสาขาวิชาชีพด้านสุขภาพและการผลิตบุคลากรเพื่อพื้นที่ชนบท ก่อนขยายโอกาสเข้าสู่คณะและสาขาวิชาอื่น ๆ

ตามข้อมูลที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดเผยเมื่อต้นปี 2569 โครงการดำเนินงานมาแล้ว 44 รุ่น และมีนิสิตเข้าร่วมสะสมมากกว่า 5,000 คน

การรับสมัครจุฬาฯ-ชนบทจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของนักเรียนที่มีความสามารถ แต่ครอบครัวไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเพียงพอ

ปีการศึกษา 2570 เปิดรับ 3 โครงการ รวม 173 ที่นั่ง

ข้อมูลการรับสมัครปีการศึกษา 2570 ที่นำมาตรวจสอบและเรียบเรียงในครั้งนี้ แบ่งโครงการออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

โครงการ จำนวนรับ กลุ่มเป้าหมาย
1. โครงการจุฬาฯ-ชนบททั่วไป 163 คน นักเรียน ม.6 จากครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ในพื้นที่ที่โครงการกำหนด
2. โครงการโรงเรียนปอเนาะพิเศษ 8 คน นักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในโครงการพระราชดำริฯ
3. โครงการสืบสานปณิธานสมเด็จย่าทันตแพทย์จุฬาฯ-ชนบท 2 คน นักเรียนในจังหวัดเป้าหมายเพื่อผลิตทันตแพทย์สำหรับพื้นที่ขาดแคลน
รวม 173 คน

ทั้งสามโครงการมีหลักเกณฑ์ด้านภูมิลำเนา โรงเรียน ผลการเรียน และคณะหรือสาขาวิชาที่เปิดรับแตกต่างกัน ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงกับโครงการใดก่อนยื่นสมัคร

ทุนจุฬาฯ-ชนบท ได้รับเงินและสวัสดิการอะไรบ้าง?

จุดเด่นสำคัญของโครงการคือการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปกติ ภายใต้เงื่อนไขการรักษาสถานภาพผู้รับทุน

ตามรูปแบบการสนับสนุนของโครงการ แบ่งทุนออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ทุนประเภท ก และทุนประเภท ข

ทุนประเภท ก: มีเงินค่าครองชีพเดือนละ 5,000 บาท

ผู้ได้รับทุนประเภท ก จะได้รับการสนับสนุนดังนี้

  • ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละ 5,000 บาท ปีละ 10 เดือน หรือรวม 50,000 บาทต่อปี
  • ค่าอุปกรณ์การศึกษาภาคการศึกษาละ 1,500 บาท หรือรวม 3,000 บาทต่อปี
  • ค่าเครื่องแต่งกายภาคการศึกษาละ 1,000 บาท หรือรวม 2,000 บาทต่อปี
  • ค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก และค่ารักษาพยาบาล ตามความจำเป็นและหลักความประหยัด

เมื่อรวมเฉพาะเงินสนับสนุนที่กำหนดอัตราชัดเจน ผู้ได้รับทุนประเภท ก จะได้รับเงินสูงสุด 55,000 บาทต่อปี โดยยังไม่รวมค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก และค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนตามเงื่อนไข

ทุนประเภท ข: สนับสนุนค่าเรียนและค่าใช้จ่ายสำคัญ แต่ไม่มีเงินค่าครองชีพรายเดือน

ผู้ได้รับทุนประเภท ข จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับทุนประเภท ก ยกเว้นเงินค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละ 5,000 บาท

ดังนั้น ผู้ได้รับทุนประเภท ข ยังคงมีสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนค่าอุปกรณ์การศึกษา ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก และค่ารักษาพยาบาล ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ

รายการ ทุนประเภท ก ทุนประเภท ข
ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัว 5,000 บาท/เดือน จำนวน 10 เดือน ไม่มี
ค่าอุปกรณ์การศึกษา 3,000 บาท/ปี 3,000 บาท/ปี
ค่าเครื่องแต่งกาย 2,000 บาท/ปี 2,000 บาท/ปี
ค่าเล่าเรียน สนับสนุน สนับสนุน
ค่าหอพัก ตามความจำเป็น ตามความจำเป็น
ค่ารักษาพยาบาล ตามเงื่อนไข ตามเงื่อนไข

การพิจารณาว่าผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับทุนประเภทใด อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการดำเนินการโครงการจุฬาฯ-ชนบท

จึงไม่ควรเข้าใจว่าผู้ผ่านการคัดเลือกทุกคนจะได้รับเงินค่าครองชีพเดือนละ 5,000 บาทโดยอัตโนมัติ

โครงการที่ 1 จุฬาฯ-ชนบททั่วไป เปิด 15 คณะ รวม 163 ที่นั่ง

โครงการจุฬาฯ-ชนบททั่วไปเป็นกลุ่มที่มีจำนวนรับมากที่สุด โดยข้อมูลรับสมัครปี 2570 ระบุว่าครอบคลุม 15 คณะ รวม 163 ที่นั่ง

รายชื่อคณะและจำนวนรับ

คณะ จำนวนรับ
วิศวกรรมศาสตร์ 5
อักษรศาสตร์ 4
วิทยาศาสตร์ 20
รัฐศาสตร์ 14
พาณิชยศาสตร์และการบัญชี 7
ครุศาสตร์ 10
นิเทศศาสตร์ 8
เศรษฐศาสตร์ 10
สัตวแพทยศาสตร์ 10
เภสัชศาสตร์ 10
นิติศาสตร์ 10
สหเวชศาสตร์ 30
จิตวิทยา 5
วิทยาศาสตร์การกีฬา 10
เกษตรศาสตร์บูรณาการ 10
รวม 163

จากจำนวนรับข้างต้น คณะสหเวชศาสตร์มีจำนวนรับมากที่สุด 30 คน รองลงมาคือคณะวิทยาศาสตร์ 20 คน ขณะที่คณะรัฐศาสตร์เปิดรับรวม 14 คนจากหลายสาขาวิชา

อย่างไรก็ตาม จำนวนรับที่ประกาศเป็นจำนวนที่นั่งตามแผนการรับสมัคร ไม่ใช่จำนวนผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกจริงทั้งหมด หากมีผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์ไม่ครบจำนวน มหาวิทยาลัยอาจรับต่ำกว่าจำนวนที่ประกาศได้

เปิดรายละเอียดสาขาที่มีการแบ่งจำนวนรับ

คณะรัฐศาสตร์แบ่งจำนวนรับเป็น 4 สาขา ได้แก่

  • สาขาการปกครอง 5 คน
  • สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 2 คน
  • สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา 5 คน
  • สาขารัฐประศาสนศาสตร์ 2 คน

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีแบ่งเป็น

  • หลักสูตรบัญชีบัณฑิต 2 คน
  • หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต 2 คน
  • สาขาสถิติและวิทยาการข้อมูล 1 คน
  • สาขาการประกันภัย 1 คน
  • สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจ 1 คน

คณะสหเวชศาสตร์แบ่งเป็น

  • สาขาเทคนิคการแพทย์ 15 คน
  • สาขากายภาพบำบัด 5 คน
  • สาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร 5 คน
  • สาขารังสีเทคนิค 5 คน

สำหรับคณะอักษรศาสตร์ เปิดรับรวม 4 คน ในสาขาภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ และสาขาภาษาเอเชียใต้ โดยมีการกำหนดรายวิชาที่ใช้คัดเลือกแตกต่างกัน

GPAX ขั้นต่ำแต่ละคณะ ไม่เท่ากัน

การสมัครจุฬาฯ-ชนบทใช้ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 5 ภาคเรียน ตั้งแต่ชั้น ม.4 ถึง ม.6 ภาคเรียนที่ 1

ทั้งนี้ แต่ละคณะกำหนด GPAX ขั้นต่ำแตกต่างกัน โดยข้อมูลเกณฑ์ปี 2570 ที่นำมาตรวจสอบระบุระดับตั้งแต่ 2.50 ถึง 3.50

คณะหรือสาขา GPAX ขั้นต่ำ
ครุศาสตร์ 2.50
อักษรศาสตร์ 2.50
รัฐศาสตร์ 2.50
นิติศาสตร์ 2.50
นิเทศศาสตร์ 2.50
พาณิชยศาสตร์และการบัญชี 2.50
เกษตรศาสตร์บูรณาการ 2.50
วิทยาศาสตร์ 2.50
เศรษฐศาสตร์ 2.75
วิทยาศาสตร์การกีฬา 2.75
สหเวชศาสตร์: โภชนาการและการกำหนดอาหาร 2.75
สหเวชศาสตร์: รังสีเทคนิค 2.75
จิตวิทยา 3.00
สัตวแพทยศาสตร์ 3.00
สหเวชศาสตร์: กายภาพบำบัด 3.00
วิศวกรรมศาสตร์ 3.25
เภสัชศาสตร์ 3.50
สหเวชศาสตร์: เทคนิคการแพทย์ 3.50

นอกจาก GPAX รวมแล้ว บางหลักสูตรยังมีเกณฑ์ผลการเรียนเฉลี่ยรายกลุ่มสาระ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างเช่น สาขาเทคนิคการแพทย์กำหนด GPAX รวมไม่ต่ำกว่า 3.50 พร้อมเกณฑ์กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 3.50 คณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 3.25 และภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 3.25

คณะวิทยาศาสตร์กำหนด GPAX รวมไม่ต่ำกว่า 2.50 และมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

ส่วนคณะสัตวแพทยศาสตร์และคณะเศรษฐศาสตร์ก็มีเกณฑ์เฉพาะด้านผลการเรียนรายกลุ่มวิชาเช่นกัน

ผู้สมัครจึงไม่ควรตรวจสอบเพียง GPAX รวม แต่ต้องอ่านเงื่อนไขของหลักสูตรที่สนใจให้ครบถ้วน

จังหวัดที่มีสิทธิ์สมัครจุฬาฯ-ชนบททั่วไป

ข้อมูลรับสมัครปี 2570 ที่นำมาตรวจสอบระบุพื้นที่รวม 73 จังหวัด แบ่งเป็น 5 ภูมิภาค โดยมีรายชื่อดังนี้

ภาคกลาง 18 จังหวัด

กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม

ภาคเหนือ 16 จังหวัด

กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ น่าน แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด

ขอนแก่น สกลนคร หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี เลย หนองบัวลำภู นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ

ภาคตะวันออก 8 จังหวัด

นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และสระแก้ว

ภาคใต้ 11 จังหวัด

ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ พัทลุง สตูล สงขลา และตรัง

รายชื่อที่ปรากฏในข้อมูลชุดนี้ไม่มีกรุงเทพมหานคร ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ทั้งนี้ การมีชื่อจังหวัดอยู่ในพื้นที่รับสมัครไม่ได้หมายความว่านักเรียนทุกคนในจังหวัดนั้นจะมีสิทธิ์โดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องผ่านเกณฑ์ภูมิลำเนา สถานศึกษา ฐานะครอบครัว และเงื่อนไขอื่นตามประกาศ

โดยเฉพาะข้อมูลจำนวนจังหวัดปี 2570 ที่แตกต่างจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ผู้สมัครควรตรวจสอบบัญชีจังหวัดจากประกาศฉบับลงนามของมหาวิทยาลัยอีกครั้งก่อนดำเนินการสมัคร

เงื่อนไขภูมิลำเนาสำคัญอย่างไร?

ผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน และศึกษาอยู่ในโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐ หรือโรงเรียนที่คณะกรรมการโครงการเห็นสมควร โดยทั้งภูมิลำเนาและสถานศึกษาต้องเป็นไปตามเขตพื้นที่ที่ประกาศกำหนด

นอกจากนี้ ยังต้องมีระยะเวลาอยู่ในพื้นที่ตามทะเบียนบ้านและศึกษาในสถานศึกษาที่มีสิทธิ์ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถึงวันสมัคร

จึงไม่สามารถพิจารณาสิทธิ์สมัครจากจังหวัดที่กำลังอาศัยอยู่ในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว

นักเรียนที่มีประวัติย้ายโรงเรียนหรือย้ายทะเบียนบ้านควรตรวจสอบเงื่อนไขดังกล่าวอย่างละเอียด และปรึกษาโรงเรียนก่อนสมัคร

โครงการที่ 2 จุฬาฯ-ชนบท โรงเรียนปอเนาะพิเศษ เปิดรับ 8 คน

โครงการจุฬาฯ-ชนบท โรงเรียนปอเนาะพิเศษในโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นโครงการสำหรับนักเรียนในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา

ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้น ม.6 ปีการศึกษา 2569 จากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่อยู่ในโครงการพระราชดำริฯ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

โครงการนี้เปิดรับรวม 8 คน แบ่งเป็น

คณะ/สาขา จำนวนรับ
ครุศาสตร์ สาขาวิชาประถมศึกษา 5
รัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง 2
รัฐศาสตร์ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา 1
รวม 8

ผู้สมัครต้องมี GPAX 5 ภาคเรียนไม่ต่ำกว่า 2.50 และมีคุณสมบัติด้านฐานะครอบครัวตามเกณฑ์โครงการจุฬาฯ-ชนบท

สำหรับองค์ประกอบคะแนนคัดเลือก

คณะครุศาสตร์ใช้ TGAT 50% และ TPAT5 50% โดยกำหนดคะแนนขั้นต่ำแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 30%

คณะรัฐศาสตร์ทั้งสองสาขาใช้ TGAT 100% โดยมีเกณฑ์คะแนน TGAT ขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 50%

ทั้งนี้ แต่ละโรงเรียนสามารถเสนอชื่อนักเรียนสมัครโครงการได้ไม่เกิน 9 คน ตามข้อมูลเกณฑ์ในชุดประกาศปี 2570

นักเรียนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส หรือสงขลาที่ต้องการสมัครโครงการนี้จึงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าโรงเรียนของตนมีสถานะเป็นโรงเรียนในโครงการพระราชดำริฯ ที่ได้รับสิทธิ์หรือไม่ ไม่ใช่พิจารณาเพียงจังหวัดที่ตั้งโรงเรียน

โครงการที่ 3 สืบสานปณิธานสมเด็จย่า ทันตแพทย์จุฬาฯ-ชนบท เปิดรับ 2 คน

อีกหนึ่งโครงการที่มีความเฉพาะเจาะจงคือ “โครงการสืบสานปณิธานสมเด็จย่าทันตแพทย์จุฬาฯ-ชนบท” ซึ่งดำเนินการโดยความเห็นชอบจากกระทรวงสาธารณสุข

โครงการมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการผลิตทันตแพทย์เพื่อรองรับพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรด้านทันตสาธารณสุข โดยกำหนดเงื่อนไขด้านภูมิลำเนา พื้นที่ปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษา และการรับทุนแตกต่างจากโครงการทั่วไป

จังหวัดเป้าหมาย

ข้อมูลปี 2570 ระบุจังหวัดหลัก 5 จังหวัด ได้แก่

ศรีสะเกษ ตาก เลย เพชรบุรี และตรัง

จังหวัดสำรอง 5 จังหวัด ได้แก่

หนองบัวลำภู นราธิวาส ยะลา อุบลราชธานี และตราด

โครงการเปิดรับ 2 คน โดยกำหนดจังหวัดละ 1 คน และพิจารณาผู้ผ่านเกณฑ์คะแนนจากจังหวัดหลักก่อน หากไม่มีผู้ได้รับคัดเลือกตามเกณฑ์ จึงพิจารณาจังหวัดสำรองตามลำดับ

คุณสมบัติสำคัญ

ผู้สมัครต้องกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 ปีการศึกษา 2569 มี GPAX 5 ภาคเรียนไม่ต่ำกว่า 3.00 และผ่านเงื่อนไขเกี่ยวกับภูมิลำเนา โรงเรียน และฐานะครอบครัว

นอกจากนี้ ต้องผ่านเกณฑ์สุขภาพที่คณะทันตแพทยศาสตร์กำหนด โดยเฉพาะความพร้อมในการศึกษาภาคปฏิบัติและการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ผู้สมัครต้องจัดเตรียมใบรับรองแพทย์และเอกสารตรวจสุขภาพตามแบบฟอร์มที่กำหนด รวมถึงผลตรวจการมองเห็นสีเมื่อมีข้อกำหนด

การตรวจสอบคุณสมบัติด้านสุขภาพต้องยึดหลักเกณฑ์ในประกาศของคณะทันตแพทยศาสตร์โดยตรง เนื่องจากมีรายละเอียดเฉพาะทางที่อาจมีผลต่อสิทธิ์เข้าศึกษา

ต้องใช้คะแนนวิชาใดบ้าง?

ข้อมูลที่นำมาตรวจสอบระบุการใช้คะแนน TPAT1 ร่วมกับ A-Level ตามเงื่อนไขของโครงการ

โครงสร้างการประเมินแยกเป็นคะแนน TPAT1 และคะแนน A-Level ซึ่งต้องคำนวณตามน้ำหนักที่มหาวิทยาลัยกำหนด ไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์ของรายวิชาที่เป็นองค์ประกอบย่อยของ A-Level มาบวกรวมกับน้ำหนัก TPAT1 โดยตรง

เนื่องจากตารางคะแนนในร่างข้อมูลมีการแสดงค่าน้ำหนักสองระดับ จึงควรตรวจสอบวิธีคำนวณและรหัสวิชาจากตารางแนบท้ายประกาศทันตแพทยศาสตร์ปี 2570 อีกครั้งก่อนใช้วางแผนการสอบ

เรียนจบแล้วต้องกลับไปทำงานในพื้นที่หรือไม่?

โครงการนี้มีข้อผูกพันด้านการปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษา

ผู้ได้รับทุนต้องทำสัญญาตามเงื่อนไขของโครงการ และเมื่อสำเร็จการศึกษาต้องไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาลหรือพื้นที่ที่กำหนด โดยระยะเวลาการปฏิบัติงานตามเงื่อนไขในข้อมูลโครงการกำหนดไว้เป็นสองเท่าของระยะเวลาที่ศึกษา หรือตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นักเรียนและผู้ปกครองควรพิจารณาร่วมกันก่อนตัดสินใจสมัคร

เกณฑ์คะแนน TGAT / TPAT / A-Level ของโครงการทั่วไป

ผู้สมัครโครงการจุฬาฯ-ชนบทต้องเข้าสอบรายวิชาที่แต่ละคณะกำหนดให้ครบถ้วน โดยใช้คะแนนสอบปีการศึกษา 2570 ตามระบบ TCAS

ตัวอย่างเกณฑ์การคัดเลือกจากข้อมูลปี 2570 ที่นำมาตรวจสอบ มีดังนี้

คณะ/สาขา องค์ประกอบคะแนน
วิศวกรรมศาสตร์ TGAT 20%, TPAT3 30%, คณิต 1 20%, ฟิสิกส์ 20%, เคมี 10%
วิทยาศาสตร์ TGAT 20%, TPAT3 80%
รัฐศาสตร์: การปกครอง TGAT 100%
รัฐศาสตร์: ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ TGAT 70%, A-Level อังกฤษ 30%
รัฐศาสตร์: สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา TGAT 100%
รัฐศาสตร์: รัฐประศาสนศาสตร์ TGAT 100%
ครุศาสตร์: ประถมศึกษา TGAT 50%, TPAT5 50%
นิเทศศาสตร์ TGAT 40%, A-Level วิชาที่เลือก 60%
เศรษฐศาสตร์ TGAT 40%, คณิต 1 30%, สังคม 10%, ไทย 10%, อังกฤษ 10%
สัตวแพทยศาสตร์ TGAT 45%, วิทยาศาสตร์ประยุกต์ 55%
นิติศาสตร์ TGAT 50%, A-Level วิชาที่เลือก 50%
จิตวิทยา TGAT 50%, คณิต 1 30%, วิทยาศาสตร์ประยุกต์ 20%
วิทยาศาสตร์การกีฬา TGAT 40%, คณิต 2 30%, วิทยาศาสตร์ประยุกต์ 30%

สำหรับคณะและสาขาอื่น ๆ มีรูปแบบคะแนนเฉพาะ เช่น

คณะอักษรศาสตร์

สาขาภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศใช้ TGAT 70% และ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 อีก 30%

ส่วนสาขาภาษาเอเชียใต้ใช้ TGAT 70% และ A-Level วิชาที่เลือกตามประกาศ 30%

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

หลักสูตรบัญชีบัณฑิตและบริหารธุรกิจบัณฑิตใช้ TGAT 50% และ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 อีก 50%

สำหรับกลุ่มหลักสูตรสถิติศาสตร์ใช้ TGAT 50% และ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 อีก 50%

คณะเภสัชศาสตร์

กำหนดการใช้คะแนน A-Level หลายรายวิชา โดยให้น้ำหนักกลุ่มวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ร่วมกับรายวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา

ผู้สมัครต้องตรวจสอบคะแนนขั้นต่ำรายวิชาเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์

คณะสหเวชศาสตร์

แต่ละสาขาใช้คะแนนแตกต่างกัน เช่น

  • เทคนิคการแพทย์ ใช้ TGAT คณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ
  • กายภาพบำบัด ใช้ GPAX ร่วมกับ TGAT ฟิสิกส์ และชีววิทยา
  • โภชนาการและการกำหนดอาหาร ใช้ TGAT คณิตศาสตร์ เคมี และชีววิทยา
  • รังสีเทคนิค ใช้ TGAT คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และชีววิทยา

คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ

ข้อมูลปี 2570 ระบุรูปแบบการคัดเลือก 3 รูปแบบ โดยใช้ชุดวิชาที่แตกต่างกัน เช่น TGAT คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ ตามรูปแบบที่ผู้สมัครเลือก

การจัดอันดับคะแนนและการตรวจสอบเกณฑ์ขั้นต่ำต้องพิจารณาทั้งรายวิชาและคะแนนรวม ผู้สมัครไม่ควรใช้เพียงเกณฑ์ GPAX เพื่อประเมินโอกาสผ่านการคัดเลือก

กำหนดการสมัครจุฬาฯ-ชนบท TCAS70 รอบที่ 2

ข้อมูลปฏิทินรับสมัครโครงการปีการศึกษา 2570 ระบุกำหนดการดังนี้

ขั้นตอน กำหนดการ
สมัครและอัปโหลดเอกสาร 13–16 มีนาคม 2570
ปิดรับสมัครและอัปโหลดเอกสาร 16 มีนาคม 2570 เวลา 16.00 น.
ชำระค่าธรรมเนียมสมัครให้เสร็จ 16 มีนาคม 2570 เวลา 16.30 น.
ตรวจสอบสถานะชำระเงิน 13–17 มีนาคม 2570
ทักท้วงสถานะชำระเงิน ภายใน 17 มีนาคม 2570 เวลา 16.00 น.
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก 24 มีนาคม 2570
ทักท้วงรายชื่อ 24–25 มีนาคม 2570 ถึงเวลา 12.00 น.
ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือก 3 พฤษภาคม 2570
ยืนยันสิทธิ์ผ่าน myTCAS 3–4 พฤษภาคม 2570
สละสิทธิ์ตามปฏิทิน TCAS 5 พฤษภาคม 2570
ประกาศรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา 8 พฤษภาคม 2570

ผู้สมัครควรเตรียมข้อมูลล่วงหน้าและไม่รอจนถึงวันสุดท้าย โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารที่ต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากโรงเรียน

การอัปโหลดหลักฐานและการชำระเงินมีเวลาปิดระบบแตกต่างกัน ผู้สมัครจึงต้องดำเนินการทั้งสองขั้นตอนให้เรียบร้อยตามกำหนด

สำหรับการยืนยันสิทธิ์และสละสิทธิ์ ให้ยึดปฏิทินของ ทปอ. ผ่านเว็บไซต์ mytcas.com เป็นหลัก

ขั้นตอนสมัครจุฬาฯ-ชนบท TCAS70

การสมัครดำเนินการผ่านระบบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

1. ตรวจสอบสิทธิ์สมัครของตนเอง

เริ่มจากตรวจสอบจังหวัดที่มีสิทธิ์สมัคร ประวัติทะเบียนบ้าน สถานศึกษา ระดับชั้น GPAX และเกณฑ์เฉพาะของคณะที่ต้องการ

2. ลงทะเบียนในระบบ myTCAS

ผู้สมัครต้องลงทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวในระบบ TCAS70 ให้ถูกต้องก่อนยื่นสมัครผ่านระบบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

https://student.mytcas.com

3. สมัครสอบรายวิชาที่ต้องใช้ให้ครบ

ตรวจสอบว่าคณะที่ต้องการสมัครใช้คะแนน TGAT TPAT หรือ A-Level วิชาใดบ้าง รวมถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด

4. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอรับทุน

ผู้สมัครต้องจัดเตรียมแบบฟอร์มโครงการจุฬาฯ-ชนบท พร้อมหลักฐานข้อมูลครอบครัว ผลการเรียน และเอกสารอื่นตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

5. ส่งเอกสารให้โรงเรียนตรวจสอบ

โรงเรียนต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและรับรองเอกสารตามขั้นตอนของโครงการ

6. สมัครผ่านระบบ CU TCAS

เข้าเว็บไซต์

https://tcas.atc.chula.ac.th

เลือกโครงการและคณะหรือสาขาวิชาที่ต้องการสมัคร กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และอัปโหลดเอกสารตามกำหนด

7. ชำระค่าธรรมเนียมสมัคร

ระบบจะคำนวณค่าธรรมเนียมตามการสมัคร ผู้สมัครต้องตรวจสอบยอดและชำระให้เรียบร้อยภายในกำหนดเวลา

8. ติดตามผลและดำเนินการยืนยันสิทธิ์

ตรวจสอบประกาศรายชื่อและผลการคัดเลือกจากระบบรับสมัคร ก่อนดำเนินการยืนยันสิทธิ์ในระบบกลาง TCAS70

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม

เนื่องจากโครงการนี้มีการประเมินฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว ผู้สมัครจึงต้องใช้เอกสารมากกว่าการสมัคร TCAS ทั่วไป

เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมประกอบด้วย

  1. แบบฟอร์มขอรับทุนจุฬาฯ-ชนบทที่กรอกครบถ้วนและผ่านการรับรองจากโรงเรียน
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน
  4. ใบระเบียนแสดงผลการเรียน ปพ.1 รวม 5 ภาคเรียน
  5. หนังสือรับรองผลการเรียนจากนายทะเบียนโรงเรียน
  6. หนังสือรับรองความประพฤติ
  7. คำรับรองฐานะครอบครัวจากผู้นำชุมชน
  8. คำรับรองฐานะครอบครัวจากเพื่อนบ้าน
  9. แผนที่บ้านของผู้สมัครที่จัดทำด้วยตนเอง
  10. ภาพถ่ายสภาพบ้านและทรัพย์สินของครอบครัว
  11. หนังสือรับรองรายได้บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หากมีรายได้ประจำ
  12. เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากมี
  13. เอกสารประกอบอื่นตามที่โครงการและคณะกำหนด

สำหรับบางสาขาวิชา เช่น เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และทันตแพทยศาสตร์ อาจต้องมีเอกสารรับรองสุขภาพหรือผลการตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม

ผู้สมัครควรตรวจสอบรูปแบบไฟล์ ขนาดเอกสาร และข้อกำหนดของการอัปโหลดแต่ละรายการจากประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เหตุใดต้องมีแผนที่บ้านและภาพถ่ายสภาพความเป็นอยู่?

โครงการจุฬาฯ-ชนบทไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติจากคะแนนสอบเพียงด้านเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัว

คณะกรรมการอาจลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านผู้สมัครโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อประเมินข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสภาพความเป็นอยู่จริง

การจัดทำแผนที่บ้านจึงมีความสำคัญ เนื่องจากผู้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาจไม่ใช่บุคคลในชุมชนและไม่รู้จักเส้นทางโดยละเอียด

ผู้สมัครควรเขียนเส้นทางให้ชัดเจน พร้อมระบุจุดสังเกตที่สามารถตรวจสอบได้ และจัดเตรียมภาพถ่ายบ้านตามมุมมองที่ประกาศกำหนด

หากข้อมูลที่ยื่นสมัครไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นได้ อาจกระทบต่อการพิจารณาสิทธิ์สมัครและทุนการศึกษา

7 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนสมัคร

1. ต้องสมัครให้ตรงโครงการและพื้นที่

การสมัครผิดกลุ่มโครงการ หรือไม่ผ่านเกณฑ์พื้นที่และระยะเวลาของภูมิลำเนา อาจทำให้ผู้สมัครขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น

2. GPAX ถึงเกณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านการคัดเลือก

แต่ละคณะยังใช้ผลคะแนน TGAT TPAT และ A-Level ตามสัดส่วนและเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด

ผู้สมัครจึงควรเตรียมคะแนนให้สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

3. โรงเรียนมีบทบาทสำคัญในการสมัคร

โครงการต้องใช้การพิจารณาและรับรองจากคณะกรรมการของสถานศึกษา ผู้สมัครจึงควรปรึกษาครูแนะแนวและฝ่ายทะเบียนตั้งแต่ระยะเตรียมเอกสาร

4. ต้องเลือกคณะหรือสาขาให้รอบคอบ

ข้อมูลโครงการกำหนดให้ผู้สมัครเลือกคณะหรือสาขาตามเงื่อนไขที่ระบุ และเมื่อได้รับคัดเลือกแล้ว ต้องศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับสิทธิ์ ไม่สามารถย้ายคณะหรือสาขาโดยอิสระได้

5. ทุนมีเงื่อนไขระหว่างศึกษา

ผู้ได้รับทุนต้องรักษาสถานภาพนิสิต ประพฤติตนตามระเบียบ มีความตั้งใจศึกษา และเข้าร่วมกิจกรรมที่โครงการกำหนด

มหาวิทยาลัยอาจปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกการให้ทุน หากผู้รับทุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

6. ต้องศึกษาสัญญาทุนก่อนตอบรับ

โดยเฉพาะผู้สมัครโครงการทันตแพทย์เพื่อพื้นที่ขาดแคลน ซึ่งมีข้อกำหนดด้านระยะเวลาการปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษา

ส่วนผู้สมัครคณะอื่นควรอ่านสัญญาทุนฉบับของตนเองเพื่อทำความเข้าใจข้อผูกพันที่ใช้บังคับจริง

7. การยืนยันสิทธิ์ TCAS เป็นขั้นตอนสำคัญ

ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกต้องยืนยันสิทธิ์ในระบบกลาง TCAS70 ภายในวันที่ 3–4 พฤษภาคม 2570

หากไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจถือว่าสละสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์ของระบบกลาง

โครงการจุฬาฯ-ชนบท สำคัญต่อโอกาสทางการศึกษาอย่างไร?

การเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาไม่ได้มีข้อจำกัดเพียงเรื่องผลการเรียนหรือความสามารถในการสอบแข่งขัน แต่สำหรับนักเรียนบางครอบครัว ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายด้านการเรียน อาจทำให้นักเรียนที่มีศักยภาพไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเต็มที่

โครงการจุฬาฯ-ชนบทจึงมีบทบาทในการช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าว โดยเชื่อมโยงกระบวนการคัดเลือกทางวิชาการเข้ากับการพิจารณาความจำเป็นด้านทุนทรัพย์

นอกจากเปิดโอกาสให้นักเรียนจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแล้ว โครงการยังมีเป้าหมายสร้างบุคลากรที่สามารถนำความรู้และทักษะไปพัฒนาท้องถิ่นและสังคมในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การได้รับโอกาสเข้าศึกษาและการได้รับทุนยังมาพร้อมความรับผิดชอบ ผู้สมัครจำเป็นต้องเข้าใจทั้งสิทธิประโยชน์และข้อผูกพันให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

สรุป จุฬาฯ-ชนบท TCAS70 เหมาะกับใคร?

โครงการจุฬาฯ-ชนบทเหมาะสำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 ปีการศึกษา 2569 มีผลการเรียนตามเกณฑ์ของคณะที่ต้องการสมัคร และครอบครัวประสบข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์จนไม่สามารถสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างเพียงพอ

สำหรับปีการศึกษา 2570 ข้อมูลการรับสมัครระบุจำนวนรับรวม 173 ที่นั่งจาก 3 โครงการ โดยโครงการทั่วไปเปิดโอกาสให้เลือกศึกษาต่อได้หลากหลายสาขา ส่วนโครงการโรงเรียนปอเนาะพิเศษและทันตแพทย์ชนบทมีเงื่อนไขเฉพาะด้านพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย

ผู้สนใจควรตรวจสอบเกณฑ์ภูมิลำเนา สถานศึกษา GPAX รายวิชาสอบ จำนวนรับ และเอกสารที่ต้องใช้ให้ครบถ้วน ก่อนประสานงานกับครูแนะแนวและฝ่ายทะเบียนโรงเรียนเพื่อเตรียมการสมัคร

แม้การสมัครจะเริ่มในเดือนมีนาคม 2570 แต่เอกสารบางประเภทต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมและรับรองจากหลายฝ่าย การเริ่มศึกษาระเบียบการตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญต่อการรักษาสิทธิ์ของผู้สมัคร


ช่องทางสมัครและตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการ

ระบบรับสมัคร CU TCAS70

https://tcas.atc.chula.ac.th/

เว็บไซต์งานรับเข้าศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

https://admission.chula.ac.th/

หน้าประกาศรับสมัครระดับปริญญาบัณฑิต

https://admission.chula.ac.th/admission_c1.php

ระบบ myTCAS70

https://student.mytcas.com/

ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โทรศัพท์ 02-218-3719

อีเมล directadmission@chula.ac.th

ศูนย์จุฬาฯ-ชนบท

โทรศัพท์ 02-218-3245

อีเมล rural@chula.ac.th

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — ข้อมูลประกาศรับสมัครโครงการจุฬาฯ-ชนบท ปีการศึกษา 2570 TCAS70 รอบที่ 2 Quota จำนวน 3 กลุ่มโครงการ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตามชุดข้อมูลประกาศที่นำมาเรียบเรียง
  2. ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2570
  3. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — หน้าประกาศรับสมัครระดับปริญญาบัณฑิต
  4. ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย — ปฏิทิน TCAS70 รอบที่ 2 Quota
  5. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — ข่าว “จุฬาฯ เปิดรับนักเรียนโครงการจุฬาฯ-ชนบท ปีการศึกษา 2569 ขยายโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม” ใช้อ้างอิงประวัติและวัตถุประสงค์โครงการ
  6. ประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกนักเรียนโครงการจุฬาฯ-ชนบท ปีการศึกษา 2569 ทั้ง 3 ฉบับ ใช้เปรียบเทียบโครงสร้างทุนและแนวปฏิบัติของโครงการในปีก่อนหน้า

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ Eduzones: ข้อมูลจำนวนรับรายคณะ เกณฑ์ GPAX จังหวัดและเอกสารเฉพาะปี 2570 เรียบเรียงจากชุดข้อมูลประกาศที่ได้รับและผ่านการตรวจสอบความสอดคล้องของตัวเลขบางส่วนกับฐานข้อมูล TCAS70 อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ตรวจเทียบครบทุกข้อกับ PDF ประกาศปี 2570 ฉบับลงนาม จึงต้องยึดประกาศอย่างเป็นทางการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหลัก โดยเฉพาะบัญชี 73 จังหวัดและสูตรคำนวณคะแนนทันตแพทยศาสตร์ ก่อนใช้ข้อมูลดังกล่าวยืนยันสิทธิ์สมัครของแต่ละบุคคล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *