ประวัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) — จากโรงเรียนฝึกหัดครูสู่มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแห่งมหานคร

ประวัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) — จากโรงเรียนฝึกหัดครูสู่มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแห่งมหานคร

ประวัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ตั้งแต่โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง พ.ศ. 2492 พัฒนาสู่วิทยาลัยวิชาการศึกษา และสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517


หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาใหญ่ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง นั่นคือ ครูไม่พอสอน

ในช่วงฟื้นฟูประเทศ ความต้องการครูที่มีคุณภาพพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีสถาบันที่ผลิตครูในระดับวิชาชีพอย่างเพียงพอ คำตอบของปัญหานั้นคือสิ่งที่ต่อมากลายเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่คนไทยรู้จักในชื่อ “มศว”

📌 หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงหลักจากเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (swu.ac.th) โดยใช้ Wikipedia ภาษาไทยและแหล่งประกอบอื่น ๆ เป็นข้อมูลเสริม


บทที่ 1 — บริบทก่อนก่อตั้ง: ประเทศไทยหลังสงครามโลก

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ประเทศไทยอยู่ในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ความต้องการขยายระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมประชากรมากขึ้นนำไปสู่ความต้องการครูที่มีคุณภาพจำนวนมหาศาล

ในยุคนั้น วิชาชีพครูสูงสุดเพียงวุฒิ ป.ม. (ประโยคมัธยม) ยังไม่มีระบบการผลิตครูในระดับปริญญาที่ชัดเจน การก่อตั้งสถาบันที่ผลิตครูวิชาชีพอย่างเป็นระบบจึงกลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของชาติ


บทที่ 2 — จุดเริ่มต้น: โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง 28 เมษายน พ.ศ. 2492

ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล

วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2492 เป็นวันที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ที่ถนนประสานมิตร อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร

ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ได้ผลักดันให้มีการสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อผลิตวิชาชีพครูซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเป็นจำนวนมากในขณะนั้น นับว่าเป็นการเริ่มต้นการศึกษาในระดับวุฒิประกาศนียบัตรครูประถมศึกษา และประกาศนียบัตรครูมัธยมศึกษา โดยมีหลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ (สวัสดิ์ สุมิตร) ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงคนแรก

วันที่ 28 เมษายนจึงถือเป็น “วันมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” ที่ชาวมศวทุกคนรำลึกถึงทุกปี


บทที่ 3 — ก้าวสู่ระดับปริญญา: วิทยาลัยวิชาการศึกษา 16 กันยายน พ.ศ. 2497

อาคารประสานมิตร

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงในขณะนั้น ได้เสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการให้ก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้ทางด้านการศึกษาให้เป็นวิชาชีพที่มีระบบแบบแผนมากขึ้น พร้อมทั้งได้เปิดการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งในระดับบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต

แนวคิดการจัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2496 และได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2497 โดยมีศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ดำรงตำแหน่งอธิการ และศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะวิชาการศึกษา ก่อนจะดำรงตำแหน่งอธิการวิทยาลัยวิชาการศึกษาในเวลาต่อมา

การยกฐานะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะทำให้ครูไทยสามารถศึกษาจนถึงระดับปริญญาเอกได้เป็นครั้งแรก

การขยายวิทยาเขตสู่ภูมิภาค

ในระยะนี้ได้มีการตั้งโรงเรียนสาธิต (Demonstration School) เพื่อให้เป็นแปลงทดลองค้นคว้าในระบบการศึกษาพื้นฐานสมัยใหม่ พร้อมกับมีการขยายวิทยาลัยวิชาการศึกษาไปยังส่วนภูมิภาคต่าง ๆ โดยขยายวิทยาเขตปทุมวัน วิทยาเขตบางแสน วิทยาเขตพิษณุโลก วิทยาเขตมหาสารคาม และวิทยาเขตอื่น ๆ อีกหลายแห่งทั่วประเทศ

การขยายตัวไปสู่ภูมิภาคในยุควิทยาลัยวิชาการศึกษานี้เอง ที่ทำให้วิทยาเขตบางแสน พิษณุโลก และมหาสารคาม ต่อมาพัฒนาไปเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา (พ.ศ. 2533) มหาวิทยาลัยนเรศวร (พ.ศ. 2533) และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (พ.ศ. 2537) ตามลำดับ รวมถึงมหาวิทยาลัยทักษิณ (พ.ศ. 2539) ที่แยกตัวออกมาในเวลาต่อมา


บทที่ 4 — ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี บุรุษผู้หล่อหลอม มศว

ชื่อที่แยกไม่ออกจากประวัติของมศวคือ ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ผู้ที่ชาวมศวเรียกขานด้วยความเคารพว่า “อาจารย์สาโรช”

ท่านเป็นผู้ผลักดันให้โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงพัฒนาเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาที่เปิดสอนถึงระดับปริญญาเอก และวางรากฐานปรัชญาการศึกษาของสถาบันที่ว่า “การศึกษาคือความเจริญงอกงาม” ซึ่งมหาวิทยาลัยใช้รูปบาลีว่า “สิกขา วิรุฬหิ สมปตตา” ตามเอกสารทางการของมหาวิทยาลัย

ปรัชญานี้ยังสะท้อนอยู่ในตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมาจากกราฟที่แทนสมการทางคณิตศาสตร์ Y = eˣ หมายถึงการงอกงามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

อนุสาวรีย์ของอาจารย์สาโรชที่ตั้งอยู่บริเวณประสานมิตรยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวมศวให้ความเคารพสักการะมาจนถึงทุกวันนี้


บทที่ 5 — วันสถาปนา: “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517

วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับการสถาปนาเป็น “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2517

ที่มาของชื่อ “ศรีนครินทรวิโรฒ”

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีความหมายว่า “มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร” “วิโรฒ” มาจากคำว่า “วิโรฒ” ในภาษาสันสกฤต แปลว่า ความงอกงามหรือเจริญ เทียบได้กับคำว่า “วิรุฬห์” ในภาษาบาลี

ชื่อนี้สะท้อนทั้งปณิธานที่ต้องการเป็นสถาบันที่งอกงามไม่หยุดยั้ง และบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ตั้งอยู่ใจกลางมหานครเพื่อรับใช้สังคม


บทที่ 6 — สองพื้นที่การศึกษา: ประสานมิตรและองครักษ์

อาคารวิจัย

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในปัจจุบันมี 2 พื้นที่การศึกษาหลัก ที่มีลักษณะและบทบาทแตกต่างกัน

มศว ประสานมิตร — มหาวิทยาลัยกลางเมือง

ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งเดิมตั้งแต่ยุคโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของคณะและหน่วยงานสำคัญหลายแห่ง มีรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และ MRT สถานีสุขุมวิทเชื่อมต่อ ทำให้เดินทางสะดวกที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มมหาวิทยาลัยไทย

มศว องครักษ์ — วิทยาเขตแห่งอนาคต

ตั้งอยู่ที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เป็นพื้นที่ที่มีขนาดกว้างขวาง รองรับคณะวิชาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาขาที่ต้องการพื้นที่ปฏิบัติการขนาดใหญ่ และเป็นที่รู้จักในหมู่นิสิตด้วยวัฒนธรรมของตัวเอง


บทที่ 7 — โรงเรียนสาธิต มรดกสำคัญของ มศว

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ มศว โดดเด่นคือ โรงเรียนสาธิต ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ยุควิทยาลัยวิชาการศึกษา เพื่อเป็นแหล่งทดลองและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา

ปัจจุบัน มีโรงเรียนสาธิตในสังกัด ได้แก่ สาธิต มศว ประสานมิตร (ประถม) สาธิต มศว ประสานมิตร (มัธยม) สาธิต มศว ปทุมวัน สาธิต มศว องครักษ์ และสาธิตชุมชนการเรียนรู้ฯ (แม่แจ่ม)

โรงเรียนสาธิต มศว เป็นโรงเรียนที่ผู้ปกครองจำนวนมากฝันอยากให้บุตรหลานได้เรียน และเป็นแหล่งทดลองนวัตกรรมการศึกษาที่มหาวิทยาลัยพัฒนามาตลอด


บทที่ 8 — ความหมายของ “นิสิต”

หอพระ องครักษ์

คำว่า “นิสิต” ของ มศว ได้มาจากสมัยก่อนครั้งที่เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ถนนประสานมิตร ได้ให้นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนได้พักในหอพักของโรงเรียน จึงมีลักษณะคล้ายนิสิตที่อยู่ประจำสถาบัน ทำให้ มศว ใช้คำว่า “นิสิต” แทน “นักศึกษา” มาตั้งแต่ต้น และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน


บทที่ 9 — มศว ในปัจจุบัน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีคณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก และหน่วยงานต่าง ๆ จำนวนมาก ครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปกรรม และการศึกษา สามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยงานล่าสุดได้ที่ คลิก

สถาบันวิจัยสำคัญ ได้แก่ สถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษา สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ สถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย และสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ

ปณิธานของมหาวิทยาลัยที่ว่า “การศึกษาคือความเจริญงอกงาม” ยังคงเป็นแกนกลางของการดำเนินงานมาตลอดกว่า 70 ปี


สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์
2492 28 เมษายน — ก่อตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง” ถนนประสานมิตร
2496 ศ.ดร.สาโรช บัวศรี เสนอจัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษา
2497 16 กันยายน — สถาปนา “วิทยาลัยวิชาการศึกษา” เปิดสอนระดับปริญญา
2497– ขยายวิทยาเขตสู่ภูมิภาค บางแสน พิษณุโลก มหาสารคาม ปทุมวัน
2517 29 มิถุนายน — สถาปนา “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” (ประกาศราชกิจจานุเบกษา 28 มิถุนายน 2517)
2533 วิทยาเขตบางแสนและพิษณุโลกแยกตัวเป็นมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยนเรศวร
2537 วิทยาเขตมหาสารคามแยกตัวเป็นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2539 มหาวิทยาลัยทักษิณแยกตัวออกมา

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล
วันก่อตั้ง 28 เมษายน พ.ศ. 2492
วันสถาปนามหาวิทยาลัย 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517
ความหมายของชื่อ “มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร”
ปรัชญา การศึกษาคือความเจริญงอกงาม (สิกขา วิรุฬหิ สมปตตา)
ตราสัญลักษณ์ กราฟสมการ Y = eˣ (ความงอกงามไม่มีที่สิ้นสุด)
สีประจำมหาวิทยาลัย เทา–แดง
คำเรียกนักศึกษา นิสิต
พื้นที่การศึกษา ประสานมิตร (กรุงเทพฯ) และองครักษ์ (นครนายก)
เว็บไซต์ swu.ac.th

อ้างอิงหลักจาก: swu.ac.th/history, swu.ac.th/faculity, admission.swu.ac.th | อ้างอิงประกอบ: th.wikipedia.org (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ), soc.swu.ac.th | อัปเดต พฤษภาคม 2569

#มศว #ศรีนครินทรวิโรฒ #ประวัติมศว #SWU #การศึกษาไทย #มหาวิทยาลัยไทย #ประสานมิตร #องครักษ์

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *