ประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — จากโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมสู่ศาสตร์แห่งแผ่นดิน

ประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — จากโรงเรียนช่างไหมสู่ศาสตร์แห่งแผ่นดิน

ประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) อย่างละเอียด ตั้งแต่รากฐานโรงเรียนช่างไหม พ.ศ. 2447 ผ่านสามบูรพาจารย์ผู้วางรากฐาน จนสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการ


มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเฉย ๆ แต่เกิดจากความตระหนักของรัฐบาลและนักการเกษตรกลุ่มหนึ่งว่า ประเทศที่พึ่งพาการเกษตรเป็นกระดูกสันหลัง ต้องมีสถาบันที่ผลิตกำลังคนด้านนี้อย่างจริงจัง

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 เพื่อส่งเสริมวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การเกษตร ตั้งแต่นั้นมามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ขยายสาขาวิชาให้ครอบคลุมวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์

📌 หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงหลักจากเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ku.ac.th/th/history-ku) และคลังจดหมายเหตุ อว. (mhesi.nrct.go.th) โดยใช้ Wikipedia ภาษาไทยเป็นข้อมูลประกอบ


บทที่ 1 — ระยะต้น (พ.ศ. 2447–2456): จากโรงเรียนช่างไหมสู่โรงเรียนวิชาการเพาะปลูก

รากฐานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ย้อนไปไกลกว่าวันสถาปนาในปี 2486 มากกว่า 40 ปี

ในปี พ.ศ. 2447 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพไชยมหินทโรดม องค์อธิบดีกรมช่างไหมในกระทรวงเกษตราธิการ ได้ทรงจัดตั้ง โรงเรียนช่างไหม ขึ้น ณ ท้องที่ตำบลทุ่งศาลาแดง กรุงเทพมหานคร ในบริเวณเดียวกันกับสวนหม่อนและสถานีทดลองเลี้ยงไหม โดยจัดการศึกษาหลักสูตร 2 ปี สอนเกี่ยวกับวิชาการเลี้ยงไหมโดยเฉพาะ

ต่อมาใน พ.ศ. 2449 ได้ขยายหลักสูตรเป็น 3 ปี โดยเพิ่มวิชาการเพาะปลูกพืชอื่น ๆ เข้าในหลักสูตร ตลอดจนได้เริ่มสอนวิชาสัตวแพทย์ด้วย และได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนวิชาการเพาะปลูก”

ใน พ.ศ. 2451 กระทรวงเกษตราธิการ ได้รวมโรงเรียนที่อยู่ในสังกัด 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนแผนที่ โรงเรียนกรมคลอง และโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก เป็นโรงเรียนเดียวกัน ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ” ย้ายมาตั้งรวมกัน ณ พระราชวังสระปทุม หลักสูตรที่เริ่มดำเนินการสอนใน พ.ศ. 2452 ถือได้ว่าเป็น หลักสูตรระดับอุดมศึกษาวิชาเกษตรศาสตร์หลักสูตรแรกของประเทศไทย

ใน พ.ศ. 2456 รัฐบาลได้ยกโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการไปรวมเข้ากับโรงเรียนข้าราชการพลเรือน งานศึกษาวิชาเกษตรศาสตร์จึงมาสังกัดกระทรวงธรรมการ


บทที่ 2 — ระยะกลาง (พ.ศ. 2457–2466): โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมหอวัง

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้จัดตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมหอวัง” ณ บ้านสวนหลวง กรุงเทพมหานคร โรงเรียนนี้รับผู้จบชั้น ม.3 เข้าศึกษาในหลักสูตร 2 ปี เพื่อรับประกาศนียบัตรประโยคครูประถมกสิกรรม (ปป.ก.)

ใน พ.ศ. 2461 ได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ที่ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม การศึกษาวิชาเกษตรในยุคนี้เริ่มมีรูปแบบชัดเจนขึ้น มุ่งผลิตครูเกษตรออกไปสอนในโรงเรียนประถมทั่วประเทศ


บทที่ 3 — ระยะปลาย (พ.ศ. 2467–2485): ขยายสู่ภูมิภาคและจุดเริ่มต้นที่แม่โจ้

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2474 หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร อธิบดีกรมตรวจกสิกรรมในกระทรวงเกษตราธิการ ทรงดำริว่าควรจัดตั้งสถานีทดลองกสิกรรมควบคู่กับโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม เพื่อให้งานวิจัยการเกษตรดำเนินควบคู่ไปกับการให้การศึกษา

ใน พ.ศ. 2476 จึงมีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมขึ้น 2 แห่ง คือ โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมโนนวัด จังหวัดนครราชสีมา และ โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

ใน พ.ศ. 2477 จัดตั้ง โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมคอหงษ์ ตำบลคอหงษ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หัวหน้าสถานีและอาจารย์ใหญ่ชุดแรกของทั้งสามแห่ง ได้แก่ หลวงอิงคศรีกสิการ (ที่โนนวัด) หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ (ที่คอหงส์) และ พระช่วงเกษตรศิลปการ (ที่แม่โจ้) ทั้งสามท่านนี้ต่อมาได้รับการเรียกขานว่า “สามบูรพาจารย์” ผู้บุกเบิกการศึกษาด้านเกษตรของไทย


บทที่ 4 — จากแม่โจ้สู่บางเขน: วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2478–2481

ใน พ.ศ. 2478 รัฐบาลเกรงว่าจะมีการผลิตครูเกษตรเกินความต้องการของประเทศ จึงมีดำริที่จะยุบโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมทั้ง 3 แห่ง หลวงอิงคศรีกสิการ หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ และพระช่วงเกษตรศิลปการ จึงได้ร่วมกันเสนอโครงการให้คงโรงเรียนที่แม่โจ้ไว้ พร้อมกับจัดตั้งโรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรมขึ้นแทน ซึ่งต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็น “วิทยาลัยเกษตรศาสตร์” โดยมีพระช่วงเกษตรศิลปการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนแรก

ใน พ.ศ. 2478 กระทรวงเกษตราธิการยังได้จัดตั้งโรงเรียนป่าไม้ที่จังหวัดแพร่ ซึ่งต่อมาโอนกิจการไปเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนวนศาสตร์

ใน พ.ศ. 2481 กระทรวงเกษตราธิการได้จัดตั้งสถานีเกษตรกลางขึ้นในท้องที่อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร อันเป็นที่ตั้งวิทยาเขตหลักของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน และได้ย้ายวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากแม่โจ้มาบางเขน มีหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย เปิดสอนหลักสูตร 3 ปีในระดับอนุปริญญา โดยมี 3 แผนก คือ แผนกเกษตรศาสตร์และแผนกสหกรณ์ ซึ่งเปิดสอนที่บางเขน และแผนกวนศาสตร์ที่โรงเรียนวนศาสตร์ จังหวัดแพร่


บทที่ 5 — วันสถาปนา: 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486

ใน พ.ศ. 2486 รัฐบาลอันมี ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาทางการเกษตรอย่างยิ่ง จึงได้ปรับปรุงและรวมกิจการของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนกับโรงเรียนวนศาสตร์ มาเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2486 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2486 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 60 ตอนที่ 7 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงถือเอาวันที่ 2 กุมภาพันธ์เป็นวันสถาปนา

ได้ปรับปรุงขยายงานการศึกษาออกเป็น 4 คณะ คือ คณะเกษตรศาสตร์ คณะสหกรณ์ คณะวนศาสตร์ และคณะประมง โดยจัดการศึกษาเป็นหลักสูตร 5 ปีสำหรับปริญญาตรี และ 3 ปีสำหรับระดับอนุปริญญา

พลเรือโทสินธุ์ กมลนาวิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัย

ทุกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีจึงถือเป็น “วันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ที่ชาวมก. ทุกคนรำลึกถึง


บทที่ 6 — “สามบูรพาจารย์” เสาหลักแห่งการเกษตรไทย

ในวาระครบรอบ 80 ปีมหาวิทยาลัย ได้มีพิธีวางพุ่มดอกไม้ ณ อนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ หลวงอิงคศรีกสิการ และพระช่วงเกษตรศิลปการ

ทั้งสามท่านนี้คือหัวใจของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้รับการเรียกขานในฐานะ “สามบูรพาจารย์” ผู้บุกเบิกการศึกษาด้านเกษตรของไทย ผู้วางรากฐานตั้งแต่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม สู่วิทยาลัยเกษตร และเติบโตเป็นมหาวิทยาลัย

อนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์ตั้งอยู่ภายในวิทยาเขตบางเขน เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูของชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่สืบทอดมาทุกปี


บทที่ 7 — พระพิรุณทรงนาค สัญลักษณ์แห่งสถาบัน

สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นรูป “พระพิรุณทรงนาค” อยู่กึ่งกลางวงกลมล้อมรอบด้วยกลีบบัวคว่ำและกลีบบัวหงาย มีข้อความว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2486” ล้อมรอบเป็นชั้นนอกสุด

พระพิรุณเป็นเทพเจ้าแห่งฝนในคติฮินดู การเลือกพระพิรุณเป็นตราสัญลักษณ์สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรซึ่งพึ่งพาน้ำฝนเป็นสำคัญ

“ต้นนนทรี” เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ สีเขียวใบไม้ เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย ล้วนสื่อถึงธรรมชาติและการเกษตรกรรมอย่างชัดเจน


บทที่ 8 — จากเกษตรสู่มหาวิทยาลัยครบวงจร

ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2486 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ขยายสาขาวิชาให้ครอบคลุมวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ปัจจุบันวิทยาเขตหลักบางเขนมีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอนหลายคณะและวิทยาลัย สามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยงานล่าสุดได้ที่ ku.ac.th โดยตรง

นอกจากวิทยาเขตหลักที่บางเขนแล้ว ยังมีวิทยาเขตกำแพงแสน (นครปฐม) วิทยาเขตศรีราชา (ชลบุรี) วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ (สกลนคร) และสำนักงานเขตบริหารการเรียนรู้พื้นที่สุพรรณบุรี

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดตั้งหอประวัติ มก. เนื่องในวาระครบรอบวันสถาปนา 60 ปี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2546 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้คณาจารย์ บุคลากร นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั้งมวล และประชาชนผู้สนใจได้ทราบถึงประวัติและพัฒนาการของมหาวิทยาลัย

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับเอเชีย และเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ


สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์
2447 ก่อตั้ง “โรงเรียนช่างไหม” ที่ทุ่งศาลาแดง โดยกรมหมื่นพไชยมหินทโรดม
2449 เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนวิชาการเพาะปลูก”
2451 รวม 3 โรงเรียนเป็น “โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ” ย้ายมาพระราชวังสระปทุม
2452 เริ่มใช้หลักสูตรอุดมศึกษาวิชาเกษตรศาสตร์หลักสูตรแรกของไทย
2456 ยุบรวมเข้ากับโรงเรียนข้าราชการพลเรือน
2476 ก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้ และที่โนนวัด
2477 ก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมคอหงษ์
2478 ยกฐานะเป็น “วิทยาลัยเกษตรศาสตร์” — พระช่วงเกษตรศิลปการเป็นผู้อำนวยการคนแรก
2481 ย้ายวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากแม่โจ้มาบางเขน เปิดสอน 3 แผนก ระดับอนุปริญญา
2486 2 กุมภาพันธ์ — สถาปนา “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” เปิด 4 คณะแรก
2546 ก่อตั้งหอประวัติ มก. วาระ 60 ปีสถาปนา

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล
วันสถาปนา 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486
ตราสัญลักษณ์ พระพิรุณทรงนาค
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ต้นนนทรี
สีประจำมหาวิทยาลัย สีเขียวใบไม้
คณะแรกก่อตั้ง เกษตรศาสตร์ / วนศาสตร์ / การประมง / สหกรณ์
อธิการบดีคนแรก พลเรือโทสินธุ์ กมลนาวิน
คำเรียกนักศึกษา นิสิต
วิทยาเขตหลัก บางเขน / กำแพงแสน / ศรีราชา / สกลนคร
เว็บไซต์ ku.ac.th

อ้างอิงหลักจาก:https://www.ku.ac.th/th/history-ku /  ku.ac.th/th/history-ku, mhesi.nrct.go.th | อ้างอิงประกอบ: th.wikipedia.org (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) | อัปเดต พฤษภาคม 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *