ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท

ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท

Meta Description: มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ปี 2570 สำหรับนักเรียนครอบครัวยากจนเสี่ยงหลุดจากระบบ ตั้งแต่ ป.6–ม.5 และ ปวช.1–2 สนับสนุนต่อเนื่องจนจบ ม.6 หรือ ปวช.3 สมัครผ่านครูและโรงเรียนถึง 10 ธันวาคม 2569

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญสำหรับนักเรียนที่อยากเรียนต่อ แต่ครอบครัวกำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน

มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2570 เพื่อช่วยเหลือนักเรียนจากครอบครัวฐานะยากจน รายได้ไม่มั่นคง หรือมีปัจจัยฉุกเฉินที่อาจทำให้นักเรียนต้องหยุดเรียนกลางคัน โดยสนับสนุนทุนอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 หรือ ปวช.3

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน–10 ธันวาคม 2569 ผ่านระบบทุนการศึกษาออนไลน์ โดยต้องให้ครูหรือโรงเรียนเป็นผู้คัดกรองและดำเนินการสมัครให้ นักเรียนไม่สามารถสมัครด้วยตนเองโดยตรง

ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ให้อะไรบ้าง?

โครงการไม่ได้มอบเฉพาะเงินทุนการศึกษา แต่ยังมีระบบติดตามและดูแลนักเรียนตลอดระยะเวลาที่เป็นนักเรียนทุน ทั้งการให้คำปรึกษาด้านการเรียน การใช้ชีวิต การพัฒนาทักษะ และการประสานความช่วยเหลือในกรณีที่นักเรียนประสบปัญหาหรือมีความเสี่ยงที่จะเรียนไม่จบ

ทุนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

1. ทุนการศึกษาสายสามัญ

สำหรับนักเรียนระดับชั้น ม.1–ม.6

  • มูลค่าทุน 7,000 บาทต่อปี
  • แบ่งเป็นภาคเรียนละ 3,500 บาท
  • สนับสนุนต่อเนื่องทุกภาคเรียนจนจบชั้น ม.6

กรณีนักเรียนชั้น ม.1–ม.3 ได้รับทุนปัจจัยพื้นฐานจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. อยู่แล้ว จะได้รับทุนจากมูลนิธิยุวพัฒน์ 4,000 บาทต่อปี หรือภาคเรียนละ 2,000 บาท จนจบชั้น ม.3

เมื่อขึ้นชั้น ม.4 หรือ ปวช.1 จะได้รับทุนตามเกณฑ์ปกติของมูลนิธิจนจบชั้น ม.6 หรือ ปวช.3

2. ทุนการศึกษาสายอาชีพ

สำหรับนักเรียนระดับ ปวช.1–ปวช.3

  • มูลค่าทุน 14,000 บาทต่อปี
  • แบ่งเป็นภาคเรียนละ 7,000 บาท
  • สนับสนุนต่อเนื่องทุกภาคเรียนจนจบชั้น ปวช.3

3. ทุนการศึกษาระบบทวิศึกษา

สำหรับผู้ที่เรียนร่วมระหว่างหลักสูตรสายสามัญและสายอาชีพ

  • มูลค่าทุน 7,000 บาทต่อปี
  • แบ่งเป็นภาคเรียนละ 3,500 บาท
  • สนับสนุนต่อเนื่องจนจบชั้น ม.6 หรือ ปวช.3

การได้รับทุนอย่างต่อเนื่องขึ้นอยู่กับสถานะการเรียนของนักเรียน โดยโรงเรียนต้องยืนยันการมาเรียนและส่งผลการเรียนให้มูลนิธิตรวจสอบก่อนการโอนเงินทุนในแต่ละภาคเรียน

นักเรียนที่ติด 0, ร, ม.ส. หรือ ม.ผ. จะไม่ถูกตัดสิทธิ์เพราะผลการเรียนเพียงอย่างเดียว หากยังเข้าเรียนตามปกติและส่งผลการเรียนตามที่กำหนด

คุณสมบัติของผู้สมัคร

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้

  • เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2569
  • มีฐานะครอบครัวยากจนหรือมีรายได้ไม่มั่นคง
  • มีปัจจัยหรือสถานการณ์ครอบครัวที่ทำให้เสี่ยงหยุดเรียนกลางคัน
  • ครอบครัวสนับสนุนให้นักเรียนศึกษาต่อจนจบ ม.6 หรือ ปวช.3
  • ไม่เป็นบุตรหลานของผู้บริหาร ครู หรือพนักงานประจำของโรงเรียน
  • อยู่ในโรงเรียนหรือวิทยาลัยที่มีคุณสมบัติตามที่มูลนิธิกำหนด

ระดับชั้นที่สมัครได้

ทุนสายสามัญ

นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ

  • ป.6
  • ม.1
  • ม.2
  • ม.3
  • ม.4
  • ม.5

ทุนสายอาชีพ

นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ

  • ม.3 และมีแผนเรียนต่อสายอาชีพ
  • ปวช.1
  • ปวช.2

มูลนิธิให้ความสำคัญกับนักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ที่มีฐานะยากจนเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อทางการศึกษาที่นักเรียนจำนวนหนึ่งมีความเสี่ยงไม่ได้เรียนต่อ

โรงเรียนแบบใดสมัครให้นักเรียนได้?

การสมัครไม่ได้เปิดให้นักเรียนจากทุกโรงเรียนสมัครด้วยตนเอง แต่ต้องดำเนินการผ่านสถานศึกษาที่อยู่ในเงื่อนไข ได้แก่

โรงเรียนเครือข่ายมูลนิธิยุวพัฒน์

ประกอบด้วยโรงเรียนที่เข้าร่วม

  • โครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม
  • โครงการร้อยพลังการศึกษา

โรงเรียนเครือข่ายสามารถสมัครทุนสายสามัญให้นักเรียนชั้น ม.1 ม.2 ม.4 และ ม.5 ได้ โดยหากผ่านการคัดเลือก นักเรียนต้องเรียนต่ออยู่ในโรงเรียนเครือข่าย

สำหรับนักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ที่ได้รับทุนสายสามัญ สามารถเลือกเรียนต่อในโรงเรียนรัฐบาลได้ทั้งโรงเรียนในเครือข่ายและโรงเรียนที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่าย

นักเรียนชั้น ม.3 ที่ได้รับทุนสายอาชีพ สามารถศึกษาต่อในวิทยาลัยของรัฐได้

โรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่บริการของโรงเรียนเครือข่าย

สามารถเสนอชื่อนักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 เพื่อสมัครทุนสายสามัญได้ แต่เมื่อผ่านการคัดเลือก นักเรียนต้องศึกษาต่อในโรงเรียนเครือข่ายของมูลนิธิ

วิทยาลัยของรัฐที่เปิดสอนสายอาชีพ

ทั้งวิทยาลัยที่เป็นเครือข่ายและไม่ได้เป็นเครือข่าย สามารถสมัครทุนสายอาชีพให้นักเรียนชั้น ปวช.1 และ ปวช.2 ได้ โดยผู้ได้รับทุนต้องเรียนต่อในวิทยาลัยของรัฐ

ตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษาได้ที่ รายชื่อโรงเรียนเครือข่ายมูลนิธิยุวพัฒน์

กลุ่มที่ไม่สามารถสมัครได้

มูลนิธิกำหนดกลุ่มที่ไม่สามารถสมัครขอรับทุนไว้ ได้แก่

  • บุตรหลานข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือข้าราชการบำนาญ
  • บุตรหลานของผู้บริหาร ครู หรือพนักงานในโรงเรียน
  • นักเรียนที่มีแผนศึกษาต่อในสถานศึกษาเอกชน
  • นักเรียนที่จะศึกษาต่อในสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เช่น โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์หรือโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
  • นักเรียนที่ได้รับทุนยากจนพิเศษจาก กสศ.
  • ผู้ได้รับทุนภูมิทายาท ทุน ODOS หรือทุนจากมูลนิธิ องค์กร หรือบุคคลอื่น
  • นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือระดับ ปวช. ที่กู้ยืมเงินจาก กยศ.

หากมูลนิธิตรวจสอบพบภายหลังว่านักเรียนได้รับทุนอื่นร่วมด้วย นักเรียนอาจต้องยืนยันว่าจะเลือกรับทุนใดทุนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่ได้รับทุนปัจจัยพื้นฐานจาก สพฐ. ยังสามารถสมัครได้ โดยจะได้รับเงินสมทบจากมูลนิธิตามเกณฑ์ที่กำหนด

ใครเป็นผู้สมัคร?

ครูหรือโรงเรียนต้องเป็นผู้ดำเนินการสมัครให้นักเรียนผ่านระบบทุนการศึกษาออนไลน์ โดยมีขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. โรงเรียนคัดกรองนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
  2. ครูเตรียมข้อมูลและเอกสารของนักเรียน
  3. ครูลงทะเบียนขอเข้าใช้งานระบบทุนการศึกษา
  4. กรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสารของนักเรียน
  5. ดาวน์โหลดใบรับรองสภาพการเป็นนักเรียน ให้ผู้อำนวยการหรือผู้บริหารโรงเรียนลงนาม
  6. อัปโหลดใบรับรองกลับเข้าระบบและกดส่งใบสมัคร

หนึ่งโรงเรียนสามารถลงทะเบียนผู้ใช้งานได้หลายคน และสมัครขอทุนให้นักเรียนได้ไม่จำกัดจำนวน แต่การสมัครไม่ได้หมายความว่านักเรียนจะได้รับทุนทันที ต้องรอผลการพิจารณาจากมูลนิธิ

เอกสารประกอบการสมัคร

เอกสารประกอบการสมัครมี 6 รายการ รวมทั้งหมด 7 ไฟล์ เนื่องจากรูปถ่ายบ้านต้องแยกเป็น 2 ภาพ ได้แก่

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของนักเรียน เลือกส่งอย่างใดอย่างหนึ่ง
  2. เรื่องราวชีวิตของนักเรียน เขียนด้วยลายมือ ความยาวประมาณ 1 หน้า A4 โดยเล่าเรื่องครอบครัว ความเป็นอยู่ ภาระภายในบ้าน และเหตุผลที่จำเป็นต้องขอรับทุน
  3. ภาพถ่ายบ้านจำนวน 2 ไฟล์ ได้แก่
    • ภาพที่เห็นตัวบ้านทั้งหลังและบริเวณโดยรอบอย่างชัดเจน
    • ภาพภายในบ้านของนักเรียน
  4. ใบรับรองสภาพการเป็นนักเรียน ซึ่งพิมพ์จากระบบและให้ผู้อำนวยการหรือผู้บริหารโรงเรียนลงนาม
  5. หนังสือให้ความยินยอมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับนักเรียน
  6. หนังสือให้ความยินยอมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับครูผู้ให้ข้อมูล

ไฟล์เอกสารต้องเป็นรูปแบบ PDF, JPG หรือ PNG มีความชัดเจน และมีขนาดไม่เกิน 1 MB ต่อไฟล์ ตามคู่มือการสมัคร

โรงเรียนควรตรวจสอบรายชื่อนักเรียนและเอกสารของทุกคนให้ครบก่อนดาวน์โหลดใบรับรองสภาพการเป็นนักเรียน เพราะเมื่อกดพิมพ์ใบรับรองแล้ว ระบบจะปิดรับการเพิ่มรายชื่อนักเรียนใหม่ทันที หากต้องการเพิ่มภายหลังต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อปลดล็อกระบบและออกใบรับรองฉบับใหม่

กำหนดการรับสมัครทุน ปีการศึกษา 2570

  • 1 กันยายน–10 ธันวาคม 2569: เปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์
  • 10–11 กันยายน 2569: ประชุมชี้แจงรายละเอียดการสมัครผ่าน Zoom โดยโรงเรียนเลือกเข้าร่วม 1 วัน
  • 11 ธันวาคม 2569–14 กุมภาพันธ์ 2570: มูลนิธิคัดกรองและพิจารณาผู้สมัคร
  • 15 กุมภาพันธ์ 2570: ประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้รับทุน
  • 16 กุมภาพันธ์–15 กรกฎาคม 2570: ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันรับทุนและส่งเอกสารหน้าบัญชีธนาคาร
  • 25 กุมภาพันธ์ หรือ 5 มีนาคม 2570: ปฐมนิเทศครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทุนใหม่ผ่าน Zoom
  • 31 พฤษภาคม 2570: เริ่มโอนทุนการศึกษาภาคเรียนที่ 1 สำหรับผู้ที่ยืนยันรับทุนและส่งเอกสารครบถ้วน

ช่องทางสมัครและศึกษารายละเอียด

รายละเอียดการสมัคร: มูลนิธิยุวพัฒน์

ระบบทุนการศึกษาออนไลน์: ybfscholarship.premier.co.th

ตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนเครือข่าย: โรงเรียนเครือข่ายมูลนิธิยุวพัฒน์

ติดต่อสอบถาม

  • โทรศัพท์ 02-301-1093
  • โทรศัพท์ 02-301-1124
  • โทรศัพท์ 02-301-1097
  • Line ID: @OCZ4190L
  • ติดต่อวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.00–17.00 น.

ทุนนี้จึงไม่ใช่เพียงเงินช่วยเหลือค่าเรียน แต่เป็นระบบสนับสนุนที่มุ่งประคับประคองให้นักเรียนที่กำลังเผชิญข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ยังสามารถอยู่ในระบบการศึกษาและเรียนต่อจนจบ ม.6 หรือ ปวช.3 ได้

ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *