รู้จักทุนจรูญเอื้อชูเกียรติ ม.4–ม.6 รับปีละ 5,000 บาท ไม่ต้องใช้คืน ต้องสมัครผ่านโรงเรียนเครือข่าย

รู้จักทุนจรูญเอื้อชูเกียรติ ม.4–ม.6 รับปีละ 5,000 บาท ไม่ต้องใช้คืน ต้องสมัครผ่านโรงเรียนเครือข่าย

นักเรียนมัธยมปลายที่ตั้งใจเรียน แต่ครอบครัวมีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย ยังมีโอกาสขอรับความช่วยเหลือผ่าน “ทุนมูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ” ซึ่งสนับสนุนการศึกษาระดับ ม.4–ม.6 เป็นเงิน 5,000 บาทต่อคนต่อปี โดยให้ทุนผ่านโรงเรียนที่เข้าร่วมกับมูลนิธิฯ

อย่างไรก็ตาม ทุนนี้มีเงื่อนไขมากกว่าการเป็นนักเรียนต่างจังหวัดและมีเกรดเฉลี่ยถึงเกณฑ์ เพราะต้องตรวจทั้งภูมิลำเนา ประเภทและที่ตั้งของโรงเรียน ผลการเรียนย้อนหลัง การรับทุนอื่น และสถานะการเป็นโรงเรียนเครือข่ายก่อนดำเนินการ

ข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569: รายละเอียดต่อไปนี้อ้างอิงระเบียบทุนและแบบฟอร์มที่เว็บไซต์มูลนิธิฯ เผยแพร่ โดยหน้าระเบียบระบุว่าแก้ไขเมื่อเดือนกันยายน 2565 ยังไม่พบประกาศรับสมัครทุนมัธยมปลายที่ยืนยันกำหนดการเฉพาะปี 2569 หรือ 2570 จึงควรใช้เป็นคู่มือเตรียมตัวและสอบถามโรงเรียนก่อนสมัคร

ทุนนี้ช่วยอะไร และต้องใช้คืนหรือไม่?

ทุนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีวัตถุประสงค์ช่วยนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็น ทุนให้เปล่าปีละ 5,000 บาท ไม่มีเงื่อนไขให้ต้องใช้ทุนคืน

เงินทุนมีไว้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของครอบครัว ไม่ใช่ทุนที่รับรองว่าจะชำระค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมด ผู้รับทุนยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านการเรียนและการรายงานที่กำหนด

ใครมีคุณสมบัติขอรับทุน ม.ปลาย?

ตามระเบียบที่เผยแพร่ ผู้รับทุนต้องมีคุณสมบัติสำคัญดังนี้

ประเด็น เงื่อนไข
ระดับการศึกษา นักเรียนชั้น ม.4–ม.6
ฐานะครอบครัว ครอบครัวยากจน มีความจำเป็นและสมควรได้รับความช่วยเหลือ
ผลการเรียน ย้อนหลัง 3 ปี ไม่ต่ำกว่า 2.75 ในทุกภาคการศึกษา
ความประพฤติ มีความประพฤติดี
การรับทุนอื่น ไม่เป็นผู้รับทุนการศึกษาจากที่อื่นอยู่แล้ว
ภูมิลำเนา อยู่นอกกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามเกณฑ์ทั่วไปของมูลนิธิฯ
สถานศึกษา โรงเรียนที่เข้าเกณฑ์และประสานงานเป็นโรงเรียนรับทุนของมูลนิธิฯ

ด้านสถานศึกษา มูลนิธิฯ ระบุให้ทุนผ่านโรงเรียนที่มีนักเรียนระดับมัธยมปลาย มากกว่า 100 คน โดยยกเว้นโรงเรียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงโรงเรียนเอกชน

“เกรด 2.75 ขึ้นไป” ต้องดูทุกภาคเรียนย้อนหลัง

เงื่อนไขไม่ได้ระบุเพียง GPAX ล่าสุด แต่ใช้ข้อความว่า “ผลการเรียน 3 ปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 2.75 ในทุกภาคการศึกษา”

นักเรียนจึงควรนำผลการเรียนย้อนหลังให้ครูตรวจ ไม่ควรสรุปว่าผ่านเกณฑ์จากค่าเฉลี่ยสะสมเพียงตัวเดียว หากเอกสารหรือช่วงเวลาย้อนหลังไม่ชัดเจน ให้โรงเรียนสอบถามมูลนิธิฯ ก่อนเสนอชื่อ

ส่วนคำว่า “ปริมณฑล” หน้าระเบียบที่ตรวจสอบไม่ได้แจกแจงจังหวัดไว้ ผู้ที่มีภูมิลำเนาหรือเรียนในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ควรขอคำยืนยันก่อนดำเนินการ

นักเรียนสมัครตรงได้ไหม?

ทุน ม.ปลายให้ผ่านโรงเรียนเครือข่าย โดยโรงเรียนเป็นผู้คัดเลือกนักเรียนตามจำนวนทุนที่มูลนิธิฯ จัดสรร

แม้เว็บไซต์จะมีใบสมัครสำหรับนักเรียนให้ดาวน์โหลด แต่ขั้นตอนตามระเบียบคือ นักเรียนกรอกข้อมูลและให้โรงเรียนจัดส่งเอกสารถึงมูลนิธิฯ ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นการเปิดให้นักเรียนทุกโรงเรียนส่งใบสมัครตรงได้ทันที

สิ่งแรกที่นักเรียนควรทำคือ สอบถามครูแนะแนว ครูประจำชั้น หรือผู้รับผิดชอบทุนของโรงเรียน ว่าโรงเรียนอยู่ในเครือข่ายแล้วหรือไม่ และมีการคัดเลือกสำหรับปีการศึกษาที่ต้องการขอทุนเมื่อใด

หากโรงเรียนยังไม่อยู่ในเครือข่าย ต้องทำอย่างไร?

โรงเรียนที่เข้าเกณฑ์และสนใจเข้าร่วมต้องแจ้งความประสงค์ต่อมูลนิธิฯ พร้อมจัดเตรียมข้อมูลโรงเรียนตามแบบฟอร์ม

แบบฟอร์มดังกล่าวขอข้อมูล เช่น ที่ตั้ง จำนวนผู้เรียน ครูผู้ประสานงาน สภาพทั่วไปของโรงเรียน สัดส่วนนักเรียนที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ และทุนที่โรงเรียนได้รับอยู่แล้ว เพื่อประกอบการพิจารณา

การส่งข้อมูลไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับอนุมัติหรือได้รับทุนตามจำนวนที่ขอ โรงเรียนควรติดต่อมูลนิธิฯ เพื่อยืนยันขั้นตอนและรอบที่ดำเนินการได้ในปัจจุบัน

วันที่ 31 ตุลาคม เป็นกำหนดของใคร?

จุดนี้ต้องแยกระหว่าง การสมัครเป็นโรงเรียนรับทุน กับ การส่งเอกสารนักเรียนที่โรงเรียนคัดเลือก

ขั้นตอน กรอบเวลาตามระเบียบที่เผยแพร่
โรงเรียนใหม่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมรับทุน ภายในวันที่ 31 ตุลาคม
มูลนิธิฯ แจ้งผลพิจารณาโรงเรียนใหม่ ภายในเดือนธันวาคม
มูลนิธิฯ แจ้งจำนวนทุนสำหรับปีการศึกษาถัดไปแก่โรงเรียนรับทุน ภายในเดือนธันวาคม
โรงเรียนส่งเอกสารนักเรียนที่คัดเลือก ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนเริ่มปีการศึกษานั้น

จึงไม่ควรประชาสัมพันธ์ว่า “นักเรียนสมัครตรงถึง 31 ตุลาคม” เพราะอาจทำให้เข้าใจผิดทั้งผู้ยื่นและขั้นตอน

กรอบเวลานี้มาจากระเบียบทั่วไป ผู้สนใจต้องให้โรงเรียนยืนยันกำหนดการที่ใช้จริง รวมถึงวันปิดรับภายในของโรงเรียน ซึ่งอาจเร็วกว่า

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ใบสมัครระดับมัธยมศึกษาที่มูลนิธิฯ เผยแพร่มีทั้งข้อมูลนักเรียน ครอบครัว และความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง นักเรียนควรเตรียมดังนี้

ข้อมูลในใบสมัคร

  • ชื่อ–นามสกุล วันเกิด ระดับชั้น และช่องทางติดต่อ
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านและที่อยู่ปัจจุบัน
  • ผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูและลักษณะที่อยู่อาศัย
  • อาชีพ สถานภาพ และรายได้ต่อปีของผู้ปกครอง
  • จำนวนพี่น้องและประวัติการศึกษา
  • บันทึกอธิบายเรื่องราวตนเองและความจำเป็นในการขอทุน

ความเห็นและลายมือชื่อ

แบบฟอร์มมีส่วนสำหรับครูประจำชั้น ครูแนะแนว ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้ปกครอง จึงควรเผื่อเวลาให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจข้อมูลและลงนาม

เอกสารแนบที่ระบุ

  • รูปถ่ายผู้สมัคร 1 รูป เขียนชื่อ–นามสกุลด้านหลัง
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัคร
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร
  • เอกสาร ป.พ.6 ของ 3 ปีที่ผ่านมา

ควรดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์มูลนิธิฯ และให้ครูตรวจความครบถ้วนก่อนจัดส่ง c

ได้ทุนแล้วรับเงินอย่างไร?

มูลนิธิฯ จ่ายเงินทุนเข้าบัญชีรับทุนของโรงเรียนในต้นปีการศึกษา จากนั้นให้นักเรียนเบิกกับครูผู้ดูแลระหว่างปีตามที่โรงเรียนเห็นสมควร

นักเรียนและผู้ปกครองจึงควรสอบถามโรงเรียนให้ชัดว่า ต้องติดต่อครูคนใด เบิกได้เมื่อใด และต้องมีหลักฐานประกอบอะไรบ้าง โดยไม่ควรคาดว่าจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีส่วนตัวทันทีหลังผ่านการคัดเลือก

เป็นทุนต่อเนื่องจนจบ ม.6 หรือไม่?

แบบฟอร์มใบสมัครระบุการรับทุนต่อเนื่องจนสำเร็จ ม.6 โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่

  • ผลการเรียนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่า 2.00
  • ส่งรายงานประจำปีภายใน 30 วันหลังจบภาคการศึกษาที่ 2
  • ส่งรายงานอื่นเมื่อมูลนิธิฯ ร้องขอ

เกณฑ์ 2.75 ย้อนหลังสำหรับการคัดเลือก กับเกณฑ์ 2.00 ที่ระบุในใบสมัครสำหรับการรับทุนต่อเนื่อง เป็นคนละส่วนกัน ควรให้โรงเรียนยืนยันเงื่อนไขที่ใช้กับผู้รับทุนรุ่นนั้นก่อนลงนาม

เตรียมตัวอย่างไรให้ใบสมัครพร้อมพิจารณา?

เริ่มจากตรวจสิทธิผ่านโรงเรียน เพื่อทราบว่าเข้าเกณฑ์และมีช่องทางเสนอชื่อหรือไม่ ก่อนใช้เวลารวบรวมเอกสารทั้งหมด

อธิบายความจำเป็นด้วยข้อมูลจริง เช่น รายได้ผู้ปกครอง ภาระเลี้ยงดู และค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือเรียน โดยไม่ขยายเรื่องราวเกินความจริง

เขียนบันทึกด้วยภาษาของตนเอง ให้เห็นว่าทุนจะช่วยแก้ข้อจำกัดใด และผู้สมัครตั้งใจเรียนต่ออย่างไร

แจ้งข้อมูลทุนที่รับอยู่ครบถ้วน เนื่องจากระเบียบทุน ม.ปลายมีเงื่อนไขเรื่องการไม่ได้รับทุนอื่น หากไม่แน่ใจว่าเงินช่วยเหลือที่รับอยู่นับรวมด้วยหรือไม่ ให้โรงเรียนสอบถามก่อนเสนอชื่อ

ตรวจเอกสารและกำหนดส่งล่วงหน้า โดยเฉพาะผลการเรียนย้อนหลัง ความเห็นครู และลายมือชื่อ อย่ารอจนถึงวันสุดท้าย ทั้งนี้ การเตรียมเอกสารครบไม่ได้รับประกันผลการคัดเลือก

ช่องทางตรวจสอบและติดต่อมูลนิธิฯ

ที่อยู่: มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ
22 ถนนสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้าติดต่อของมูลนิธิฯ เปิดให้ทั้งนักเรียนและโรงเรียนส่งคำถาม โดยควรระบุอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และรายละเอียดเรื่องที่ต้องการสอบถามให้ชัดเจน สำหรับนักเรียน ม.4–ม.6 ที่สนใจ ขั้นตอนที่ทำได้ทันทีคือ นำข้อมูลไปคุยกับครูแนะแนวและตรวจสถานะโรงเรียนเครือข่าย ส่วนโรงเรียนที่ยังไม่เคยเข้าร่วมควรติดต่อมูลนิธิฯ เพื่อสอบถามโอกาสสำหรับปีการศึกษาถัดไปก่อนนำกำหนดการไปประชาสัมพันธ์

หมายเหตุ: บทความตรวจสอบวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จากระเบียบและแบบฟอร์มบนเว็บไซต์มูลนิธิฯ ไม่ใช่การยืนยันเปิดรับสมัครรอบปีใดปีหนึ่ง ผู้สนใจต้องตรวจเงื่อนไข จำนวนทุน และกำหนดการกับโรงเรียนและมูลนิธิฯ โดยตรง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *