สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย EZ WebmasterMay 29, 2026 สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปรับสถานภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จาก “ส่วนราชการ” ไปสู่ “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาอุดมศึกษาไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการศึกษาในอนาคต การพิจารณาดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 27… ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ EZ WebmasterMay 29, 2026 ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา (Burapha University) ประกาศเปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ผ่านระบบ TCAS69… มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย EZ WebmasterMay 29, 2026 เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง… ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED EZ WebmasterMay 29, 2026 ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน.… นักศึกษา สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย EZ WebmasterMay 29, 2026 สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปรับสถานภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จาก “ส่วนราชการ” ไปสู่ “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาอุดมศึกษาไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการศึกษาในอนาคต การพิจารณาดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 27… 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ EZ WebmasterMay 29, 2026 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ — เรียนท่ามกลางประวัติศาสตร์กว่า 240 ปี “ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่ห้องเรียนตั้งอยู่ท่ามกลางพระบรมมหาราชวัง วัด สนามหลวง และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่คือการศึกษาที่ประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจ” น้อง ๆ รู้ไหมว่าในประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นที่รู้จัก อย่างน้อย 3 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ — พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองขุดมาตั้งแต่ครั้งสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในปี… มารู้จัก…มหาวิทยาลัยรามคำแหง “เลือกทางที่ใช่ ดีไซน์ชีวิตที่ชอบ” EZ WebmasterMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา จัดการเรียนการสอนแบบตลาดวิชาควบคู่แบบจำกัดจำนวน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้มากขึ้น สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ใช้วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่าก็สมัครเป็นนักศึกษาได้ โดยมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาแบบไม่จำกัดจำนวน อายุ และเชื้อชาติ ยกเว้นบางคณะที่จัดการเรียนการสอนแบบภาคพิเศษ เรียนในห้องเรียน หรือเรียนออนไลน์ก็ได้… ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม EZ WebmasterMay 28, 2026 ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม ประวัติความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างละเอียด ตั้งแต่การก่อตั้งในรัชกาลที่ 5 สู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน ในใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่แห่งย่านปทุมวัน มีสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกินกว่าศตวรรษ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มหาวิทยาลัย แต่คือหลักฐานที่จับต้องได้ของความพยายามในการปรับประเทศสยามให้ทัดเทียมอารยประเทศในยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมกำลังคุกคามเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย —… ทุนดีดี รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด EZ WebmasterMay 26, 2026 รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด Meta Description: รวมทุนการศึกษาปี 2569–2570 แยกชัดระหว่างทุนสำหรับ DEK70/ป.ตรี และทุนสำหรับผู้จบ ป.ตรีขึ้นไป… มทร.กรุงเทพ เปิดให้ 235 ทุนเรียนต่อ ป.ตรี รอบ 2 ยกเว้นค่าบำรุงการศึกษาและค่าลงทะเบียนเหมาจ่ายตลอดหลักสูตร สมัครด่วนวันนี้ tui sakrapeeMay 25, 2026 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ประกาศเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 2) ประเภททุนการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา มุ่งสนับสนุนเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถเด่นในด้านต่าง ๆ และบุตรข้าราชการผู้เสียสละ โดยเปิดรับสมัครรวมทั้งสิ้น 235 ทุน เพื่อเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย… ถ้าสนใจเทคโนโลยีอาหาร + อยากเข้าใจโลกของอาหารฮาลาล? คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต EZ WebmasterMay 22, 2026 ขอแนะนำโปรแกรม “เทคโนโลยีอาหารฮาลาล และธุรกิจอาหารฮาลาล” เรียนรู้ครบทั้ง “วิทยาศาสตร์อาหาร” “หลักศาสนาอิสลาม” และ “มาตรฐานฮาลาล” พร้อมฝึกจริง ทำจริง ในห้องปฏิบัติการและสถานประกอบการจริง เรียนรู้หลักการผลิตและมาตรฐานฮาลาลทั้งไทยและสากล การขอและให้การรับรองมาตรฐานจากผู้เชี่ยวช ฝึกทักษะพื้นฐานและขั้นสูง ในห้องปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.รังสิต สัมผัสประสบการณ์ตรวจสอบอาหารฮาลาล… ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน EZ WebmasterMay 22, 2026 ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสศึกษาต่อในต่างประเทศ ข่าวดีสำหรับปีนี้ เมื่อรัฐบาลโรมาเนีย โดย Romanian Agency for Investments and… ครู-อาจารย์ เปิดเทอมใหม่สนุกกว่าเดิม! สสวท. ส่ง 4 สื่อ Interactive ฟิสิกส์ ม.ปลาย ชวนทดลองจริง เรียนรู้เข้าใจง่าย ฟรี! ทุกที่ ทุกเวลา EZ WebmasterMay 29, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ด้วยสื่อ Interactive ฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4 เรื่องใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันผ่านกิจกรรมทดลองเสมือนจริงที่สนุก เข้าใจง่าย และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ โดยผู้เรียนสามารถทดลองปรับค่าตัวแปร สังเกตผลลัพธ์ และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ การหาความยาวคลื่นแสงโดยใช้เกรตติง… สสวท. ชวนครูไทยเปิดเทอมอย่างมั่นใจ ใช้ฟรี “My IPST” แพลตฟอร์มสื่อการสอนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล EZ WebmasterMay 27, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญชวนคุณครูทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วย “My IPST” ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมสื่อการสอนคุณภาพสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมจุดเด่นที่ครูไม่ควรพลาด ปะกอบด้วย แนวการจัดการเรียนรู้ วีดิทัศน์ ใบกิจกรรม ไฟล์นำเสนอ PowerPoint แบบฝึกหัด แบบทดสอบ Infographic เกม และการทดลองเสมือนจริง ใช้งานง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเสริมการประเมินผล เช่น… ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ… กิจกรรม ‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ EZ WebmasterMay 29, 2026 ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา (Burapha University) ประกาศเปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ผ่านระบบ TCAS69… มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย EZ WebmasterMay 29, 2026 เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง… ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED EZ WebmasterMay 29, 2026 ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน.… นักศึกษา สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย EZ WebmasterMay 29, 2026 สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปรับสถานภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จาก “ส่วนราชการ” ไปสู่ “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาอุดมศึกษาไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการศึกษาในอนาคต การพิจารณาดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 27… 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ EZ WebmasterMay 29, 2026 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ — เรียนท่ามกลางประวัติศาสตร์กว่า 240 ปี “ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่ห้องเรียนตั้งอยู่ท่ามกลางพระบรมมหาราชวัง วัด สนามหลวง และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่คือการศึกษาที่ประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจ” น้อง ๆ รู้ไหมว่าในประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นที่รู้จัก อย่างน้อย 3 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ — พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองขุดมาตั้งแต่ครั้งสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในปี… มารู้จัก…มหาวิทยาลัยรามคำแหง “เลือกทางที่ใช่ ดีไซน์ชีวิตที่ชอบ” EZ WebmasterMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา จัดการเรียนการสอนแบบตลาดวิชาควบคู่แบบจำกัดจำนวน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้มากขึ้น สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ใช้วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่าก็สมัครเป็นนักศึกษาได้ โดยมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาแบบไม่จำกัดจำนวน อายุ และเชื้อชาติ ยกเว้นบางคณะที่จัดการเรียนการสอนแบบภาคพิเศษ เรียนในห้องเรียน หรือเรียนออนไลน์ก็ได้… ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม EZ WebmasterMay 28, 2026 ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม ประวัติความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างละเอียด ตั้งแต่การก่อตั้งในรัชกาลที่ 5 สู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน ในใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่แห่งย่านปทุมวัน มีสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกินกว่าศตวรรษ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มหาวิทยาลัย แต่คือหลักฐานที่จับต้องได้ของความพยายามในการปรับประเทศสยามให้ทัดเทียมอารยประเทศในยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมกำลังคุกคามเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย —… ทุนดีดี รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด EZ WebmasterMay 26, 2026 รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด Meta Description: รวมทุนการศึกษาปี 2569–2570 แยกชัดระหว่างทุนสำหรับ DEK70/ป.ตรี และทุนสำหรับผู้จบ ป.ตรีขึ้นไป… มทร.กรุงเทพ เปิดให้ 235 ทุนเรียนต่อ ป.ตรี รอบ 2 ยกเว้นค่าบำรุงการศึกษาและค่าลงทะเบียนเหมาจ่ายตลอดหลักสูตร สมัครด่วนวันนี้ tui sakrapeeMay 25, 2026 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ประกาศเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 2) ประเภททุนการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา มุ่งสนับสนุนเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถเด่นในด้านต่าง ๆ และบุตรข้าราชการผู้เสียสละ โดยเปิดรับสมัครรวมทั้งสิ้น 235 ทุน เพื่อเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย… ถ้าสนใจเทคโนโลยีอาหาร + อยากเข้าใจโลกของอาหารฮาลาล? คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต EZ WebmasterMay 22, 2026 ขอแนะนำโปรแกรม “เทคโนโลยีอาหารฮาลาล และธุรกิจอาหารฮาลาล” เรียนรู้ครบทั้ง “วิทยาศาสตร์อาหาร” “หลักศาสนาอิสลาม” และ “มาตรฐานฮาลาล” พร้อมฝึกจริง ทำจริง ในห้องปฏิบัติการและสถานประกอบการจริง เรียนรู้หลักการผลิตและมาตรฐานฮาลาลทั้งไทยและสากล การขอและให้การรับรองมาตรฐานจากผู้เชี่ยวช ฝึกทักษะพื้นฐานและขั้นสูง ในห้องปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.รังสิต สัมผัสประสบการณ์ตรวจสอบอาหารฮาลาล… ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน EZ WebmasterMay 22, 2026 ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสศึกษาต่อในต่างประเทศ ข่าวดีสำหรับปีนี้ เมื่อรัฐบาลโรมาเนีย โดย Romanian Agency for Investments and… ครู-อาจารย์ เปิดเทอมใหม่สนุกกว่าเดิม! สสวท. ส่ง 4 สื่อ Interactive ฟิสิกส์ ม.ปลาย ชวนทดลองจริง เรียนรู้เข้าใจง่าย ฟรี! ทุกที่ ทุกเวลา EZ WebmasterMay 29, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ด้วยสื่อ Interactive ฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4 เรื่องใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันผ่านกิจกรรมทดลองเสมือนจริงที่สนุก เข้าใจง่าย และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ โดยผู้เรียนสามารถทดลองปรับค่าตัวแปร สังเกตผลลัพธ์ และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ การหาความยาวคลื่นแสงโดยใช้เกรตติง… สสวท. ชวนครูไทยเปิดเทอมอย่างมั่นใจ ใช้ฟรี “My IPST” แพลตฟอร์มสื่อการสอนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล EZ WebmasterMay 27, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญชวนคุณครูทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วย “My IPST” ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมสื่อการสอนคุณภาพสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมจุดเด่นที่ครูไม่ควรพลาด ปะกอบด้วย แนวการจัดการเรียนรู้ วีดิทัศน์ ใบกิจกรรม ไฟล์นำเสนอ PowerPoint แบบฝึกหัด แบบทดสอบ Infographic เกม และการทดลองเสมือนจริง ใช้งานง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเสริมการประเมินผล เช่น… ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ… กิจกรรม ‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย EZ WebmasterMay 29, 2026 เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง… ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED EZ WebmasterMay 29, 2026 ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน.…
ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED EZ WebmasterMay 29, 2026 ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน.…
สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย EZ WebmasterMay 29, 2026 สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปรับสถานภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จาก “ส่วนราชการ” ไปสู่ “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาอุดมศึกษาไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการศึกษาในอนาคต การพิจารณาดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 27… 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ EZ WebmasterMay 29, 2026 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ — เรียนท่ามกลางประวัติศาสตร์กว่า 240 ปี “ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่ห้องเรียนตั้งอยู่ท่ามกลางพระบรมมหาราชวัง วัด สนามหลวง และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่คือการศึกษาที่ประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจ” น้อง ๆ รู้ไหมว่าในประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นที่รู้จัก อย่างน้อย 3 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ — พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองขุดมาตั้งแต่ครั้งสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในปี… มารู้จัก…มหาวิทยาลัยรามคำแหง “เลือกทางที่ใช่ ดีไซน์ชีวิตที่ชอบ” EZ WebmasterMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา จัดการเรียนการสอนแบบตลาดวิชาควบคู่แบบจำกัดจำนวน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้มากขึ้น สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ใช้วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่าก็สมัครเป็นนักศึกษาได้ โดยมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาแบบไม่จำกัดจำนวน อายุ และเชื้อชาติ ยกเว้นบางคณะที่จัดการเรียนการสอนแบบภาคพิเศษ เรียนในห้องเรียน หรือเรียนออนไลน์ก็ได้… ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม EZ WebmasterMay 28, 2026 ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม ประวัติความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างละเอียด ตั้งแต่การก่อตั้งในรัชกาลที่ 5 สู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน ในใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่แห่งย่านปทุมวัน มีสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกินกว่าศตวรรษ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มหาวิทยาลัย แต่คือหลักฐานที่จับต้องได้ของความพยายามในการปรับประเทศสยามให้ทัดเทียมอารยประเทศในยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมกำลังคุกคามเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย —… ทุนดีดี รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด EZ WebmasterMay 26, 2026 รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด Meta Description: รวมทุนการศึกษาปี 2569–2570 แยกชัดระหว่างทุนสำหรับ DEK70/ป.ตรี และทุนสำหรับผู้จบ ป.ตรีขึ้นไป… มทร.กรุงเทพ เปิดให้ 235 ทุนเรียนต่อ ป.ตรี รอบ 2 ยกเว้นค่าบำรุงการศึกษาและค่าลงทะเบียนเหมาจ่ายตลอดหลักสูตร สมัครด่วนวันนี้ tui sakrapeeMay 25, 2026 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ประกาศเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 2) ประเภททุนการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา มุ่งสนับสนุนเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถเด่นในด้านต่าง ๆ และบุตรข้าราชการผู้เสียสละ โดยเปิดรับสมัครรวมทั้งสิ้น 235 ทุน เพื่อเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย… ถ้าสนใจเทคโนโลยีอาหาร + อยากเข้าใจโลกของอาหารฮาลาล? คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต EZ WebmasterMay 22, 2026 ขอแนะนำโปรแกรม “เทคโนโลยีอาหารฮาลาล และธุรกิจอาหารฮาลาล” เรียนรู้ครบทั้ง “วิทยาศาสตร์อาหาร” “หลักศาสนาอิสลาม” และ “มาตรฐานฮาลาล” พร้อมฝึกจริง ทำจริง ในห้องปฏิบัติการและสถานประกอบการจริง เรียนรู้หลักการผลิตและมาตรฐานฮาลาลทั้งไทยและสากล การขอและให้การรับรองมาตรฐานจากผู้เชี่ยวช ฝึกทักษะพื้นฐานและขั้นสูง ในห้องปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.รังสิต สัมผัสประสบการณ์ตรวจสอบอาหารฮาลาล… ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน EZ WebmasterMay 22, 2026 ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสศึกษาต่อในต่างประเทศ ข่าวดีสำหรับปีนี้ เมื่อรัฐบาลโรมาเนีย โดย Romanian Agency for Investments and… ครู-อาจารย์ เปิดเทอมใหม่สนุกกว่าเดิม! สสวท. ส่ง 4 สื่อ Interactive ฟิสิกส์ ม.ปลาย ชวนทดลองจริง เรียนรู้เข้าใจง่าย ฟรี! ทุกที่ ทุกเวลา EZ WebmasterMay 29, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ด้วยสื่อ Interactive ฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4 เรื่องใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันผ่านกิจกรรมทดลองเสมือนจริงที่สนุก เข้าใจง่าย และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ โดยผู้เรียนสามารถทดลองปรับค่าตัวแปร สังเกตผลลัพธ์ และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ การหาความยาวคลื่นแสงโดยใช้เกรตติง… สสวท. ชวนครูไทยเปิดเทอมอย่างมั่นใจ ใช้ฟรี “My IPST” แพลตฟอร์มสื่อการสอนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล EZ WebmasterMay 27, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญชวนคุณครูทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วย “My IPST” ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมสื่อการสอนคุณภาพสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมจุดเด่นที่ครูไม่ควรพลาด ปะกอบด้วย แนวการจัดการเรียนรู้ วีดิทัศน์ ใบกิจกรรม ไฟล์นำเสนอ PowerPoint แบบฝึกหัด แบบทดสอบ Infographic เกม และการทดลองเสมือนจริง ใช้งานง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเสริมการประเมินผล เช่น… ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ… กิจกรรม ‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ EZ WebmasterMay 29, 2026 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ — เรียนท่ามกลางประวัติศาสตร์กว่า 240 ปี “ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่ห้องเรียนตั้งอยู่ท่ามกลางพระบรมมหาราชวัง วัด สนามหลวง และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่คือการศึกษาที่ประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจ” น้อง ๆ รู้ไหมว่าในประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นที่รู้จัก อย่างน้อย 3 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ — พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองขุดมาตั้งแต่ครั้งสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในปี… มารู้จัก…มหาวิทยาลัยรามคำแหง “เลือกทางที่ใช่ ดีไซน์ชีวิตที่ชอบ” EZ WebmasterMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา จัดการเรียนการสอนแบบตลาดวิชาควบคู่แบบจำกัดจำนวน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้มากขึ้น สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ใช้วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่าก็สมัครเป็นนักศึกษาได้ โดยมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาแบบไม่จำกัดจำนวน อายุ และเชื้อชาติ ยกเว้นบางคณะที่จัดการเรียนการสอนแบบภาคพิเศษ เรียนในห้องเรียน หรือเรียนออนไลน์ก็ได้… ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม EZ WebmasterMay 28, 2026 ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม ประวัติความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างละเอียด ตั้งแต่การก่อตั้งในรัชกาลที่ 5 สู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน ในใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่แห่งย่านปทุมวัน มีสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกินกว่าศตวรรษ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มหาวิทยาลัย แต่คือหลักฐานที่จับต้องได้ของความพยายามในการปรับประเทศสยามให้ทัดเทียมอารยประเทศในยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมกำลังคุกคามเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย —… ทุนดีดี รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด EZ WebmasterMay 26, 2026 รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด Meta Description: รวมทุนการศึกษาปี 2569–2570 แยกชัดระหว่างทุนสำหรับ DEK70/ป.ตรี และทุนสำหรับผู้จบ ป.ตรีขึ้นไป… มทร.กรุงเทพ เปิดให้ 235 ทุนเรียนต่อ ป.ตรี รอบ 2 ยกเว้นค่าบำรุงการศึกษาและค่าลงทะเบียนเหมาจ่ายตลอดหลักสูตร สมัครด่วนวันนี้ tui sakrapeeMay 25, 2026 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ประกาศเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 2) ประเภททุนการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา มุ่งสนับสนุนเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถเด่นในด้านต่าง ๆ และบุตรข้าราชการผู้เสียสละ โดยเปิดรับสมัครรวมทั้งสิ้น 235 ทุน เพื่อเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย… ถ้าสนใจเทคโนโลยีอาหาร + อยากเข้าใจโลกของอาหารฮาลาล? คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต EZ WebmasterMay 22, 2026 ขอแนะนำโปรแกรม “เทคโนโลยีอาหารฮาลาล และธุรกิจอาหารฮาลาล” เรียนรู้ครบทั้ง “วิทยาศาสตร์อาหาร” “หลักศาสนาอิสลาม” และ “มาตรฐานฮาลาล” พร้อมฝึกจริง ทำจริง ในห้องปฏิบัติการและสถานประกอบการจริง เรียนรู้หลักการผลิตและมาตรฐานฮาลาลทั้งไทยและสากล การขอและให้การรับรองมาตรฐานจากผู้เชี่ยวช ฝึกทักษะพื้นฐานและขั้นสูง ในห้องปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.รังสิต สัมผัสประสบการณ์ตรวจสอบอาหารฮาลาล… ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน EZ WebmasterMay 22, 2026 ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสศึกษาต่อในต่างประเทศ ข่าวดีสำหรับปีนี้ เมื่อรัฐบาลโรมาเนีย โดย Romanian Agency for Investments and… ครู-อาจารย์ เปิดเทอมใหม่สนุกกว่าเดิม! สสวท. ส่ง 4 สื่อ Interactive ฟิสิกส์ ม.ปลาย ชวนทดลองจริง เรียนรู้เข้าใจง่าย ฟรี! ทุกที่ ทุกเวลา EZ WebmasterMay 29, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ด้วยสื่อ Interactive ฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4 เรื่องใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันผ่านกิจกรรมทดลองเสมือนจริงที่สนุก เข้าใจง่าย และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ โดยผู้เรียนสามารถทดลองปรับค่าตัวแปร สังเกตผลลัพธ์ และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ การหาความยาวคลื่นแสงโดยใช้เกรตติง… สสวท. ชวนครูไทยเปิดเทอมอย่างมั่นใจ ใช้ฟรี “My IPST” แพลตฟอร์มสื่อการสอนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล EZ WebmasterMay 27, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญชวนคุณครูทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วย “My IPST” ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมสื่อการสอนคุณภาพสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมจุดเด่นที่ครูไม่ควรพลาด ปะกอบด้วย แนวการจัดการเรียนรู้ วีดิทัศน์ ใบกิจกรรม ไฟล์นำเสนอ PowerPoint แบบฝึกหัด แบบทดสอบ Infographic เกม และการทดลองเสมือนจริง ใช้งานง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเสริมการประเมินผล เช่น… ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ… กิจกรรม ‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
มารู้จัก…มหาวิทยาลัยรามคำแหง “เลือกทางที่ใช่ ดีไซน์ชีวิตที่ชอบ” EZ WebmasterMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา จัดการเรียนการสอนแบบตลาดวิชาควบคู่แบบจำกัดจำนวน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้มากขึ้น สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก สมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ใช้วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่าก็สมัครเป็นนักศึกษาได้ โดยมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาแบบไม่จำกัดจำนวน อายุ และเชื้อชาติ ยกเว้นบางคณะที่จัดการเรียนการสอนแบบภาคพิเศษ เรียนในห้องเรียน หรือเรียนออนไลน์ก็ได้… ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม EZ WebmasterMay 28, 2026 ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม ประวัติความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างละเอียด ตั้งแต่การก่อตั้งในรัชกาลที่ 5 สู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน ในใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่แห่งย่านปทุมวัน มีสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกินกว่าศตวรรษ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มหาวิทยาลัย แต่คือหลักฐานที่จับต้องได้ของความพยายามในการปรับประเทศสยามให้ทัดเทียมอารยประเทศในยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมกำลังคุกคามเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย —…
ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม EZ WebmasterMay 28, 2026 ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม ประวัติความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างละเอียด ตั้งแต่การก่อตั้งในรัชกาลที่ 5 สู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน ในใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่แห่งย่านปทุมวัน มีสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกินกว่าศตวรรษ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มหาวิทยาลัย แต่คือหลักฐานที่จับต้องได้ของความพยายามในการปรับประเทศสยามให้ทัดเทียมอารยประเทศในยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมกำลังคุกคามเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย —…
รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด EZ WebmasterMay 26, 2026 รวมทุนการศึกษา ปี 2569–2570 สำหรับ DEK70 และนักศึกษาไทย — แยกทุน ป.ตรี–ป.โท ให้ชัด Meta Description: รวมทุนการศึกษาปี 2569–2570 แยกชัดระหว่างทุนสำหรับ DEK70/ป.ตรี และทุนสำหรับผู้จบ ป.ตรีขึ้นไป… มทร.กรุงเทพ เปิดให้ 235 ทุนเรียนต่อ ป.ตรี รอบ 2 ยกเว้นค่าบำรุงการศึกษาและค่าลงทะเบียนเหมาจ่ายตลอดหลักสูตร สมัครด่วนวันนี้ tui sakrapeeMay 25, 2026 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ประกาศเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 2) ประเภททุนการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา มุ่งสนับสนุนเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถเด่นในด้านต่าง ๆ และบุตรข้าราชการผู้เสียสละ โดยเปิดรับสมัครรวมทั้งสิ้น 235 ทุน เพื่อเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย… ถ้าสนใจเทคโนโลยีอาหาร + อยากเข้าใจโลกของอาหารฮาลาล? คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต EZ WebmasterMay 22, 2026 ขอแนะนำโปรแกรม “เทคโนโลยีอาหารฮาลาล และธุรกิจอาหารฮาลาล” เรียนรู้ครบทั้ง “วิทยาศาสตร์อาหาร” “หลักศาสนาอิสลาม” และ “มาตรฐานฮาลาล” พร้อมฝึกจริง ทำจริง ในห้องปฏิบัติการและสถานประกอบการจริง เรียนรู้หลักการผลิตและมาตรฐานฮาลาลทั้งไทยและสากล การขอและให้การรับรองมาตรฐานจากผู้เชี่ยวช ฝึกทักษะพื้นฐานและขั้นสูง ในห้องปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.รังสิต สัมผัสประสบการณ์ตรวจสอบอาหารฮาลาล… ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน EZ WebmasterMay 22, 2026 ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสศึกษาต่อในต่างประเทศ ข่าวดีสำหรับปีนี้ เมื่อรัฐบาลโรมาเนีย โดย Romanian Agency for Investments and… ครู-อาจารย์ เปิดเทอมใหม่สนุกกว่าเดิม! สสวท. ส่ง 4 สื่อ Interactive ฟิสิกส์ ม.ปลาย ชวนทดลองจริง เรียนรู้เข้าใจง่าย ฟรี! ทุกที่ ทุกเวลา EZ WebmasterMay 29, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ด้วยสื่อ Interactive ฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4 เรื่องใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันผ่านกิจกรรมทดลองเสมือนจริงที่สนุก เข้าใจง่าย และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ โดยผู้เรียนสามารถทดลองปรับค่าตัวแปร สังเกตผลลัพธ์ และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ การหาความยาวคลื่นแสงโดยใช้เกรตติง… สสวท. ชวนครูไทยเปิดเทอมอย่างมั่นใจ ใช้ฟรี “My IPST” แพลตฟอร์มสื่อการสอนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล EZ WebmasterMay 27, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญชวนคุณครูทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วย “My IPST” ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมสื่อการสอนคุณภาพสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมจุดเด่นที่ครูไม่ควรพลาด ปะกอบด้วย แนวการจัดการเรียนรู้ วีดิทัศน์ ใบกิจกรรม ไฟล์นำเสนอ PowerPoint แบบฝึกหัด แบบทดสอบ Infographic เกม และการทดลองเสมือนจริง ใช้งานง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเสริมการประเมินผล เช่น… ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ… กิจกรรม ‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
มทร.กรุงเทพ เปิดให้ 235 ทุนเรียนต่อ ป.ตรี รอบ 2 ยกเว้นค่าบำรุงการศึกษาและค่าลงทะเบียนเหมาจ่ายตลอดหลักสูตร สมัครด่วนวันนี้ tui sakrapeeMay 25, 2026 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ประกาศเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 2) ประเภททุนการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา มุ่งสนับสนุนเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถเด่นในด้านต่าง ๆ และบุตรข้าราชการผู้เสียสละ โดยเปิดรับสมัครรวมทั้งสิ้น 235 ทุน เพื่อเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย… ถ้าสนใจเทคโนโลยีอาหาร + อยากเข้าใจโลกของอาหารฮาลาล? คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต EZ WebmasterMay 22, 2026 ขอแนะนำโปรแกรม “เทคโนโลยีอาหารฮาลาล และธุรกิจอาหารฮาลาล” เรียนรู้ครบทั้ง “วิทยาศาสตร์อาหาร” “หลักศาสนาอิสลาม” และ “มาตรฐานฮาลาล” พร้อมฝึกจริง ทำจริง ในห้องปฏิบัติการและสถานประกอบการจริง เรียนรู้หลักการผลิตและมาตรฐานฮาลาลทั้งไทยและสากล การขอและให้การรับรองมาตรฐานจากผู้เชี่ยวช ฝึกทักษะพื้นฐานและขั้นสูง ในห้องปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.รังสิต สัมผัสประสบการณ์ตรวจสอบอาหารฮาลาล… ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน EZ WebmasterMay 22, 2026 ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสศึกษาต่อในต่างประเทศ ข่าวดีสำหรับปีนี้ เมื่อรัฐบาลโรมาเนีย โดย Romanian Agency for Investments and… ครู-อาจารย์ เปิดเทอมใหม่สนุกกว่าเดิม! สสวท. ส่ง 4 สื่อ Interactive ฟิสิกส์ ม.ปลาย ชวนทดลองจริง เรียนรู้เข้าใจง่าย ฟรี! ทุกที่ ทุกเวลา EZ WebmasterMay 29, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ด้วยสื่อ Interactive ฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4 เรื่องใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันผ่านกิจกรรมทดลองเสมือนจริงที่สนุก เข้าใจง่าย และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ โดยผู้เรียนสามารถทดลองปรับค่าตัวแปร สังเกตผลลัพธ์ และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ การหาความยาวคลื่นแสงโดยใช้เกรตติง… สสวท. ชวนครูไทยเปิดเทอมอย่างมั่นใจ ใช้ฟรี “My IPST” แพลตฟอร์มสื่อการสอนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล EZ WebmasterMay 27, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญชวนคุณครูทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วย “My IPST” ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมสื่อการสอนคุณภาพสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมจุดเด่นที่ครูไม่ควรพลาด ปะกอบด้วย แนวการจัดการเรียนรู้ วีดิทัศน์ ใบกิจกรรม ไฟล์นำเสนอ PowerPoint แบบฝึกหัด แบบทดสอบ Infographic เกม และการทดลองเสมือนจริง ใช้งานง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเสริมการประเมินผล เช่น… ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ… กิจกรรม ‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ถ้าสนใจเทคโนโลยีอาหาร + อยากเข้าใจโลกของอาหารฮาลาล? คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต EZ WebmasterMay 22, 2026 ขอแนะนำโปรแกรม “เทคโนโลยีอาหารฮาลาล และธุรกิจอาหารฮาลาล” เรียนรู้ครบทั้ง “วิทยาศาสตร์อาหาร” “หลักศาสนาอิสลาม” และ “มาตรฐานฮาลาล” พร้อมฝึกจริง ทำจริง ในห้องปฏิบัติการและสถานประกอบการจริง เรียนรู้หลักการผลิตและมาตรฐานฮาลาลทั้งไทยและสากล การขอและให้การรับรองมาตรฐานจากผู้เชี่ยวช ฝึกทักษะพื้นฐานและขั้นสูง ในห้องปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.รังสิต สัมผัสประสบการณ์ตรวจสอบอาหารฮาลาล… ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน EZ WebmasterMay 22, 2026 ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสศึกษาต่อในต่างประเทศ ข่าวดีสำหรับปีนี้ เมื่อรัฐบาลโรมาเนีย โดย Romanian Agency for Investments and…
ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน EZ WebmasterMay 22, 2026 ทุนรัฐบาลโรมาเนีย ARICE Scholarship 2026/2027 เปิดรับนักศึกษาไทย! เรียนฟรีระดับปริญญาตรี–เอก พร้อมเงินรายเดือน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสศึกษาต่อในต่างประเทศ ข่าวดีสำหรับปีนี้ เมื่อรัฐบาลโรมาเนีย โดย Romanian Agency for Investments and…
เปิดเทอมใหม่สนุกกว่าเดิม! สสวท. ส่ง 4 สื่อ Interactive ฟิสิกส์ ม.ปลาย ชวนทดลองจริง เรียนรู้เข้าใจง่าย ฟรี! ทุกที่ ทุกเวลา EZ WebmasterMay 29, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ด้วยสื่อ Interactive ฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4 เรื่องใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันผ่านกิจกรรมทดลองเสมือนจริงที่สนุก เข้าใจง่าย และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ โดยผู้เรียนสามารถทดลองปรับค่าตัวแปร สังเกตผลลัพธ์ และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ การหาความยาวคลื่นแสงโดยใช้เกรตติง… สสวท. ชวนครูไทยเปิดเทอมอย่างมั่นใจ ใช้ฟรี “My IPST” แพลตฟอร์มสื่อการสอนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล EZ WebmasterMay 27, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญชวนคุณครูทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วย “My IPST” ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมสื่อการสอนคุณภาพสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมจุดเด่นที่ครูไม่ควรพลาด ปะกอบด้วย แนวการจัดการเรียนรู้ วีดิทัศน์ ใบกิจกรรม ไฟล์นำเสนอ PowerPoint แบบฝึกหัด แบบทดสอบ Infographic เกม และการทดลองเสมือนจริง ใช้งานง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเสริมการประเมินผล เช่น… ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ… กิจกรรม ‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
สสวท. ชวนครูไทยเปิดเทอมอย่างมั่นใจ ใช้ฟรี “My IPST” แพลตฟอร์มสื่อการสอนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล EZ WebmasterMay 27, 2026 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญชวนคุณครูทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วย “My IPST” ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมสื่อการสอนคุณภาพสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมจุดเด่นที่ครูไม่ควรพลาด ปะกอบด้วย แนวการจัดการเรียนรู้ วีดิทัศน์ ใบกิจกรรม ไฟล์นำเสนอ PowerPoint แบบฝึกหัด แบบทดสอบ Infographic เกม และการทดลองเสมือนจริง ใช้งานง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเสริมการประเมินผล เช่น… ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ… กิจกรรม ‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ EZ WebmasterMay 26, 2026 ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2”… ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ…
ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล EZ WebmasterMay 26, 2026 ศธ.ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คุมปัญหาเด็กติดจอ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศวางกติกาใช้มือถือ พร้อมเร่งรับมือภัยโซเชียล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหาการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชนไทย หลังประเด็นเรื่อง “เด็กติดหน้าจอ” (Screen Time) และผลกระทบจากการเสพคอนเทนต์ออนไลน์ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้น กำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น ล่าสุด นายประเสริฐ…
‘สวนสุนันทา’ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี tui sakrapeeMay 29, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ หอเกียรติยศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา… “ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026 EZ Webmaster Related Posts สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย 3 สถาบันอุดมศึกษาในเกาะรัตนโกสินทร์ ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED ม.พะเยา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รับ 220 ที่นั่ง สมัครได้ 2 อันดับ Post navigation PREVIOUS Previous post: ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GEDNEXT Next post: ม.บูรพา เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 รับตรงอิสระ สมัครได้ 4 อันดับ เปิดรับ 12 คณะทั่วประเทศ Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
“ช่อง 9 อสมท” จับมือ นิเทศศาสตร์สวนสุนันทา เปิดเวทีจริงปั้นนักสื่อสารยุคใหม่ ดันนักศึกษาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศ และอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ tui sakrapeeMay 26, 2026 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักศึกษาก้าวสู่โลกวิชาชีพจริง จับมือ “ช่อง 9 อสมท” องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่… สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network… Search for: Search
สวนสุนันทา ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University tui sakrapeeMay 13, 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุกหนัก! ผนึกกำลัง ‘สถาบันนวัตกรรมฯ จุฬาฯ’ เปิดตัวโครงการ “Digital Transformation Champions”ปั้นบุคลากรนำร่อง สู่ Digital University เต็มรูปแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำสถาบันการศึกษายุคใหม่ เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University)… รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network…
รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล EZ WebmasterMay 13, 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย พร้อมใบ Certificate จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เสริมทักษะอาชีพระดับสากล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เปิดโอกาสให้คนไทยและผู้สนใจทั่วโลกเข้าถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์คุณภาพสูงฟรี ผ่านโครงการ Online Professional English Network…
EZ Webmaster May 29, 2026 EZ Webmaster May 29, 2026 มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95% 72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้ 94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม – 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ? ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้ หญิง 1,055 คน (59.37%) ชาย 606 คน (34.10%) LGBTQIA+ 72 คน (4.05%) ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%) เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45% “สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59% และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09% ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้ ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้ เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%) ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%) เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%) ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%) ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%) จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%) ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%) เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%) ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%) จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วนอินโดนีเซียก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%) อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%) อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%) ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%) อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%) จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ในมาเลเซียเองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับประกาศความร่วมมือกับ TikTok เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Happy Learning และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ อินโดนีเซียกำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้ ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%) ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%) แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%) ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%) ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%) โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%) ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%) ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%) ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%) เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%) ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65% เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล อินโดนีเซียเพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว ดูข้อมูลได้ที่ : https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026
สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมาย “มทร.ธัญบุรี” เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหารและยกระดับการศึกษาไทย
ม.แม่โจ้ เปิดรับ TCAS69 รอบ 4 Direct Admission สมัคร 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 69 รองรับทั้ง ม.6 ปวช. กศน. และ GED