สถาบันพระบรมราชชนก เปิดเกณฑ์รับนักศึกษาปี 2570 รอบ Portfolio สมัคร 1–10 ธ.ค. 2569 เช็กพยาบาล สาธารณสุข สหเวช และหลักสูตรประกาศนียบัต

สถาบันพระบรมราชชนก เปิดเกณฑ์รับนักศึกษาปี 2570 รอบ Portfolio สมัคร 1–10 ธ.ค. 2569 เช็กพยาบาล สาธารณสุข สหเวช และหลักสูตรประกาศนียบัตร

สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่คู่มือรับสมัครนักศึกษาปีการศึกษา 2570 ครอบคลุมหลักสูตรระดับปริญญาตรีและต่ำกว่าปริญญาตรี โดยกำหนดรับสมัคร รอบที่ 1 Portfolio วันที่ 1–10 ธันวาคม 2569 ผู้สนใจควรตรวจคุณสมบัติตามหลักสูตรและโครงการที่ต้องการสมัคร เพราะเกณฑ์ของพยาบาล สาธารณสุข สหเวชศาสตร์ และหลักสูตรประกาศนียบัตรแตกต่างกัน

ประเด็นสำคัญคือ การมีชื่อหลักสูตรในแผนรับนักศึกษาประจำปี ไม่ได้หมายความว่าหลักสูตรนั้นเปิดรับทุกรอบ เช่น รังสีเทคนิคระบุงดรับรอบ Portfolio ขณะที่แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์มีรายละเอียดการรับสมัครเฉพาะที่ต้องตรวจแยกจากหลักสูตรอื่น

ปฏิทินรับสมัครปี 2570: ปริญญาตรีกับประกาศนียบัตรบางรอบใช้คนละวัน

คู่มือกำหนดช่วงรับสมัครไว้ดังนี้

รอบรับสมัคร ระดับปริญญาตรี ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี
รอบที่ 1 Portfolio 1–10 ธันวาคม 2569 1–10 ธันวาคม 2569
รอบที่ 2 Quota 13–19 มีนาคม 2570 15–21 กุมภาพันธ์ 2570
รอบที่ 3 Admission 7–11 พฤษภาคม 2570 5–18 เมษายน 2570
รอบที่ 4 รับตรงอิสระ 29 พฤษภาคม–5 มิถุนายน 2570 29 พฤษภาคม–5 มิถุนายน 2570

สำหรับปริญญาตรี รอบที่ 3 คู่มือระบุวันที่ 12–13 พฤษภาคม 2570 เป็นช่วงเพิ่มเติมเฉพาะการชำระเงินค่าสมัคร จึงไม่ควรเข้าใจว่าเป็นการขยายวันยื่นสมัครด้วย

กำหนดยืนยันสิทธิ์ใน myTCAS ที่ปรากฏในคู่มือ ได้แก่ รอบที่ 1 วันที่ 10–11 มีนาคม 2570 รอบที่ 2 วันที่ 3–4 พฤษภาคม 2570 และรอบที่ 3 วันที่ 22–23 พฤษภาคม 2570 ส่วนรอบที่ 4 คู่มือระบุว่าไม่เข้าร่วม TCAS ผู้สมัครต้องติดตามขั้นตอนจากประกาศของสถาบันโดยตรง ทั้งนี้ กำหนดการอาจปรับเปลี่ยนได้

ช่องทางรับสมัครและติดตามประกาศ:
https://pbri-admission.pi.ac.th/

มีหลักสูตรอะไรบ้าง: แยกปริญญาตรีกับต่ำกว่าปริญญาตรีให้ชัด

หลักสูตรที่ปรากฏในคู่มือมีทั้งเส้นทางวิชาชีพสุขภาพระดับปริญญาตรีและเส้นทางประกาศนียบัตร ผู้สมัครต้องตรวจชื่อคุณวุฒิให้ครบ เพราะบางสาขามีชื่อใกล้เคียงกันแต่เป็นคนละระดับการศึกษา

ระดับปริญญาตรี

หลักสูตรในคู่มือประกอบด้วย

  • แพทยศาสตรบัณฑิต
  • ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต
  • เภสัชศาสตรบัณฑิต
  • พยาบาลศาสตรบัณฑิต
  • สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน
  • สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข
  • การแพทย์แผนไทยบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย
  • การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์
  • วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเวชระเบียน
  • วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค
  • เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารสุขภาพ
  • วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์
  • ฉุกเฉินการแพทยบัณฑิต

รังสีเทคนิคงดรับรอบที่ 1 Portfolio ตามตารางในคู่มือ ส่วนแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ คู่มือระบุการรับรอบที่ 2 Quota พร้อมให้ตรวจหลักเกณฑ์ของสถาบันและสถาบันร่วมผลิตเพิ่มเติม จึงไม่ควรนำเกณฑ์ Portfolio ของพยาบาลหรือสาธารณสุขไปใช้แทน

ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี

ในส่วนเกณฑ์การสมัคร คู่มือระบุหลักสูตร ได้แก่

  • ปวส. สาขาวิชาเทคนิคเภสัชกรรม
  • ปวส. สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์
  • ปวส. สาขาวิชาเวชระเบียน
  • ปวส. สาขาวิชาช่างทันตกรรม
  • ประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ขั้นสูง
  • ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล
  • ประกาศนียบัตรผู้ช่วยสาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม รายการหลักสูตรในส่วนเกณฑ์การสมัครกับตารางแผนจำนวนรับมีรายละเอียดไม่ตรงกันทั้งหมด เช่น ช่างทันตกรรมมีเกณฑ์อยู่ในคู่มือ แต่ไม่ได้แสดงจำนวนรับในตารางแผนผลิตปกติ ผู้สนใจต้องตรวจประกาศรายรอบก่อนสรุปว่ามีที่นั่งเปิดรับจริง

คุณสมบัติทั่วไป: อายุ สุขภาพ และส่วนสูงต้องตรวจตามหลักสูตร

คู่มือกำหนดคุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร ได้แก่ มีสัญชาติไทย อายุ 16–35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดภาคการศึกษา มีความประพฤติตามเงื่อนไขที่กำหนด และมีสุขภาพที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การประกอบอาชีพ หรือการขึ้นทะเบียนวิชาชีพ

สำหรับ หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยสาธารณสุข ข้อกำหนดอายุในส่วนนี้ระบุขั้นต่ำ 16 ปี โดยยกเว้นจากกรอบอายุสูงสุดของหลักสูตรทั่วไป

ส่วนเกณฑ์ ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร ใช้กับหลักสูตรที่คู่มือระบุ ได้แก่

  • พยาบาลศาสตรบัณฑิต
  • วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์
  • ฉุกเฉินการแพทยบัณฑิต
  • ปวส. สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์

จึงไม่ควรนำเกณฑ์ส่วนสูงนี้ไปเหมารวมกับทุกหลักสูตรของสถาบัน

รอบ Portfolio ปริญญาตรี: เกรดขั้นต่ำไม่เท่ากัน

สำหรับกลุ่มพยาบาล สาธารณสุข และสหเวชศาสตร์ที่มีเกณฑ์ Portfolio ในคู่มือ ผู้สมัครเป็น นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 และต้องมีผลงานตรงตามโครงการที่สมัคร โดยแบ่งความสามารถเป็น 3 ด้าน ได้แก่ วิชาการ กีฬา และศิลปวัฒนธรรม

พยาบาลศาสตรบัณฑิต

โครงการ GPAX 5 ภาคเรียนขั้นต่ำ GPA 5 ภาคเรียนขั้นต่ำ
ความสามารถทางวิชาการ 3.25 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แต่ละกลุ่มไม่น้อยกว่า 3.25
ความสามารถทางกีฬา 2.50 แต่ละกลุ่มข้างต้นไม่น้อยกว่า 2.50
ความสามารถทางศิลปวัฒนธรรม 2.50 แต่ละกลุ่มข้างต้นไม่น้อยกว่า 2.50

เกณฑ์พยาบาลของแผนผลิตปกติและโครงการ 9 หมอใช้เกณฑ์การเรียนเดียวกันตามตารางในคู่มือ แต่ผู้สมัครโครงการ 9 หมอยังต้องผ่านเงื่อนไขพื้นที่เพิ่มเติมด้วย

สาธารณสุขและสหเวชศาสตร์กลุ่มอื่น

กลุ่มที่คู่มือกำหนดเกณฑ์ Portfolio อีกชุดหนึ่ง ได้แก่ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ฉุกเฉินการแพทย์ สาธารณสุขชุมชน ทันตสาธารณสุข การแพทย์แผนไทย เวชระเบียน และนวัตกรรมการสื่อสารสุขภาพ

โครงการ GPAX 5 ภาคเรียนขั้นต่ำ GPA กลุ่มวิชาขั้นต่ำ
ความสามารถทางวิชาการ 3.00 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ แต่ละกลุ่มไม่น้อยกว่า 3.00
ความสามารถทางกีฬา 2.50 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แต่ละกลุ่มไม่น้อยกว่า 2.50
ความสามารถทางศิลปวัฒนธรรม 2.50 แต่ละกลุ่มข้างต้นไม่น้อยกว่า 2.50

การมี GPAX ถึงขั้นต่ำเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องผ่าน GPA กลุ่มวิชา หน่วยกิต และเงื่อนไขผลงานด้วย ทั้งนี้ คู่มือใช้คำว่า “ภาษาต่างประเทศ” และ “ภาษาอังกฤษ” ต่างกันในบางตาราง ผู้สมัครที่มีข้อสงสัยควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจใบผลการเรียนก่อนสมัคร

หน่วยกิตสำคัญ: ดูชื่อแผนการเรียนอย่างเดียวไม่ได้

คุณสมบัติด้านหน่วยกิตของกลุ่มปริญญาตรีแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มหลักสูตร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
พยาบาล การแพทย์แผนไทยประยุกต์ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รังสีเทคนิค และฉุกเฉินการแพทย์ทั้งสองหลักสูตร อย่างน้อย 22 หน่วยกิต อย่างน้อย 12 หน่วยกิต อย่างน้อย 9 หน่วยกิต
สาธารณสุขชุมชน ทันตสาธารณสุข การแพทย์แผนไทย เวชระเบียน และนวัตกรรมการสื่อสารสุขภาพ อย่างน้อย 6 หน่วยกิต อย่างน้อย 12 หน่วยกิต อย่างน้อย 9 หน่วยกิต

ข้อยกเว้น: นวัตกรรมการสื่อสารสุขภาพกำหนดคณิตศาสตร์อย่างน้อย 6 หน่วยกิต

แม้รังสีเทคนิคอยู่ในกลุ่มหน่วยกิตแรก แต่ยังคงงดรับรอบ Portfolio ผู้สมัครต้องแยก “คุณสมบัติของหลักสูตร” ออกจาก “รอบที่เปิดรับ” ให้ชัดเจน

ตารางคัดเลือกรอบ Portfolio ของพยาบาลและกลุ่มสาธารณสุข–สหเวชศาสตร์ที่กล่าวข้างต้น ให้น้ำหนักทั้งผลการเรียนและแฟ้มสะสมผลงาน

องค์ประกอบ น้ำหนัก
GPAX 20%
GPA วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 10%
GPA คณิตศาสตร์ 10%
GPA ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศตามตารางหลักสูตร 10%
Portfolio 50%
รวม 100%

การสัมภาษณ์เป็นเกณฑ์ ผ่าน/ไม่ผ่าน โดยกำหนดผ่านตั้งแต่ร้อยละ 60 ขึ้นไป จึงต้องเตรียมทั้งหลักฐานผลงานและความสามารถในการอธิบายสิ่งที่ตนเองทำ ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับรูปเล่มเพียงอย่างเดียว

ในทางปฏิบัติ ผู้สมัครควรจัดผลงานให้ตรงกับด้านที่เลือก ระบุบทบาทของตนเอง และแนบหลักฐานตรวจสอบได้ ส่วนจำนวนหน้า รูปแบบไฟล์ ระดับการแข่งขัน หรือช่วงเวลาของผลงาน ต้องยึดประกาศรายรอบเมื่อเผยแพร่ ไม่ควรกำหนดเองจากตัวอย่างพอร์ตของปีก่อน

ปวส. และผู้ช่วยทันตแพทย์ขั้นสูง: ใช้เกณฑ์ผลการเรียนอีกชุด

กลุ่ม ปวส. เทคนิคเภสัชกรรม ปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ เวชระเบียน ช่างทันตกรรม และประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ขั้นสูง มีเกณฑ์ในคู่มือสำหรับรอบที่ 1–4 ดังนี้

  • GPAX 5 หรือ 6 ภาคเรียน ไม่น้อยกว่า 2.00
  • GPA คณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 2.00
  • GPA ภาษาต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 2.00
  • GPA วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่กำหนดขั้นต่ำ

ด้านหน่วยกิตกำหนดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างน้อย 6 หน่วยกิต คณิตศาสตร์อย่างน้อย 12 หน่วยกิต และภาษาต่างประเทศอย่างน้อย 9 หน่วยกิต

คะแนนคัดเลือกประกอบด้วย GPAX 40% และ GPA วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ กลุ่มละ 20% ดังนั้น แม้ GPA วิทยาศาสตร์ไม่กำหนดขั้นต่ำ แต่ยังมีผลต่อคะแนนคัดเลือก

ผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยสาธารณสุข: มีสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์

คู่มือระบุเส้นทางสมัครสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีวุฒิไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง รวมถึงกลุ่มบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งมีเงื่อนไขและเอกสารรับรองเพิ่มเติมตามประเภทผู้สมัคร

องค์ประกอบคัดเลือก ได้แก่

องค์ประกอบ น้ำหนัก
การสอบวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย 60%
การสัมภาษณ์ 40%

ผู้สมัครกลุ่ม อสม. บุตร อสม. ยุว อสม. หรือบุคลากรหน่วยบริการสาธารณสุข ต้องอ่านเงื่อนไขการรับรองและการเสนอชื่อให้ครบ ไม่ควรถือว่าการมีสถานภาพดังกล่าวทำให้ผ่านคุณสมบัติโดยอัตโนมัติ

โครงการ 9 หมอ: ต้องตรวจภูมิลำเนา และไม่ได้รับทุนอัตโนมัติทุกคน

โครงการ 9 หมอมีเป้าหมายผลิตบุคลากรเพื่อระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยกำหนดเงื่อนไขพื้นที่ว่า ผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านของ ตนเอง บิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง อยู่ในจังหวัดที่ยื่นสมัคร ไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกัน นับถึงวันเปิดภาคการศึกษา

ในเรื่องทุน คู่มือใช้ถ้อยคำว่า “อาจได้รับทุนการศึกษาจากหน่วยงาน” หากได้รับทุน ต้องทำสัญญากับผู้ให้ทุน และปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามเงื่อนไข โดยระบุสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นพื้นที่ปฏิบัติงาน

จึงควรถามให้ชัดก่อนตอบรับว่า ใครเป็นผู้ให้ทุน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายใด ต้องทำงานกี่ปี และมีเงื่อนไขคืนเงินอย่างไร การผ่านคัดเลือกโครงการนี้ไม่ควรถูกตีความว่าเรียนฟรีทั้งหมดหรือได้รับการบรรจุงานทันที

ค่าสมัคร 350 บาท เลือกได้ไม่เกิน 3 อันดับตามเงื่อนไข

คู่มือระบุค่าสมัคร 350 บาท และอนุญาตให้เลือกมากกว่าหนึ่งหลักสูตรได้ แต่ไม่เกิน 3 อันดับ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์

ก่อนเลือกอันดับควรตรวจชื่อหลักสูตร วิทยาลัยที่เรียน จังหวัด โครงการ และคุณสมบัติให้ครบ เพราะคู่มือกำหนดว่าระหว่างการคัดเลือก ผู้สมัครไม่สามารถเปลี่ยนไปเข้าศึกษาวิทยาลัยอื่นตามความต้องการของตนเองได้

นอกจากนี้ สถาบันสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าสมัครและค่าลงทะเบียนแรกเข้าหลังโอนเงินแล้ว ผู้สมัครจึงควรตรวจข้อมูลก่อนชำระเงิน

เอกสารที่ควรเตรียมล่วงหน้า

เอกสารพื้นฐานตามคู่มือ ได้แก่

  1. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ และไม่ปรับแต่งรูปถ่าย
  2. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  3. หลักฐานเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากมี
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน รวมถึงของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หากใช้ภูมิลำเนาของบุคคลนั้นสมัคร
  5. ใบแสดงผลการเรียน 5 ภาคเรียนสำหรับผู้กำลังเรียน ม.6 หรือ 6 ภาคเรียนสำหรับผู้จบแล้วตามเกณฑ์รอบนั้น
  6. หนังสือรับรองหน่วยกิตจากโรงเรียน ตามแบบฟอร์มของสถาบัน
  7. Portfolio และหลักฐานเพิ่มเติม ตามโครงการ
  8. ผลตรวจร่างกายตามแบบฟอร์ม เมื่อได้รับประกาศเป็นผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์

ผลตรวจร่างกายต้องตรวจครบทุกรายการตามแบบฟอร์ม และมีการรับรองตามที่กำหนด จึงควรรอคำชี้แจงของรอบสมัครก่อนตรวจ เพื่อให้ใช้เอกสารได้ตรงเงื่อนไข

จุดที่ต้องตรวจซ้ำก่อนสมัคร

การอ่านคู่มือควรทำควบคู่กับประกาศรายรอบ เนื่องจากพบรายละเอียดบางจุดที่ต้องขอความชัดเจนเพิ่มเติม เช่น ส่วนเอกสารยังมีข้อความระบุปีสำเร็จการศึกษา 2569 ขณะที่เกณฑ์ Portfolio หลักระบุผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2570

ผู้สมัครจึงควรใช้ประกาศฉบับล่าสุดและแบบฟอร์มที่ระบบเปิดให้ดาวน์โหลดเป็นหลัก หากข้อความขัดกัน ให้สอบถามกองทะเบียนและประมวลผลก่อนกรอกข้อมูลหรือชำระเงิน

อีกประเด็นคือจำนวนรับในคู่มือเป็น แผนรับตลอดปี ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ควรนำไปใช้เป็นจำนวนที่นั่งรอบ Portfolio โดยไม่มีประกาศแจกแจงรายรอบและรายวิทยาลัยรองรับ

เช็กลิสต์สำหรับ DEK70 ก่อนยื่น Portfolio

  • ☐ หลักสูตรที่สนใจเปิดรับรอบที่ 1 จริง
  • ☐ มีสถานภาพการศึกษาตรงตามเกณฑ์
  • ☐ GPAX และ GPA แต่ละกลุ่มผ่านขั้นต่ำ
  • ☐ หน่วยกิตครบตามหลักสูตร
  • ☐ ผลงานตรงกับโครงการวิชาการ กีฬา หรือศิลปวัฒนธรรม
  • ☐ ผ่านเงื่อนไขอายุ สุขภาพ และส่วนสูงที่เกี่ยวข้อง
  • ☐ หากสมัคร 9 หมอ มีหลักฐานภูมิลำเนาครบ
  • ☐ ตรวจวิทยาลัยและสถานที่เรียนก่อนจัดอันดับ
  • ☐ เตรียมเอกสารตามประกาศล่าสุด
  • ☐ บันทึกวันสมัคร วันชำระเงิน วันสัมภาษณ์ และวันยืนยันสิทธิ์แยกกัน

สำหรับผู้สนใจสายสุขภาพ สถาบันพระบรมราชชนกมีทางเลือกหลายระดับ แต่การเตรียมสมัครให้ตรงเป้าหมายต้องเริ่มจาก เลือกหลักสูตรให้ชัด แล้วตรวจเกณฑ์ของหลักสูตรนั้นโดยเฉพาะ โดยเฉพาะ GPAX, GPA กลุ่มวิชา หน่วยกิต และเงื่อนไขพื้นที่ ซึ่งเป็นด่านสำคัญก่อนพิจารณาแฟ้มสะสมผลงาน

แหล่งข้อมูลและช่องทางสอบถาม

กองทะเบียนและประมวลผล: 098-972-5953, 084-384-6782, 089-862-7449 และ 092-296-7352 ตามช่องทางที่ระบุในภาคผนวกคู่มือ pbri-admission.pi.ac.th

หมายเหตุ: บทความนี้ตรวจสอบจากคู่มือปีการศึกษา 2570 และภาพประชาสัมพันธ์ที่ได้รับ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ภาพประชาสัมพันธ์เป็นข้อมูลเบื้องต้น จำนวนรับ หลักสูตรที่เปิดจริง รายละเอียดผลงาน และกำหนดการแต่ละขั้นตอนต้องยึดประกาศรายรอบฉบับล่าสุดของสถาบัน

Eduzones.com — ชุมชนการศึกษาไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *