ทุนเล่าเรียนหลวง 2570 เปิดรับ 9 ทุน เรียนต่อต่างประเทศ เช็กคุณสมบัติ วิชาสอบ และเงื่อนไขก่อนสมัครถึง 30 ต.ค. 2569

ทุนเล่าเรียนหลวง 2570 เปิดรับ 9 ทุน เรียนต่อต่างประเทศ เช็กคุณสมบัติ วิชาสอบ และเงื่อนไขก่อนสมัครถึง 30 ต.ค. 2569

สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนเล่าเรียนหลวง ประจำปี 2570 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีสุดท้ายที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม จำนวน 9 ทุน เปิดโอกาสให้ศึกษาต่อต่างประเทศในสาขาวิชาและสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ. พร้อมสนับสนุนค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สมัครออนไลน์วันที่ 5–30 ตุลาคม 2569

สำหรับนักเรียน ม.6 ที่วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ทุนเล่าเรียนหลวงเป็นโอกาสสำคัญที่ควรศึกษาให้ละเอียด เพราะนอกจากคุณสมบัติด้านผลการเรียนแล้ว ผู้สมัครต้องเลือกหน่วยทุนให้ตรงกับวิชาสอบ เตรียมเอกสารจากโรงเรียน และเข้าใจข้อผูกพันหลังสำเร็จการศึกษา

Eduzones รวบรวมข้อมูลจากประกาศสำนักงาน ก.พ. ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 และกำหนดการสอบแข่งขันประจำปี 2570 เพื่อช่วยให้นักเรียนและผู้ปกครองเตรียมตัวสมัครได้อย่างถูกต้อง

ทุนเล่าเรียนหลวงคืออะไร และปีนี้มีกี่ทุน?

ทุนเล่าเรียนหลวงเป็นทุนพระราชทานสำหรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและมีผลการเรียนยอดเยี่ยม เพื่อไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ

ประจำปี 2570 เปิดรับ 3 หน่วยทุน รวม 9 ทุน โดยแต่ละหน่วยใช้ชุดวิชาสอบแตกต่างกัน ดังนี้

หน่วยทุน จำนวนทุน วิชาสอบข้อเขียน
700120101 5 ทุน ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
700120102 2 ทุน ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา Writing และ Translation
700120103 2 ทุน ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ และ Writing

ทุกหน่วยสอบข้อเขียน 5 วิชา วิชาละ 100 คะแนน รวม 500 คะแนน ผู้สมัครจึงควรอ่านหลักสูตรสอบของหน่วยที่สนใจ ก่อนตัดสินใจเลือกในระบบสมัคร

เลือกสาขาและมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้แค่ไหน?

ประกาศเปิดโอกาสให้ผู้รับทุนเลือกเรียนสาขาวิชาและสถาบันอุดมศึกษาในต่างประเทศได้ โดย ก.พ. เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ จากความประสงค์ คุณวุฒิ และคุณลักษณะของผู้รับทุน

ดังนั้น ข้อความว่า “เลือกสาขาและมหาวิทยาลัยได้ตามความต้องการ” ควรเข้าใจว่าต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของ ก.พ. ผู้รับทุนยังต้องตรวจสอบข้อกำหนดการรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยปลายทางด้วย

ก่อนสมัคร นักเรียนควรเริ่มสำรวจประเทศ หลักสูตร ภาษาที่ใช้เรียน และคุณสมบัติการเข้าศึกษา เพื่ออธิบายเป้าหมายของตนเองได้ชัดเจนในขั้นตอนประเมินความเหมาะสม

ใครสมัครได้บ้าง? เช็กคุณสมบัติสำคัญ

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติครบตามประกาศ โดยประเด็นที่ควรตรวจสอบก่อนเตรียมเอกสาร ได้แก่

1. มีสัญชาติไทย และอายุไม่เกิน 20 ปี

ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศกำหนด โดยผู้สมัครสามารถมีอายุต่ำกว่า 18 ปีได้ แต่ต้องมี อายุไม่เกิน 20 ปี ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2569

2. กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีสุดท้ายในปีการศึกษา 2569

ผู้สมัครต้องกำลังศึกษาในชั้นปีสุดท้ายของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครอบคลุมหลักสูตรตามที่ประกาศระบุ รวมถึงหลักสูตรอื่นหรือหลักสูตรต่างประเทศที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองว่าเทียบเท่า

ผู้เรียนหลักสูตรนานาชาติหรือหลักสูตรต่างประเทศควรตรวจสอบเรื่องการรับรองหลักสูตรและการเทียบผลการเรียนกับโรงเรียนล่วงหน้า

3. ผลการเรียนสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50 ทั้งตอนสมัครและเมื่อเรียนจบ

ต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายที่เรียนผ่านมา ไม่ต่ำกว่า 3.50 และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรต้องยังไม่ต่ำกว่า 3.50 เช่นกัน

หากโรงเรียนใช้ระบบคะแนนต่างจากที่ประกาศกำหนด ต้องมีหนังสือรับรองการเทียบผลการเรียนจากสถานศึกษา การมีผลการเรียนดีในระบบอื่นจึงยังต้องจัดเตรียมหลักฐานเทียบคะแนนให้ครบ

4. ไม่มีผลการเรียนตกในรายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

นอกจาก GPAX ผู้สมัครต้องตรวจสอบผลการเรียนรายวิชาด้วย เพราะประกาศกำหนดเงื่อนไขเรื่องการไม่มีผลการเรียนตก

5. มีความประพฤติดี และตรวจสอบข้อผูกพันของทุนเดิม

หากกำลังรับทุนอื่นที่มีข้อผูกพันให้ต้องปฏิบัติงานชดใช้ทุน ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานผู้ให้ทุนเดิม และส่งหลักฐานตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด

ทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ผู้รับทุนจะได้รับเงินทุนเมื่อทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยประกาศระบุรายการค่าใช้จ่าย เช่น

  • ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป–กลับ
  • ค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายประจำเดือน
  • ค่าเล่าเรียน
  • ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา
  • ค่าคอมพิวเตอร์

อัตราและหลักเกณฑ์การจ่ายเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด ผู้สมัครและผู้ปกครองจึงควรสอบถามรายละเอียดการเบิกจ่ายและวงเงินของแต่ละรายการก่อนวางแผนค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะรายการที่นอกเหนือจากเงื่อนไขทุน

หลังเรียนจบมีข้อผูกพันอย่างไร?

ผู้รับทุนต้อง กลับมาปฏิบัติงานในประเทศไทยเป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาการรับทุน

หากไม่กลับมาปฏิบัติงานในประเทศไทย ต้องชดใช้เงินคืนเท่ากับจำนวนเงินทุนที่ได้รับไป ตามข้อผูกพันในประกาศ

นักเรียนและครอบครัวจึงควรอ่านสัญญารับทุนให้เข้าใจ ทั้งเรื่องระยะเวลารับทุน การนับระยะเวลาปฏิบัติงาน และเงื่อนไขกรณีไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้ ก่อนตัดสินใจรับทุน

สมัครอย่างไร? ขั้นตอนที่ต้องทำให้ครบ

สมัครผ่านเว็บไซต์ https://scholar2.ocsc.go.th ระหว่างวันที่ 5–30 ตุลาคม 2569 เปิดระบบตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

ขั้นตอนสำคัญมีดังนี้

  1. อ่านประกาศและเลือกหน่วยทุน ตรวจสอบคุณสมบัติและวิชาสอบให้ตรงกับหน่วยที่ต้องการสมัคร
  2. กรอกข้อมูลในระบบออนไลน์ ตรวจชื่อ–นามสกุล ข้อมูลการศึกษา และรหัสหน่วยทุนให้ถูกต้อง
  3. อัปโหลดเอกสารให้ครบภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569
  4. พิมพ์แบบฟอร์มชำระเงินและชำระภายในกำหนด
  5. ตรวจสอบสถานะและเก็บหลักฐานการสมัคร
  6. พิมพ์ใบสมัครที่มีเลขประจำตัวสอบได้ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

การสมัครจะสมบูรณ์เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครควรเผื่อเวลาแก้ไขไฟล์เอกสารและตรวจสอบการชำระเงินก่อนถึงวันสุดท้าย

ค่าสมัครเท่าไร และจ่ายได้ถึงวันไหน?

ประกาศกำหนด ค่าธรรมเนียมสอบ 100 บาทต่อหน่วยทุน และ ค่าบริการธนาคาร 30 บาท

ชำระเงินได้ตามช่องทางที่ประกาศและระบบกำหนด โดยวันสุดท้ายคือ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 22.00 น.

ต้องแยกสองกำหนดนี้ให้ชัดเจน:

  • 30 ตุลาคม 2569: วันสุดท้ายของการสมัครและอัปโหลดเอกสาร
  • 31 ตุลาคม 2569 เวลา 22.00 น.: วันสุดท้ายของการชำระเงิน

ค่าธรรมเนียมและค่าบริการไม่คืนให้ ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบคุณสมบัติก่อนชำระเงิน

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารหลักสำหรับอัปโหลดประกอบด้วย

เอกสาร สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
รูปถ่าย ถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตา ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี พื้นหลังเรียบ
ระเบียนแสดงผลการเรียน แสดงผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกภาคเรียนที่ผ่านมา
หนังสือรับรองตามแบบ สนง.ก.พ. 1 ให้ครูประจำชั้นหรือหัวหน้าสถานศึกษารับรองความประพฤติและความเหมาะสม
หนังสืออนุญาตตามแบบ สนง.ก.พ. 2 สำหรับผู้ที่รับทุนเดิมซึ่งมีข้อผูกพันให้ปฏิบัติงานชดใช้ทุน
หนังสือรับรองการเทียบผลการเรียน สำหรับผู้ที่ใช้ระบบผลการเรียนแตกต่างจากเกณฑ์ในประกาศ

ข้อกำหนดไฟล์ที่ควรเตรียมให้ถูกต้อง ได้แก่

  • รูปถ่ายเป็นไฟล์ JPG หรือ PNG ขนาดไม่น้อยกว่า 40 KB
  • เอกสารอื่นเป็นไฟล์ PDF, JPG หรือ PNG ขนาด 50–500 KB ต่อไฟล์
  • สำเนาเอกสารต้องรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมชื่อ–นามสกุลและวันที่ตามรูปแบบที่ประกาศกำหนด

หากส่งเอกสารไม่ครบ จะไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มชำระเงินได้ จึงควรขอหนังสือรับรองจากโรงเรียนล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงที่โรงเรียนมีวันหยุดหรือผู้ลงนามไม่อยู่

สมัครได้กี่หน่วยทุน? เปลี่ยนภายหลังได้หรือไม่?

ในการรับสมัครทุนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายครั้งนี้ ผู้สมัครเลือกได้ ไม่เกิน 2 ประเภททุน และประเภทละ 1 หน่วยทุน

สำหรับทุนเล่าเรียนหลวง จึงต้องเลือกหนึ่งในสามหน่วยที่เปิดรับ ไม่สามารถสมัครครบทั้งสามหน่วยได้

ประกาศกำหนดให้สมัครได้เพียงครั้งเดียว และไม่สามารถเพิ่ม ถอน หรือเปลี่ยนหน่วยทุนภายหลังส่งใบสมัครแล้ว หากข้อมูลประเภททุนและรหัสหน่วยทุนไม่ตรงกัน จะใช้รหัสหน่วยทุนเป็นหลัก ผู้สมัครจึงต้องตรวจสอบรหัสให้ละเอียดก่อนยืนยัน สอบอะไรบ้าง? เตรียมตัวอย่างไรให้ตรงหน่วยทุน

ทั้งสามหน่วยสอบ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ร่วมกัน ส่วนวิชาเฉพาะแตกต่างกันตามตารางข้างต้น

ภาษาอังกฤษครอบคลุมโครงสร้างภาษา คำศัพท์ และความเข้าใจในการอ่าน ส่วนภาษาไทยทดสอบการใช้ภาษา การประมวลและเรียบเรียงความคิด รวมถึงการเขียนตามหัวข้อที่กำหนด

สำหรับวิชา Writing ผู้สมัครต้องเขียนภาษาอังกฤษทั้งงานเขียนทั่วไปและงานเขียนเชิงวิชาการ โดยใช้ข้อมูลในข้อสอบประกอบการแสดงความคิดเห็น ส่วน Translation ครอบคลุมการแปลอังกฤษเป็นไทย ไทยเป็นอังกฤษ และการแปลเก็บความ

เวลาสอบส่วนใหญ่กำหนดวิชาละ 3 ชั่วโมง ขณะที่ Writing กำหนด 2 ชั่วโมง การเตรียมตัวจึงควรฝึกทำข้อสอบภายใต้เวลาจริงควบคู่กับการทบทวนเนื้อหา

เกณฑ์ผ่านข้อเขียนและการประเมินความเหมาะสม

ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมต้องเข้าสอบครบทุกวิชา และผ่านเงื่อนไข ได้แก่

  • ภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 60
  • คะแนนรวมวิชาเฉพาะของหน่วยทุนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 60
  • คะแนนรวมทุกวิชาอยู่ในอันดับไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนทุน

ประกาศยังระบุว่าจะตรวจข้อสอบภาษาอังกฤษของผู้เข้าสอบทั้งหมดก่อน และตรวจวิชาอื่นเฉพาะผู้ที่ได้ภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของผู้เข้าสอบทั้งหมด

ขั้นตอนประเมินความเหมาะสมมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ผู้สอบแข่งขันได้ต้องมีคะแนนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 70 โดยพิจารณาประวัติการศึกษา ความรู้ ภาษาอังกฤษ ความตั้งใจ ทัศนคติ และการปรับตัว ผ่านการสัมภาษณ์และ/หรือวิธีประเมินหลายรูปแบบ

ปฏิทินทุนเล่าเรียนหลวง 2570

ขั้นตอน กำหนดการ
สมัครออนไลน์และอัปโหลดเอกสาร 5–30 ตุลาคม 2569
ชำระเงินวันสุดท้าย 31 ตุลาคม 2569 เวลา 22.00 น.
เริ่มพิมพ์ใบสมัครที่มีเลขประจำตัวสอบ 6 พฤศจิกายน 2569
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ พร้อมวัน เวลา และสถานที่สอบ ภายใน 27 พฤศจิกายน 2569
สอบข้อเขียน 19–22 ธันวาคม 2569
ประกาศผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสม พร้อมรายละเอียด ภายใน 27 มกราคม 2570
กิจกรรมประเมินความเหมาะสม 3 กุมภาพันธ์ 2570
ประเมินความเหมาะสม 6–7 กุมภาพันธ์ 2570
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุน ภายใน 26 กุมภาพันธ์ 2570
รายงานตัวและตรวจสุขภาพ ตามประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุน

กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ผู้สมัครต้องติดตามประกาศเรื่องตารางสอบและสถานที่สอบอีกครั้ง โดยช่วงสอบข้อเขียนข้างต้นเป็นกำหนดการภาพรวม ต้องตรวจสอบวันสอบแต่ละวิชาตามหน่วยที่สมัคร

สอบผ่านแล้ว ต้องดำเนินการอะไรต่อ?

ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องรายงานตัว เข้ารับการอบรม และตรวจสุขภาพตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด รวมถึงนำหลักฐานผลการเรียนตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายมายื่นเมื่อเรียนจบ

การทำสัญญารับทุนจะดำเนินการได้เมื่อมีผลตรวจสุขภาพจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. ระบุว่าพร้อมไปศึกษาต่อต่างประเทศ

แม้ได้รับการประกาศชื่อแล้ว ยังต้องรักษาคุณสมบัติให้ครบ โดยเฉพาะ GPAX เมื่อจบไม่ต่ำกว่า 3.50 และปฏิบัติตามขั้นตอนรายงานตัว หากไม่รายงานตัวตามกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์

เช็กลิสต์ก่อนกดยืนยันสมัคร

  • ☐ กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีสุดท้ายในปีการศึกษา 2569
  • ☐ มีอายุไม่เกิน 20 ปี ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2569
  • ☐ GPAX ที่เรียนผ่านมาไม่ต่ำกว่า 3.50 และไม่มีผลการเรียนตก
  • ☐ เลือกหน่วยทุนและตรวจรหัสถูกต้อง
  • ☐ ขอหนังสือรับรองจากโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว
  • ☐ มีหลักฐานเทียบผลการเรียน หากใช้ระบบคะแนนอื่น
  • ☐ ตรวจเงื่อนไขทุนเดิมและขออนุญาตแล้ว หากมีข้อผูกพัน
  • ☐ ไฟล์เอกสารครบ ชัดเจน และมีขนาดตามกำหนด
  • ☐ สมัครและอัปโหลดเอกสารภายใน 30 ตุลาคม 2569
  • ☐ ชำระเงินภายใน 31 ตุลาคม 2569 เวลา 22.00 น.
  • ☐ เข้าใจเงื่อนไขการเลือกสถาบันและการกลับมาทำงานในประเทศไทย

ทุนเล่าเรียนหลวงเป็นโอกาสสำหรับนักเรียนที่พร้อมพัฒนาความรู้ในต่างประเทศและนำสิ่งที่เรียนกลับมาสร้างประโยชน์ในประเทศไทย การเตรียมตัวจึงควรครอบคลุมทั้งคะแนนสอบ เอกสาร เป้าหมายการเรียน และความเข้าใจในสัญญารับทุน เพื่อให้การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับเส้นทางชีวิตที่นักเรียนและครอบครัววางไว้

แหล่งข้อมูลทางการ

ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ผู้สมัครควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากสำนักงาน ก.พ. และยึดประกาศฉบับทางการกับข้อความในสัญญารับทุนเป็นหลัก

Eduzones | eduzones.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *