จากเริ่มเรียนวัย 13 สู่บัณฑิตนิติศาสตร์วัย 16 ปี “ฐิตาภรณ์ บุญแน่น” กับเส้นทาง Pre-degree ม.รามคำแหง

จากเริ่มเรียนวัย 13 สู่บัณฑิตนิติศาสตร์วัย 16 ปี “ฐิตาภรณ์ บุญแน่น” กับเส้นทาง Pre-degree ม.รามคำแหง

การเข้าใจเป้าหมายของตัวเอง มีวินัยในการเรียน และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เป็นส่วนสำคัญในเส้นทางของ “หนึ่ง–ฐิตาภรณ์ บุญแน่น” ผู้สำเร็จการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในวัย 16 ปี หลังเริ่มสะสมหน่วยกิตผ่านระบบ Pre-degree ตั้งแต่อายุ 13 ปี

เรื่องราวที่เผยแพร่ผ่านเพจ สวัสดีนี่อาจารย์แป้งเอง-It’s me “Pang” ถ่ายทอดทั้งความตั้งใจ เทคนิคการเรียน และการแบ่งเวลาของฐิตาภรณ์ ซึ่งเรียนกฎหมายควบคู่กับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จนสามารถต่อยอดสู่การสำเร็จปริญญาตรีได้ภายในระยะเวลารวม 3 ปี

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้มีทั้งการฟังบรรยายอย่างสม่ำเสมอ การอ่านเพื่อทำความเข้าใจ และการฝึกเขียนตอบข้อสอบ รวมถึงครอบครัวที่คอยให้คำปรึกษาและรับฟังในวันที่เธอเหนื่อยล้า

แรงบันดาลใจจากครอบครัว สู่การเริ่มเรียนกฎหมายตั้งแต่วัย 13 ปี

ฐิตาภรณ์เล่าว่า ความสนใจด้านกฎหมายเริ่มต้นจากความผูกพันในครอบครัว คุณพ่อและสมาชิกในครอบครัวทำงานด้านกฎหมาย ทำให้เธอได้ซึมซับเรื่องราวของวิชาชีพนี้มาตั้งแต่เด็ก อีกหนึ่งความทรงจำสำคัญคือการเดินทางไปร่วมงานรับปริญญาของคุณพ่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ความสนใจดังกล่าวเติบโตขึ้นพร้อมกับการชมซีรีส์เกี่ยวกับผู้พิพากษาและทนายความ ซึ่งทำให้เธอมองเห็นเสน่ห์ของการทำงานด้านกฎหมาย และบทบาทในการสร้างความยุติธรรมให้กับสังคม

เมื่อรู้จัก ระบบ Pre-degree ที่เปิดโอกาสให้เรียนสะสมหน่วยกิตล่วงหน้า เธอจึงตัดสินใจเริ่มต้นเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในวัย 13 ปี ควบคู่กับการเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

สะสม 97 หน่วยกิตก่อนจบมัธยมปลาย ใช้เวลาเรียนรวม 3 ปี

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ฐิตาภรณ์สามารถสะสมหน่วยกิตจากการเรียน Pre-degree ได้แล้ว 97 หน่วยกิต ก่อนเรียนต่อจนครบหลักสูตรและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในวัย 16 ปี โดยใช้เวลาเรียนรวม 3 ปี

เธอเล่าถึงวันที่ทราบผลการศึกษาว่า รู้สึกดีใจ ตื่นเต้น และถึงกับน้ำตาไหล เพราะตลอดเส้นทางตระหนักดีว่าการเรียนนิติศาสตร์ต้องใช้ความพยายามสูง จึงตั้งใจพัฒนาตัวเองและให้ความสำคัญกับการฟังบรรยาย เพื่อเข้าใจเนื้อหาและขอบเขตของแต่ละวิชา

การเรียนสองระดับควบคู่กันยังเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เธอได้ฝึกความรับผิดชอบและความมุ่งมั่น ขณะเดียวกัน เธอเล่าว่ายังคงเรียนและใช้เวลาร่วมกับเพื่อนตามปกติ ก่อนแบ่งเวลาหลังเลิกเรียนให้กับวิชากฎหมาย

เทคนิคการเรียน: เข้าใจภาพรวมก่อน แล้วค่อยเจาะประเด็นสำคัญ

แนวทางการเรียนของฐิตาภรณ์ให้ความสำคัญกับ ความเข้าใจควบคู่การฝึกฝน โดยเริ่มจากดูคลิปบรรยายของอาจารย์ในแต่ละวิชาให้ครบ เพื่อมองเห็นภาพรวมของเนื้อหา ก่อนอ่านหนังสือจนจบรอบแรก แล้วกลับมาทบทวนเพื่อจับใจความสำคัญอีกครั้ง

สำหรับการเรียนกฎหมาย เธอเน้นทำความเข้าใจตัวบทและองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ชัดเจน เมื่อเข้าใจเหตุผลและความเชื่อมโยงของเนื้อหาแล้ว จึงช่วยให้จดจำได้ง่ายขึ้น

แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเตรียมสอบของเธอมีลำดับชัดเจน ตั้งแต่รับฟังคำอธิบาย อ่านทบทวน ไปจนถึงตรวจสอบว่าตนเองเข้าใจประเด็นสำคัญของวิชานั้นมากน้อยเพียงใด

ฝึกเขียนตอบข้อสอบ เพื่อจัดระเบียบความคิดทางกฎหมาย

อีกส่วนสำคัญคือการฝึกเขียนตอบข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยศึกษาจาก แนวคำตอบของคณะ หรือ “ธงคณะ” เพื่อเรียนรู้วิธีอธิบายคำตอบให้เป็นขั้นตอน ได้แก่

  • วางหลักกฎหมาย ระบุหลักที่เกี่ยวข้องกับประเด็นในโจทย์
  • ปรับข้อเท็จจริงเข้ากับหลักกฎหมาย อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ในโจทย์กับหลักที่นำมาใช้
  • สรุปวินิจฉัย ตอบประเด็นให้ชัดเจนและสอดคล้องกับเหตุผลที่อธิบายไว้

ฐิตาภรณ์มองว่าการฝึกเขียนบ่อย ๆ ช่วยจัดระเบียบความคิดและทำให้ตอบข้อสอบได้ตรงประเด็นมากขึ้น เป็นการฝึกนำความรู้ที่อ่านมาไปใช้กับคำถามจริง

แบ่งเวลาอย่างมีวินัย ไม่รอเร่งอ่านช่วงใกล้สอบ

เมื่อต้องเรียนมัธยมปลายควบคู่กับ Pre-degree ฐิตาภรณ์ใช้วิธีจัดลำดับความสำคัญ โดยตั้งใจเรียนและจัดการงานของระดับมัธยมให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงแบ่งเวลาให้กับการดูคลิปบรรยายและอ่านหนังสือกฎหมาย

เธอพยายามติดตามเนื้อหาของแต่ละวิชาอย่างต่อเนื่อง เพราะวิชากฎหมายมีรายละเอียดมากและต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ หากปล่อยให้เนื้อหาสะสมแล้วค่อยเร่งอ่านก่อนสอบ อาจทำให้จัดการเวลาได้ยาก

ความสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจของวิธีเรียน ทั้งการเคลียร์งานที่อยู่ตรงหน้า การทบทวนเนื้อหา และการค่อย ๆ เตรียมความพร้อมก่อนถึงวันสอบ

ครอบครัวคอยสนับสนุน ทั้งคำปรึกษาและกำลังใจ

ฐิตาภรณ์กล่าวถึงคุณพ่อคุณแม่ว่าเป็นบุคคลสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จ ทั้งการสนับสนุนด้านการศึกษา การรับฟัง และการให้กำลังใจในช่วงที่ต้องอ่านหนังสือหนัก

คุณพ่อซึ่งทำงานด้านกฎหมายยังเป็นผู้ให้คำปรึกษาเมื่อเธอพบเนื้อหาที่ไม่เข้าใจ ทำให้มีโอกาสซักถามและเรียนรู้เพิ่มเติมจากคนใกล้ตัว

เรื่องราวส่วนนี้ช่วยให้เห็นว่า เส้นทางของเธอประกอบด้วยทั้งความพยายามส่วนบุคคลและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยมีครอบครัวช่วยประคับประคองตลอดทาง

เป้าหมายต่อไป: พัฒนาความรู้สู่เส้นทางวิชาชีพกฎหมาย

ฐิตาภรณ์สนใจ กฎหมายเอกชนและธุรกิจ เป็นพิเศษ เพราะมองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คน

ตามข้อมูลในบทสัมภาษณ์ เธอได้สมัครอบรมใบอนุญาตว่าความภาคทฤษฎี รุ่น 68 และอยู่ระหว่างเตรียมสมัครศึกษาต่อในชั้นเนติบัณฑิต พร้อมวางแผนเรียนต่อระดับปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อพัฒนาความรู้และเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางวิชาชีพในอนาคต

ข้อคิดถึงคนที่กำลังเริ่มต้นตามความฝัน

ฐิตาภรณ์ฝากข้อความถึงผู้ที่สนใจเรียนนิติศาสตร์หรือระบบ Pre-degree ว่า

“การเริ่มต้นลงมือทำตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่ามาก ๆ”

เธอให้ความสำคัญกับการมีเป้าหมายที่ชัดเจน ความมีวินัย และความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้ที่กำลังพยายามเรียนรู้เนื้อหาที่ท้าทาย

สำหรับนักเรียนที่อ่านเรื่องราวนี้ สิ่งที่นำไปปรับใช้ได้คือการค้นหาความสนใจของตนเอง วางแผนการเรียนให้เหมาะกับความพร้อม และขอคำแนะนำจากครอบครัวหรือครูเมื่อจำเป็น การจบปริญญาตรีวัย 16 ปีเป็นเส้นทางเฉพาะของฐิตาภรณ์ ไม่ใช่เส้นตายที่ทุกคนต้องทำให้ได้เหมือนกัน

ความสำเร็จของเธอจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นว่า เมื่อรู้จักโอกาสทางการศึกษาและค่อย ๆ ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายที่เคยดูไกลก็สามารถขยับเข้ามาใกล้ได้ทีละขั้น

ที่มา: เรื่องราวและบทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่ผ่านเพจ สวัสดีนี่อาจารย์แป้งเอง-It’s me “Pang” ตามข้อมูลที่ได้รับ
รายละเอียดการสมัครอบรมและแผนศึกษาต่อเป็นข้อมูล ณ ช่วงเวลาที่ให้สัมภาษณ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *