ประวัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ — จากความฝันของภาคใต้สู่ “ม.อ.” มหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้


ประวัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ — จากความฝันของภาคใต้สู่ “ม.อ.” มหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้

ประวัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อย่างละเอียด ตั้งแต่การริเริ่มในปี 2505 พระราชทานนาม 22 กันยายน 2510 สถาปนา 13 มีนาคม 2511 จนพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขตแห่งภาคใต้ พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการ


ทำไมมหาวิทยาลัยที่ชื่อ “สงขลานครินทร์” ถึงใช้ตัวย่อว่า “ม.อ.” แทนที่จะเป็น “มส.”?

คำตอบซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานนามนี้แทนชื่อที่คณะกรรมการตั้งใจจะใช้

นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

📌 หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงหลักจากเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (psu.ac.th/?page=introduce), คลังจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย (psuarchive.oas.psu.ac.th) และ Wikipedia ภาษาไทย โดยใช้ Dek-D, Sanook Campus และ Eduzones เป็นข้อมูลประกอบ


บทที่ 1 — บริบทก่อนก่อตั้ง: ภาคใต้ขาดมหาวิทยาลัย

ในช่วงทศวรรษ 2500 ภาคใต้เป็นภูมิภาคเดียวของไทยที่ไม่มีมหาวิทยาลัยของรัฐเลยแม้แต่แห่งเดียว นักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาต้องเดินทางขึ้นไปเรียนที่กรุงเทพฯ หรือภาคเหนือ ซึ่งเป็นภาระทางการเงินอย่างหนักสำหรับครอบครัวในภูมิภาค

รัฐบาลตระหนักถึงปัญหานี้ และในปี พ.ศ. 2505 จึงเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม


บทที่ 2 — จุดเริ่มต้น: คณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ พ.ศ. 2505

ในปี พ.ศ. 2505 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล โดยคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำโครงการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคใต้

คณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ชุดนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อตั้งมหาวิทยาลัยภาคใต้ขึ้นในปี พ.ศ. 2508 โดยมี พ.อ.ถนัด คอมันตร์ เป็นประธานคณะกรรมการฯ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างมหาวิทยาลัยที่ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในปี พ.ศ. 2509

ปัตตานีถูกเลือกเป็นที่ตั้งแรกเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ตอนล่าง และอยู่ในพื้นที่ที่รัฐบาลต้องการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความเจริญในจังหวัดชายแดนภาคใต้


บทที่ 3 — วันพระราชทานนามและวันสถาปนา

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้ เป็นมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคแห่งที่ 3 และมหาวิทยาลัยแห่งที่ 9 ของประเทศไทย โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคใต้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 2500 ภายใต้ชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคใต้” ก่อนจะได้รับพระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” ในปี พ.ศ. 2510

เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดในประวัติมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นในขั้นตอนการขอพระราชทานชื่อ เมื่อปลาย พ.ศ. 2510 คณะกรรมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคใต้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้พระปรมาภิไธยเป็นชื่อมหาวิทยาลัยว่า “มหาวิทยาลัยภูมิพลอดุลยเดช” เพื่อเป็นสิริมงคล แต่ต่อมาวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานชื่อมหาวิทยาลัยภาคใต้ว่า “สงขลานครินทร์” ตามพระนาม “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์” พระราชบิดาของพระองค์

ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 22 กันยายน ของทุกปีเป็น “วันสงขลานครินทร์”

ต่อมา พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ประกาศใช้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2511 และถือเอาวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2511 เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย


บทที่ 4 — ทำไมจึงใช้ “ม.อ.” ไม่ใช่ “มส.”?

ความพิเศษของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่หลายคนสงสัยคืออักษรย่อ “ม.อ.” ซึ่งไม่ได้มาจากชื่อ “สงขลานครินทร์” โดยตรง

โดยปกติแล้ว อักษรย่อของมหาวิทยาลัยไทยมักจะใช้ “ม.” ตามด้วยพยัญชนะต้นของชื่อสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) แต่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กลับใช้ตัวย่อที่ต่างออกไป

“ม.อ.” มาจาก “มหาวิทยาลัย” และอักษร “อ” ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากพระนาม “อดุลยเดชวิกรม” ของสมเด็จพระบรมราชชนก อย่างไรก็ตาม ที่มาของอักษรย่อนี้ยังไม่มีคำอธิบายจากเอกสารทางการของมหาวิทยาลัยที่ชัดเจนในขณะที่จัดทำบทความนี้ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจาก psu.ac.th โดยตรง


บทที่ 5 — พระราชบิดา: สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม

ชื่อ “สงขลานครินทร์” มีที่มาจากพระนามทรงกรมของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือ กรมหลวงสงขลานครินทร์ พระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามสมเด็จพระราชบิดา ว่า “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก” ตามราชกิจจานุเบกษา ประกาศเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี ฉบับพิเศษ หน้า 1 เล่ม 87 ตอนที่ 52 วันที่ 12 มิถุนายน 2513

พระองค์ทรงได้รับการถวายพระสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย” และมหาวิทยาลัยจึงยึดถือพระองค์เป็นองค์อุปถัมภ์ทางจิตวิญญาณและแบบอย่างสำคัญของสถาบัน


บทที่ 6 — ก้าวแรก: เรียนที่กรุงเทพฯ ก่อนย้ายสู่ภาคใต้

ในระยะแรกของการก่อตั้ง ได้รับนักศึกษาเข้าศึกษาครั้งแรกในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 50 คน ในปี พ.ศ. 2510 โดยใช้อาคารเรียนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหิดล) เป็นสถานที่ศึกษาชั่วคราว ขณะเดียวกันมีการเสนอให้ตั้งคณะวิทยาศาสตร์เป็นแกนกลางสอนวิชาพื้นฐาน โดยมีอาจารย์รุ่นแรก 5 คนเริ่มงานในเดือนพฤษภาคม 2510

นักศึกษารุ่นแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จึงต้องเรียนในกรุงเทพฯ ก่อนที่อาคารเรียนในภาคใต้จะก่อสร้างแล้วเสร็จ

ปีต่อมา พ.ศ. 2511 ก็เริ่มย้ายนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์มาเรียนที่จังหวัดปัตตานี ในปี พ.ศ. 2514 ย้ายนักศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเรียนที่วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็นวิทยาเขตที่ใหญ่ที่สุด

การตัดสินใจย้ายคณะวิศวกรรมศาสตร์จากปัตตานีมาหาดใหญ่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาวิทยาเขตหาดใหญ่ให้กลายเป็นศูนย์กลางหลักของมหาวิทยาลัย เนื่องจากศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข และคณะ ได้เดินทางไปตรวจการก่อสร้างที่ปัตตานีแล้วพบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่เหมาะสมสำหรับเป็นที่ตั้งของอาคารและเครื่องมือของคณะวิศวกรรมศาสตร์


บทที่ 7 — มหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขต: โมเดลที่ไม่เหมือนใคร

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในไทย คือมีการกระจายวิทยาเขตออกไปทั่วภาคใต้อย่างชัดเจน ปัจจุบันมี 5 วิทยาเขต ได้แก่

วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา — วิทยาเขตหลักและใหญ่ที่สุด เป็นที่ตั้งของสำนักงานอธิการบดีและคณะส่วนใหญ่ รวมถึงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ชั้นนำของภาคใต้

วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานี — วิทยาเขตแห่งแรกที่เริ่มก่อสร้าง เน้นคณะด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และศิลปกรรม เป็นศูนย์กลางการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

วิทยาเขตภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต — เน้นการท่องเที่ยวและการโรงแรม เปิดหลักสูตรนานาชาติรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้และระดับโลก

วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี — รองรับการพัฒนาภาคใต้ตอนบน เน้นสาขาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

วิทยาเขตตรัง จังหวัดตรัง — เน้นสาขาเศรษฐศาสตร์ การจัดการ และวิทยาศาสตร์ประยุกต์


บทที่ 8 — ปรัชญาและสัญลักษณ์แห่งสถาบัน

ตราประจำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ใช้ พระราชลัญจกรประจำพระองค์สมเด็จพระบรมราชชนก เป็นตราสัญลักษณ์หลัก ซึ่งได้รับพระราชทานให้ใช้เพื่อแสดงถึงความเป็นสถาบันที่ตั้งชื่อตามพระนามของพระองค์

ปรัชญาของมหาวิทยาลัยคือ “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ซึ่งมาจากพระราชดำรัสของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ทรงมีต่อนักศึกษาแพทย์ที่จะสำเร็จการศึกษา สะท้อนถึงอุดมการณ์ของการศึกษาที่ต้องรับใช้มนุษยชาติ


บทที่ 9 — มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในปัจจุบัน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีคณะ วิทยาลัย และหน่วยงานจำนวนมาก กระจายอยู่ใน 5 วิทยาเขตทั่วภาคใต้ ครอบคลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปกรรมและการท่องเที่ยว สามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยงานล่าสุดได้ที่ psu.ac.th โดยตรง

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับเอเชีย และเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ


สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์
2505 คณะกรรมการพัฒนาภาคใต้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคใต้
2508 แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อตั้งมหาวิทยาลัยภาคใต้ โดย พ.อ.ถนัด คอมันตร์ เป็นประธาน
2509 เริ่มก่อสร้างมหาวิทยาลัยที่ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
2510 ก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยภาคใต้” / 22 กันยายน — พระราชทานชื่อ “สงขลานครินทร์” (วันสงขลานครินทร์)
2510 รับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์รุ่นแรก 50 คน เรียนที่กรุงเทพฯ ชั่วคราว
2511 12 มีนาคม — ประกาศใช้ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ / 13 มีนาคม — วันสถาปนามหาวิทยาลัย
2511 ย้ายนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์มาเรียนที่วิทยาเขตปัตตานี
2513 9 มิ.ย. — พระราชทานเฉลิมพระนามสมเด็จพระบรมราชชนกอย่างเป็นทางการ
2514 ย้ายคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเรียนที่วิทยาเขตหาดใหญ่

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล
วันพระราชทานนาม 22 กันยายน พ.ศ. 2510 (วันสงขลานครินทร์)
วันสถาปนามหาวิทยาลัย 13 มีนาคม พ.ศ. 2511
ลำดับ มหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ / มหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคแห่งที่ 3 / มหาวิทยาลัยแห่งที่ 9 ของไทย
ปรัชญา ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
อักษรย่อ ม.อ. (PSU)
วิทยาเขต หาดใหญ่ / ปัตตานี / ภูเก็ต / สุราษฎร์ธานี / ตรัง
เว็บไซต์ psu.ac.th

อ้างอิงหลักจาก: psu.ac.th/?page=introduce, psuarchive.oas.psu.ac.th | อ้างอิงประกอบ: th.wikipedia.org (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์), dek-d.com, sanook.com/campus, eduzones.com | อัปเดต พฤษภาคม 2569

#มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ #มอ #PSU #ประวัติมอ #ภาคใต้ #มหาวิทยาลัยภาคใต้ #การศึกษาไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *