กสศ. เดินหน้า “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ปี 2570 ให้ทุนเด็กยากจนเรียนครู 4 ปี เช็กเกณฑ์ทุน–เงื่อนไขกลับไปสอนในบ้านเกิด

กสศ. เดินหน้า “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ปี 2570 เปิดทางเด็กยากจนเรียนครู 4 ปี เช็กเกณฑ์ทุน–เงื่อนไขกลับไปสอนในบ้านเกิด

กสศ. เริ่มกระบวนการคัดเลือกสถาบันผลิตครูสำหรับปีการศึกษา 2570 มุ่งสร้างโอกาสให้นักเรียน ม.6 หรือเทียบเท่าจากครอบครัวยากจนในพื้นที่เป้าหมาย เรียนต่อสาขาการประถมศึกษา พร้อมสนับสนุนค่าเรียน ที่พัก ค่าครองชีพ และอุปกรณ์การเรียน โดยประกาศครั้งนี้เป็นการรับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัย ส่วนกำหนดรับสมัครนักเรียนต้องติดตามขั้นตอนถัดไป

สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ออกประกาศเรื่อง เปิดรับข้อเสนอโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2570 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ลงนามโดย นายไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. เพื่อคัดเลือกสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์หรือคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา เข้าร่วมผลิตและพัฒนาครูสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล

โครงการมุ่งสนับสนุนนักเรียนยากจนที่มีศักยภาพและต้องการเป็นครู ให้มีโอกาสศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษา พร้อมพัฒนาทักษะที่เหมาะกับบริบทโรงเรียนและชุมชน ก่อนกลับไปปฏิบัติงานในโรงเรียนเป้าหมายตามเงื่อนไขของโครงการ

สำหรับนักเรียนที่กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในปีการศึกษา 2569 ประกาศฉบับนี้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับเตรียมความพร้อม แต่ต้องแยกให้ชัดว่า ยังไม่ใช่ประกาศเปิดรับสมัครนักเรียนโดยตรงจาก กสศ.

รับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยสิ้นสุดแล้ว รอติดตามผลคัดเลือกสถาบัน

ประกาศกำหนดให้สถาบันการศึกษายื่นข้อเสนอโครงการระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 23.59 น. ดังนั้น ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ช่วงรับข้อเสนอตามกำหนดการเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีปฏิทินดำเนินงานดังนี้

ขั้นตอน กำหนดการตามประกาศ
เปิดรับข้อเสนอโครงการจากสถาบันการศึกษา 30 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569
พิจารณาคุณสมบัติ แนวคิด และข้อเสนอโครงการ รวมถึงรับฟังคำชี้แจงเพิ่มเติม ภายใน 2 พฤศจิกายน 2569
ประกาศรายชื่อสถาบันที่ผ่านการคัดเลือก เดือนพฤศจิกายน 2569
ประชุมเตรียมความพร้อมและจัดทำสัญญาภาคีร่วมดำเนินงาน เดือนพฤศจิกายน 2569

ทั้งนี้ กสศ. สงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงกำหนดการ และจะแจ้งผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางที่เหมาะสม ส่วนวันรับสมัครนักเรียน รายชื่อสถาบัน และพื้นที่รับผิดชอบ ต้องติดตามประกาศในขั้นตอนถัดไป โดยไม่ควรนำวันรับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยไปใช้เป็นวันสมัครรับทุนของนักเรียน

นักเรียนสมัครอย่างไร ทำไมต้องรอรายชื่อสถาบัน

การคัดเลือกผู้รับทุนดำเนินการผ่านสถาบันการศึกษาที่ กสศ. คัดเลือกเข้าร่วมโครงการ โดยสถาบันจะประสานโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ เพื่อค้นหา คัดกรอง และคัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์

กสศ. จะแจ้งรายชื่อโรงเรียนเป้าหมายที่ผู้รับทุนจะไปปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษาให้สถาบันทราบ เพื่อใช้วางแผนคัดเลือกผู้รับทุนให้สอดคล้องกับพื้นที่และความต้องการของโรงเรียน

เมื่อคัดเลือกนักเรียนแล้ว สถาบันต้องประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้ทราบโดยทั่วไป และเปิดรับข้อทักท้วงผลการคัดเลือก ไม่น้อยกว่า 7 วันทำการนับจากวันที่ลงประกาศ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับผู้สนใจ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยใดเข้าร่วม แต่ต้องดูด้วยว่า ภูมิลำเนาของตนอยู่ในพื้นที่โรงเรียนเป้าหมายที่เปิดรับหรือไม่

เช็กคุณสมบัติผู้สมัครรับทุน ปีการศึกษา 2570

เอกสารแนบท้ายประกาศกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครไว้ดังนี้

  1. กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับเทียบเท่า ในปีการศึกษา 2569
  2. มีสัญชาติไทย
  3. เป็นนักเรียนยากจนตามนิยามของประกาศ โดยครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 6,000 บาทต่อคนต่อเดือน หรือตามที่ กสศ. กำหนด และผ่านการคัดกรองความยากจนด้วยวิธีวัดรายได้ทางอ้อม หรือ PMT ของ กสศ.
  4. ผู้สมัคร และบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง มีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลที่ตั้งโรงเรียนเป้าหมายที่จะไปบรรจุและปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษา ตามที่โครงการกำหนด ไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกันจนถึงวันสมัคร
  5. มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า 5 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 2.70
  6. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู และประสงค์เป็นครูในพื้นที่ซึ่งเป็นท้องถิ่นของตน
  7. มีประสบการณ์ทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม
  8. ไม่มีปัญหาสุขภาพหรือความประพฤติที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาระหว่างรับทุน
  9. มีความประพฤติดี ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

เกณฑ์รายได้ 6,000 บาทเป็นรายได้เฉลี่ยต่อสมาชิกครัวเรือน ไม่ใช่รายได้รวมทั้งครอบครัว และผู้สมัครยังต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง PMT ด้วย การมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์จึงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับทุนโดยอัตโนมัติ

ส่วนเงื่อนไขภูมิลำเนาระบุถึงระดับ ตำบลที่ตั้งโรงเรียนเป้าหมาย การอยู่จังหวัดเดียวกันเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ามีสิทธิ์สมัคร

ทุนสนับสนุนอะไรบ้าง

ตามข้อ 13.2 ของเอกสารแนบท้ายประกาศ กสศ. กำหนดรายการและอัตราทุนสำหรับผู้รับทุนไว้ดังนี้

รายการ อัตราสนับสนุน
ค่าธรรมเนียมการศึกษา จ่ายตามจริง ไม่เกิน 28,000 บาทต่อคนต่อปี
ค่าที่พัก ไม่เกิน 20,000 บาทต่อคนต่อปี
ค่าครองชีพ 6,000 บาทต่อคนต่อเดือน
ค่าตำราและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น 2,000 บาทต่อคนต่อเดือน

ค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าที่พักจะจ่ายโดยโอนผ่านสถาบันการศึกษา ขณะที่รายละเอียดการรับเงินและหน้าที่ของผู้รับทุนเป็นไปตามสัญญาและแนวปฏิบัติของโครงการ

ตัวเลขที่ควรอ่านให้ชัดคือ ค่าตำราและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น 2,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตามที่ระบุในประกาศ ส่วนค่าเล่าเรียนและค่าที่พักกำหนดเป็นอัตราต่อปีและมีเพดานวงเงิน

เรียนครู 4 ปี พร้อมเตรียมทักษะสำหรับโรงเรียนห่างไกล

โครงการให้ความสำคัญกับการผลิตครูที่เข้าใจบริบทของชุมชน โดยสถาบันที่เข้าร่วมต้องมีความพร้อมทั้งด้านหลักสูตร อาจารย์ แหล่งเรียนรู้ โรงเรียนเครือข่าย และระบบหอพักสำหรับดูแลผู้รับทุนตลอดระยะเวลาศึกษา 4 ปี

การพัฒนาผู้รับทุนครอบคลุมทั้งความรู้วิชาชีพครูและทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในพื้นที่ เช่น การสอนแบบบูรณาการหรือคละชั้น การดูแลผู้เรียนที่มีความแตกต่าง การทำงานร่วมกับชุมชน และการฝึกประสบการณ์ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล

สถาบันยังต้องจัดระบบอาจารย์ที่ปรึกษา การช่วยเหลือด้านการเรียนและความเป็นอยู่ รวมถึงกิจกรรมเสริมศักยภาพ เพื่อให้ผู้รับทุนสามารถเรียนจนสำเร็จและเตรียมพร้อมสำหรับบทบาทครูในชุมชน

เรียนจบแล้วมีเงื่อนไขอะไร ต้องทำงานอย่างน้อย 6 ปีจริงหรือไม่

ประกาศกำหนดว่า เมื่อผู้รับทุนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรและได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนเป้าหมายแล้ว ต้องปฏิบัติราชการเพื่อชดใช้ทุนในโรงเรียนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 6 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง

ผู้สมัครจึงควรเข้าใจว่า เส้นทางกลับไปเป็นครูในบ้านเกิดเป็นไปตามโรงเรียนเป้าหมายและเงื่อนไขโครงการ ไม่ใช่สิทธิเลือกโรงเรียนใดก็ได้หลังเรียนจบ และควรอ่านรายละเอียดการบรรจุและสัญญารับทุนให้ครบถ้วน

สำหรับกรณีผิดเงื่อนไข ประกาศระบุสาระสำคัญไว้ว่า

  • หากยุติการศึกษาหรือไม่สำเร็จการศึกษาตามสัญญา ผู้รับทุนต้องชดใช้เงินทุนการศึกษาที่ได้รับไปทั้งหมดคืนแก่ กสศ. ตามเงื่อนไขในสัญญา
  • หากสำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ไม่เข้ารับการบรรจุแต่งตั้ง หรือเข้ารับการบรรจุแล้วไม่ปฏิบัติงานในโรงเรียนเป้าหมายให้ครบกำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องชดใช้ทุนตามเงื่อนไข โดยอาจมีการปรับลดเงินที่ต้องชดใช้ตามระยะเวลาที่ปฏิบัติราชการมาแล้ว

ทุนนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเป็นครูในพื้นที่ของตนและพร้อมรับข้อผูกพันระยะยาว ทั้งช่วงเรียนและช่วงปฏิบัติงานหลังบรรจุ

นักเรียน ม.6 เตรียมตัวได้ตั้งแต่วันนี้

นักเรียนที่สนใจควรเริ่มจากตรวจสอบผลการเรียนสะสม 5 ภาคเรียน ประวัติภูมิลำเนาของตนและผู้ปกครอง ตลอดจนข้อมูลรายได้และสภาพครัวเรือนให้พร้อมสำหรับการคัดกรอง พร้อมรวบรวมหลักฐานกิจกรรมเพื่อส่วนรวมที่เคยทำ

ควรปรึกษาครูแนะแนวหรือผู้บริหารโรงเรียน เพื่อติดตามการประสานงานจากสถาบันที่ได้รับคัดเลือก และรอประกาศรายการเอกสารรับสมัครอย่างเป็นทางการก่อนดำเนินการ

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่ รายชื่อสถาบันผลิตและพัฒนาครู โรงเรียนและตำบลเป้าหมาย จำนวนทุนที่จัดสรร ตลอดจนกำหนดรับสมัครและวิธีคัดเลือกนักเรียน ประกาศรับข้อเสนอฉบับนี้ยังไม่ใช่รายชื่อมหาวิทยาลัยหรือโควตารับนักเรียนฉบับสุดท้าย

จากโอกาสเรียนต่อ สู่การพัฒนาโรงเรียนในชุมชน

แนวคิดสำคัญของครูรัก(ษ์)ถิ่น คือการเชื่อมโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนยากจนเข้ากับความต้องการครูของโรงเรียนห่างไกล เปิดทางให้คนในพื้นที่ได้รับการพัฒนาและกลับไปทำงานกับชุมชนที่ตนรู้จัก

สำหรับผู้สมัคร การตัดสินใจจึงควรพิจารณาทั้งความพร้อมในการเรียน ความตั้งใจเป็นครู และความผูกพันกับพื้นที่ เพราะผลของทุนไม่ได้สิ้นสุดที่การได้รับปริญญา แต่ต่อเนื่องไปถึงการเรียนรู้ของเด็กในโรงเรียนที่ผู้รับทุนจะกลับไปดูแล

ผู้สนใจติดตามประกาศจาก เว็บไซต์ กสศ. และสถาบันที่ได้รับคัดเลือก โดยใช้ประกาศทางการเป็นหลักในการตรวจสอบสิทธิ์และเตรียมสมัคร

แหล่งข้อมูล: ประกาศ กสศ. เรื่อง เปิดรับข้อเสนอโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2570 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 และเอกสารแนบท้ายประกาศ โดยเฉพาะข้อ 10–13 และข้อ 15

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *