แพทย์ธรรมศาสตร์ TCAS70 รับโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท 109 ที่นั่ง เช็กพื้นที่สมัคร คะแนนสอบ และเงื่อนไขทุนรัฐบาล

แพทย์ธรรมศาสตร์ TCAS70 รับโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท 109 ที่นั่ง เช็กพื้นที่สมัคร คะแนนสอบ และเงื่อนไขทุนรัฐบาล

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกาศเกณฑ์รับนักศึกษาแพทย์ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท ปีการศึกษา 2570 จำนวน 109 คน ผ่านรอบโควตา เปิดสมัครวันที่ 15–30 มีนาคม 2570 ผู้สมัครต้องตรวจสอบทั้งภูมิลำเนา ที่ตั้งโรงเรียน และคะแนนสอบ โดยผู้ได้รับคัดเลือกมีสถานะเป็นผู้ได้รับทุนรัฐบาล พร้อมข้อผูกพันปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษา

สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนแพทย์และกลับไปดูแลประชาชนในพื้นที่ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นอีกเส้นทางที่ควรศึกษาอย่างละเอียด เพราะนอกจากผลสอบแล้ว การคัดเลือกยังพิจารณาตามจำนวนที่นั่งที่จัดสรรให้แต่ละจังหวัดด้วย

อย่างไรก็ตาม สถานะ “ผู้ได้รับทุนรัฐบาล” ไม่ได้ยืนยันว่าได้รับยกเว้นค่าเล่าเรียนหรือมีเงินรายเดือนครบทุกคน ประกาศรับสมัครฉบับนี้ระบุเรื่องสถานะทุนและสัญญาปฏิบัติงาน แต่ไม่ได้แจกแจงสิทธิสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขทางการเงินและสัญญาควบคู่กันก่อนตัดสินใจ

ตรวจสอบข้อมูลจากประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยขณะนี้เป็นการประกาศเกณฑ์ล่วงหน้า ยังไม่ถึงช่วงเปิดรับสมัคร

สรุปข้อมูลสำคัญก่อนสมัคร

รายการ รายละเอียด
หลักสูตร แพทยศาสตรบัณฑิต
โครงการ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท
ปีการศึกษา 2570
รอบรับสมัคร รอบโควตา
จำนวนรับ 109 คน
ผู้สมัครหลัก นักเรียนที่กำลังศึกษา ม.6 หรือระบบการศึกษาที่ประกาศรองรับ
อายุ ไม่เกิน 21 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ 30 มีนาคม 2570
ภูมิลำเนา ผู้สมัครและบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย ต้องเข้าเงื่อนไขพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด
คะแนนสอบ A-Level และ TPAT 1 ตามเกณฑ์เฉพาะโครงการ
สมัครออนไลน์ 15–30 มีนาคม 2570
ค่าสมัครขั้นตอนที่ 1 200 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมธนาคาร
ค่าประเมินขั้นตอนที่ 2 1,500 บาท

เรียนที่ไหนบ้างตลอดหลักสูตร 6 ปี

นักศึกษาในโครงการไม่ได้เรียนที่ศูนย์รังสิตตลอดทั้งหลักสูตร โดยแบ่งสถานที่ศึกษาเป็นสองช่วง ได้แก่

  • ชั้นปีที่ 1–3 ศึกษาที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
  • ชั้นปีที่ 4–6 ศึกษาชั้นคลินิกในศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกของโรงพยาบาลที่ร่วมโครงการ

จำนวนรับแยกตามศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกมีดังนี้

พื้นที่ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก จำนวนรับ
ภาคกลาง โรงพยาบาลสระบุรี 28 คน
ภาคกลาง โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา 12 คน
ภาคตะวันออก โรงพยาบาลพุทธโสธร 27 คน
ภาคใต้ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี 28 คน
ภาคใต้ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ 14 คน
รวม 109 คน

ผู้สมัครควรทำความเข้าใจทั้งสถานที่เรียนชั้นคลินิกและเงื่อนไขการจัดสรรจังหวัดปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน

เปิดโควตารายจังหวัด: 109 ที่นั่งไม่ได้แข่งขันรวมทั้งประเทศ

ประกาศกำหนดจำนวนที่นั่งสำหรับผู้สมัครจากพื้นที่เป้าหมาย 11 จังหวัด แบ่งเป็นภาคกลาง 40 คน ภาคตะวันออก 27 คน และภาคใต้ 42 คน

กลุ่มพื้นที่ จังหวัดภูมิลำเนา จำนวนที่นั่ง
ภาคกลาง สระบุรี 5
ภาคกลาง ลพบุรี 13
ภาคกลาง สิงห์บุรี 5
ภาคกลาง อ่างทอง 7
ภาคกลาง พระนครศรีอยุธยา 10
ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา 8
ภาคตะวันออก ปราจีนบุรี 9
ภาคตะวันออก สระแก้ว 10
ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี 22
ภาคใต้ ชุมพร 13
ภาคใต้ ระนอง 7
รวม 109

คณะกรรมการจะเรียงลำดับคะแนนภายในจังหวัดตามหลักเกณฑ์ของโครงการ หากจังหวัดใดมีผู้ผ่านการคัดเลือกไม่ครบ อาจพิจารณาผู้สมัครจากจังหวัดอื่นในพื้นที่การรับของศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกเดียวกันทดแทน ตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด

ดังนั้น การมีคะแนนผ่านขั้นต่ำจึงยังไม่เท่ากับได้รับสิทธิ์เข้าศึกษา เพราะต้องพิจารณาจำนวนที่นั่งและลำดับคะแนนร่วมด้วย

คุณสมบัติผู้สมัคร: เช็กอายุ การศึกษา และภูมิลำเนาให้ครบ

สัญชาติและอายุ

ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย และอายุไม่เกิน 21 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัครออนไลน์ คือ วันที่ 30 มีนาคม 2570

สถานภาพการศึกษา

ต้องกำลังศึกษาอยู่ในระดับใดระดับหนึ่งต่อไปนี้

  • มัธยมศึกษาปีที่ 6
  • Grade 12 ตามระบบการศึกษาของอเมริกา
  • Year 13 ตามระบบการศึกษาของอังกฤษ

ผู้สมัครต้องศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตลอดจนจบหลักสูตร และมีคุณสมบัติด้านสถานศึกษาตามประกาศ โดยโครงการระบุว่า ไม่รับผู้สอบเทียบชั้นหรือผู้สำเร็จการศึกษาจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน

จึงไม่ควรตีความคำว่า “ม.6 หรือเทียบเท่า” ว่าครอบคลุมวุฒิทุกประเภทโดยอัตโนมัติ

ภูมิลำเนาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี

เงื่อนไขนี้ใช้กับบุคคลสองส่วน ได้แก่

  1. ตัวผู้สมัคร
  2. บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย

ทั้งสองส่วนต้องมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านในพื้นที่การรับต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ 30 มีนาคม 2570 ตามรายละเอียดในประกาศ

กรณีบิดาหรือมารดาเป็นข้าราชการและโยกย้ายออกจากพื้นที่ตามคำสั่งก่อนครบกำหนด ต้องแสดงเอกสารการโยกย้ายเพื่อขออนุโลม การมีเหตุเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นโดยอัตโนมัติ

จุดที่ต้องแยกให้ชัด: จังหวัดภูมิลำเนากับจังหวัดที่ตั้งโรงเรียนใช้เกณฑ์ต่างกัน

แม้ภูมิลำเนาที่มีสิทธิ์สมัครจะกำหนดไว้ 11 จังหวัด แต่โรงเรียนที่ผู้สมัครศึกษาอยู่สามารถตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กว้างกว่า โดยต้องตรงกับกลุ่มพื้นที่รับสมัครของตน

ผู้สมัครพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก

โรงเรียนต้องตั้งอยู่ใน 25 จังหวัดที่ประกาศกำหนด ได้แก่

ชัยนาท นครนายก นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว

กรุงเทพมหานครไม่อยู่ในรายชื่อพื้นที่ตั้งโรงเรียนกลุ่มนี้

ผู้สมัครพื้นที่ภาคใต้

โรงเรียนต้องตั้งอยู่ใน 14 จังหวัด ได้แก่

กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สตูล สงขลา สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ยะลา และปัตตานี

ตัวอย่างเช่น ผู้มีภูมิลำเนาในจังหวัดระนองอาจเรียนอยู่ในโรงเรียนจังหวัดภาคใต้อื่นที่ประกาศรองรับได้ หากผ่านเงื่อนไขทั้งหมด แต่การเรียนในโรงเรียนจังหวัดภาคใต้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผู้ที่มีภูมิลำเนานอกพื้นที่เป้าหมายมีสิทธิ์สมัคร

ใช้คะแนนอะไรบ้าง: A-Level 85% และ TPAT 1 อีก 15%

การคัดเลือกแบ่งเป็นสองขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกใช้คะแนนสอบข้อเขียน ได้แก่

  • A-Level น้ำหนัก 85%
  • TPAT 1 น้ำหนัก 15%

ผู้สมัครต้องมีผลสอบ A-Level ครบรายการที่ใช้ ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา

สัดส่วนภายในส่วนคะแนน A-Level

กลุ่มวิชา สัดส่วนที่ระบุในส่วน A-Level
วิทยาศาสตร์: ฟิสิกส์ 10% เคมี 20% และชีววิทยา 25% รวม 55%
คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 10%
ภาษาอังกฤษ 20%
ภาษาไทยและสังคมศึกษา รวม 15%
รวมภายในส่วน A-Level 100%

สัดส่วนในตารางนี้เป็นองค์ประกอบภายในส่วน A-Level ซึ่งมีน้ำหนักรวม 85% ของคะแนนขั้นตอนแรก ไม่ควรนำตัวเลขไปบวกกับ TPAT 1 โดยตรง

สำหรับภาษาไทยและสังคมศึกษา ตารางต้นฉบับแสดงน้ำหนักรวม 15% ในช่องเดียว โดยไม่ได้แจกแจงแยกเป็นรายวิชา ผู้สมัครที่ต้องการคำนวณคะแนนควรตรวจสอบวิธีประมวลผลกับคณะแพทยศาสตร์ก่อนใช้สูตรประมาณการ

คะแนนขั้นต่ำที่ต้องตรวจสอบ

ประกาศระบุเงื่อนไขคะแนน A-Level ในรายการข้อ 1–5 ของตาราง ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ว่าต้องไม่น้อยกว่า 30% ของคะแนนเต็ม

เนื่องจากกลุ่มวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยสามวิชาย่อย ผู้สมัครควรยึดรายละเอียดและคำชี้แจงของคณะในการตรวจเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่ควรสรุปสูตรเพิ่มเติมเองจากตาราง

นอกจากนี้ คะแนนรวมขั้นตอนที่ 1 ต้องไม่น้อยกว่า 50% ตามเกณฑ์ปกติที่ประกาศกำหนด โดยคณะกรรมการมีเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการพิจารณาปรับคะแนนผ่านขั้นต่ำในบางกรณีที่ผู้ผ่านเกณฑ์ในพื้นที่มีจำนวนไม่เพียงพอ

โครงการกำหนดใช้คะแนน TPAT 1 ที่สอบวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570 และ A-Level ที่สอบวันที่ 13–15 มีนาคม 2570 เท่านั้น ตามประกาศรับสมัครฉบับนี้

สัมภาษณ์มีผลต่อคะแนนสุดท้าย ไม่ใช่แค่ผ่านหรือไม่ผ่าน

ผู้ผ่านขั้นตอนแรกต้องเข้ารับการประเมินขั้นตอนที่ 2 ให้ครบ ได้แก่ การสัมภาษณ์ การตรวจร่างกายและสุขภาพ และการประเมินอื่นหากคณะกรรมการกำหนด

คะแนนคัดเลือกสุดท้ายประกอบด้วย

องค์ประกอบ น้ำหนักหรือผลการประเมิน
คะแนนรวมจากขั้นตอนที่ 1 90%
คะแนนสอบสัมภาษณ์ 10%
ตรวจร่างกายและสุขภาพ ได้/ตก
การประเมินอื่นตามที่กำหนด หากมี ได้/ตก

ผู้สมัครจึงควรเตรียมทั้งความพร้อมทางวิชาการ ความเข้าใจวิชาชีพ และเหตุผลที่ต้องการเข้าร่วมโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท

ด้านสุขภาพ ต้องพิจารณาตามเกณฑ์เฉพาะหลักสูตรและผลประเมินของคณะ ไม่ควรสรุปว่าการมีโรคประจำตัวหรือความพิการทุกประเภททำให้หมดสิทธิ์ เพราะนโยบายรับเข้าของคณะระบุถึงการพิจารณาตามศักยภาพและการสนับสนุนผู้เรียนด้วย

“ทุนรัฐบาล” ครอบคลุมอะไร และมีข้อผูกพันอย่างไร

ประกาศระบุว่า ผู้ได้รับคัดเลือกในโครงการนี้ถือเป็นผู้ได้รับทุนรัฐบาล และต้องทำสัญญาปฏิบัติงานในชนบทหลังสำเร็จการศึกษา ตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข

แต่ในประกาศรับสมัคร ไม่ได้แจกแจงวงเงินทุน เงินรายเดือน การยกเว้นค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก หรือค่าเดินทาง และยังให้ตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาจากประกาศของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง

ก่อนรับสิทธิ์ ผู้สมัครและครอบครัวจึงควรขอรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างน้อยสี่เรื่อง ได้แก่

  • ค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนที่ต้องรับผิดชอบเอง และรายการที่มีหน่วยงานสนับสนุน
  • ระยะเวลาและสถานที่ปฏิบัติงานตามสัญญา
  • เงื่อนไขกรณีลาออก ไม่สำเร็จการศึกษา หรือไม่ปฏิบัติงานตามสัญญา
  • ความรับผิดของผู้เรียนและผู้ค้ำประกัน รวมถึงค่าเสียหายหากมี

ประกาศฉบับนี้ไม่ได้ระบุระยะเวลาชดใช้ทุนและยอดเงินกรณีผิดสัญญาไว้อย่างชัดเจน จึงไม่ควรนำเงื่อนไขจากโครงการหรือรุ่นอื่นมาใช้แทน

ส่วนเส้นทางรับราชการ ประกาศกำหนดว่าผู้สำเร็จการศึกษาต้องสอบผ่านและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาก่อน จึงจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการหรือดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข

เอกสารสมัครที่ต้องเตรียม

มหาวิทยาลัยกำหนดให้จัดเตรียมและอัปโหลดเอกสารตามรูปแบบที่กำหนด ประกอบด้วย

  1. ระเบียนแสดงผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตั้งแต่ ม.4 ถึงภาคแรกของ ม.6 หรือระดับที่ประกาศรองรับ
  2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัคร โดยให้ด้านหน้าและด้านหลังอยู่ในหน้าเดียวกัน
  3. สำเนาบัตรประชาชนของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายที่ใช้ประกอบสิทธิ์
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครที่แสดงภูมิลำเนาต่อเนื่องตามเกณฑ์
  5. สำเนาทะเบียนบ้านของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายที่แสดงภูมิลำเนาต่อเนื่องตามเกณฑ์
  6. หนังสือรับรองความประพฤติจากโรงเรียน
  7. ใบรับรองการศึกษาดูงานจากโรงพยาบาล ถ้ามี
  8. หลักฐานเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลของผู้สมัคร ถ้ามี
  9. หลักฐานเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย ถ้ามี

ผู้มีสิทธิ์ประเมินขั้นตอนที่ 2 ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบสมัคร หลักฐานชำระค่าธรรมเนียม และแบบฟอร์มข้อมูลที่คณะประกาศให้ดาวน์โหลด โดยให้ติดตามรายละเอียดหลังประกาศผลขั้นตอนแรก

ใบรับรองการศึกษาดูงานจากโรงพยาบาลระบุว่า “ถ้ามี” จึงไม่ควรนำเสนอว่าเป็นเอกสารบังคับสำหรับผู้สมัครทุกคน

ค่าสมัครเท่าไร และชำระได้ถึงวันไหน

ขั้นตอนที่ 1: 200 บาท

ไม่รวมค่าธรรมเนียมธนาคาร ชำระได้ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพแบบ Bill Payment หรือ QR Code ผ่านแอปธนาคาร ตามรายละเอียดในระบบ

กำหนดชำระเงินคือ 15–31 มีนาคม 2570 โดยวันสุดท้าย วันที่ 31 มีนาคม ต้องชำระภายในเวลา 22.00 น.

ต้องแยกให้ชัดว่า ระบบรับสมัครปิดวันที่ 30 มีนาคม เวลา 15.00 น. การชำระเงินได้ถึงวันถัดไปไม่ได้หมายความว่ายังสร้างใบสมัครใหม่ได้

ขั้นตอนที่ 2: 1,500 บาท

เป็นค่าประเมินการสัมภาษณ์และการตรวจร่างกายและสุขภาพ โดยประกาศระบุให้ชำระ ณ วันตรวจร่างกาย

มหาวิทยาลัยระบุว่าไม่คืนค่าสมัครและค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ ผู้สมัครจึงควรตรวจคุณสมบัติก่อนดำเนินการ

ปฏิทินรับสมัครแพทย์ชนบท ธรรมศาสตร์ ปี 2570

วันเดือนปี กิจกรรม
13 กุมภาพันธ์ 2570 สอบ TPAT 1 ตามวันที่ระบุในประกาศโครงการ
13–15 มีนาคม 2570 สอบ A-Level ตามวันที่ระบุในประกาศโครงการ
15 มีนาคม 2570 เวลา 09.00 น. เปิดระบบรับสมัครออนไลน์
30 มีนาคม 2570 เวลา 15.00 น. ปิดระบบรับสมัครออนไลน์
15–31 มีนาคม 2570 ชำระค่าสมัคร โดยวันที่ 31 มีนาคมปิดรับเวลา 22.00 น.
24 เมษายน 2570 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินขั้นตอนที่ 2
27 เมษายน 2570 สอบสัมภาษณ์
28 เมษายน 2570 ตรวจร่างกายและสุขภาพ โดยกำหนดการอาจปรับตามแต่ละศูนย์ฯ
3 พฤษภาคม 2570 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก
3–4 พฤษภาคม 2570 ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบกลาง TCAS
14 พฤษภาคม 2570 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาที่ผ่านการยืนยันสิทธิ์
แจ้งภายหลัง แสดงความจำนงเข้าศึกษา ทำสัญญา ปฐมนิเทศ และขึ้นทะเบียนนักศึกษา

ผู้สมัครต้องสมัครสอบ TPAT 1 และ A-Level แยกตามกำหนดของหน่วยงานจัดสอบ การสมัครเข้าโครงการของธรรมศาสตร์ไม่ได้เป็นการสมัครสอบทั้งสองรายการให้โดยอัตโนมัติ

ระวังเงื่อนไขสมัครซ้อนและการลงนามยืนยันเรียนแพทย์

ประกาศกำหนดข้อห้ามสมัครร่วมกับโครงการรับเข้าบางโครงการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่

  • ธรรมศาสตร์ช้างเผือก
  • รับนักเรียนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • ส่งเสริมนักเรียนเรียนดีภาคกลาง
  • โครงการที่เกี่ยวข้องกับ สอวน. และ สสวท. ตามชื่อในประกาศ
  • โครงการความสามารถดีเด่นทางกีฬา
  • โครงการพลเมืองจิตอาสา
  • โควตาพื้นที่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์
  • โครงการรับนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ การลงนามยืนยันเข้าศึกษาแพทยศาสตร์กับสถาบันของรัฐอื่นอาจกระทบสิทธิ์ตามเงื่อนไขการตรวจรายชื่อซ้ำ ผู้สมัครควรอ่านข้อกำหนดส่วนนี้ก่อนลงนามหรือรับสิทธิ์ใด ๆ

ผู้ผ่านการคัดเลือกยังต้องลงนามเอกสารยืนยันและทำสัญญาการเป็นนักศึกษาแพทย์ตามกำหนด หากไม่ดำเนินการอาจถือว่าสละสิทธิ์ และประกาศมีข้อสงวนสิทธิ์เกี่ยวกับการคืนสิทธิ์ภายหลังทำสัญญาแล้ว

ก่อนสมัคร ตรวจให้ผ่านทั้งเรื่องพื้นที่ คะแนน และความพร้อมตามสัญญา

โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนจากพื้นที่เป้าหมายเข้าถึงการศึกษาแพทยศาสตร์ และเตรียมกลับไปทำงานตอบโจทย์ระบบสุขภาพในพื้นที่ แต่การตัดสินใจควรพิจารณามากกว่าจำนวนที่นั่งหรือคำว่าทุนรัฐบาล

สิ่งที่ควรตรวจล่วงหน้าคือ ประวัติทะเบียนบ้านของตนเองและผู้ปกครอง ที่ตั้งโรงเรียน วิชาสอบที่ต้องมี ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร และภาระผูกพันหลังเรียนจบ หากเงื่อนไขข้อใดยังไม่ชัด ควรสอบถามมหาวิทยาลัยก่อนชำระค่าสมัครหรือทำสัญญา

แหล่งข้อมูลและช่องทางติดตาม

หมายเหตุ: กำหนดการและรายละเอียดข้างต้นอ้างอิงประกาศรับสมัครที่ตรวจสอบ ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 หากมีประกาศแก้ไขเพิ่มเติม ให้ยึดประกาศล่าสุดของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานจัดสอบเป็นหลัก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *