อัครนันท์ สั่ง สสวท. รื้อหลักสูตรวิทย์-คณิต ชี้เนื้อหาหนักเกินวัย เร่งปรับให้ “ย่อยง่าย” ลดภาระเด็กและครู

อัครนันท์ สั่ง สสวท. รื้อหลักสูตรวิทย์-คณิต ชี้เนื้อหาหนักเกินวัย เร่งปรับให้ “ย่อยง่าย” ลดภาระเด็กและครู

กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเดินหน้าปรับครั้งใหญ่ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ หลังพบว่าเนื้อหาหลายส่วน “ยากและลึกเกินวัย” จนเด็กจำนวนมากเรียนไม่ทัน ขณะที่ครูและโรงเรียนยังขาดอุปกรณ์และสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ว่า ได้มอบนโยบายสำคัญ 7 ด้าน เพื่อเร่งปรับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนมากขึ้น พร้อมลดภาระทั้งนักเรียนและครู

ชี้หลักสูตรไทย “ใส่ปุ๋ยเร่งโต” เด็กหลายคนโตไม่ทัน

นายอัครนันท์ ระบุว่า ปัจจุบันหลักสูตรและหนังสือเรียนของ สสวท. มีเนื้อหาหลายส่วนที่ลงลึกเกินไป โดยบางเรื่องประเทศไทยสอนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ขณะที่ต่างประเทศเรียนในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย

“หลักสูตรของเราเหมือนใส่ปุ๋ยเร่งโตเกินไป จนเด็กหลายคนโตไม่ทันปุ๋ยนี้” รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. กล่าว

พร้อมเสนอให้ สสวท. ปรับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ให้เข้าใจง่ายขึ้น และสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนในแต่ละช่วงวัย


หนังสือเรียนหนักเกินไป เสนอใช้ QR Code ช่วยสอนแทนเนื้อหาอัดแน่น

อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มีขนาดหนาและน้ำหนักมาก ทำให้นักเรียนต้องแบกหนังสือจำนวนมากในแต่ละวัน

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เสนอให้ปรับรูปแบบหนังสือเรียนให้เบาและอ่านง่ายขึ้น พร้อมใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น

  • แทรก QR Code ในแบบฝึกหัด
  • เชื่อมไปยังคลิปอธิบายหรือการพิสูจน์ทฤษฎี
  • ให้นักเรียนสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับการผลักดัน “Hybrid Learning” ที่ใช้สื่อดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริมการเรียนในห้องเรียนมากขึ้น


โรงเรียนเล็กขาดอุปกรณ์ จนต้อง “ทำแลปแห้ง”

นอกจากปัญหาหลักสูตรแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากรทางการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ที่ขาดห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ทดลอง

หลายแห่งต้องใช้วิธี “แลปแห้ง” หรือการสอนแบบไม่มีการทดลองจริง ทำให้นักเรียนขาดประสบการณ์เรียนรู้เชิงปฏิบัติ

นายอัครนันท์ จึงเสนอให้ สสวท. ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อสนับสนุนงบประมาณด้านอุปกรณ์และสื่อการสอนเพิ่มเติม


ลดภาระงานครู เปิดทางพัฒนาทักษะใหม่

อีกประเด็นสำคัญคือ การพัฒนาครูผู้สอน โดยมองว่าเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่เปลี่ยนแปลงเร็ว ครูจึงควรได้รับการอบรมและอัปเดตทักษะอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. มองว่าควรลด “ภาระการอบรมที่ไม่จำเป็น” ของครูลง เพื่อให้ครูมีเวลาพัฒนาการสอนอย่างแท้จริง


ดัน Project 14 ใช้ AI ตอบคำถามนักเรียนแบบ Interactive

ในส่วนของการเรียนออนไลน์ นายอัครนันท์ เสนอให้โครงการ Project 14 ของ สสวท. พัฒนาไปสู่ระบบ Interactive มากขึ้น

แนวคิดสำคัญคือ การนำ AI เข้ามาช่วยตอบคำถามผู้เรียนแบบทันที เมื่อเกิดข้อสงสัยระหว่างเรียน ซึ่งจะช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้มากขึ้น


เป้าหมายใหม่: ทำวิทย์-คณิตให้ “เข้าถึงง่าย” สำหรับเด็กทุกคน

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของการปรับหลักสูตรครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การแก้หนังสือเรียน แต่ต้องการทำให้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์กลายเป็นเรื่องที่เด็กทุกคนเข้าถึงได้

พร้อมมองว่า สสวท. ควรมีบทบาทมากกว่าการจัดทำหลักสูตร แต่ต้องเป็น “รากฐานสำคัญ” ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต


สัญญาณสำคัญของการศึกษาไทย?

การปรับหลักสูตรวิทย์-คณิตครั้งนี้ อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญว่า ระบบการศึกษาไทยกำลังเริ่มขยับจากแนวคิด “เรียนหนักไว้ก่อน” ไปสู่การออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะกับผู้เรียนมากขึ้น

คำถามต่อจากนี้คือ การปรับหลักสูตรจะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหน และจะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนเมืองกับโรงเรียนชนบทได้จริงหรือไม่

เพราะท้ายที่สุดแล้ว “การเรียนรู้ที่ดี” อาจไม่ใช่การเรียนที่ยากที่สุด แต่คือการเรียนที่เด็กเข้าถึง เข้าใจ และนำไปใช้ได้จริง


เรียบเรียงโดย Eduzones.com
อ้างอิงข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *