เปิดข้อมูลนักศึกษาต่างชาติในไทย 57,394 คน จีน–เมียนมารวมกว่า 74% พร้อมเจาะระดับการศึกษาและหลักสูตรที่มีผู้เรียนจำนวนมาก

เปิดข้อมูลนักศึกษาต่างชาติในไทย 57,394 คน จีน–เมียนมารวมกว่า 74% พร้อมเจาะระดับการศึกษาและหลักสูตรที่มีผู้เรียนจำนวนมาก

ประเทศไทยมีนักศึกษาที่ไม่มีสัญชาติไทยรวม 57,394 คน ในชุดข้อมูลปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1 ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยนักศึกษาสัญชาติจีนมีจำนวนมากที่สุด 25,019 คน รองลงมาคือสัญชาติเมียนมา 17,561 คน

เมื่อรวมสองสัญชาติ มีจำนวน 42,580 คน หรือประมาณ 74.19% ของยอดทั้งหมดในชุดข้อมูล สะท้อนว่าผู้เรียนที่ไม่มีสัญชาติไทยในสถาบันอุดมศึกษาของไทยกระจุกตัวอยู่ในสองกลุ่มนี้เป็นสัดส่วนสูง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นจำนวนผู้เรียนทุกชั้นปีในภาคเรียนที่ระบุ ไม่ใช่จำนวนผู้สมัครหรือผู้เข้าเรียนใหม่ และไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนทั้งหมดเพิ่งเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาศึกษาในไทย

ข้อมูลชุดนี้นับใครบ้าง

ศูนย์กลางข้อมูลเปิดของ อว. นิยาม “นักศึกษาปัจจุบันที่เป็นต่างชาติ” ว่าเป็นนักศึกษาทุกชั้นปีที่อยู่ในระดับอุดมศึกษาและไม่มีสัญชาติไทย โดยอ้างอิงฐานข้อมูลรายบุคคลนักศึกษาของสำนักงานปลัดกระทรวง อว. data.go.th

Eduzones ตรวจสอบไฟล์ข้อมูลเปิดทั้งรูปแบบ CSV และ Excel โดยเลือกเฉพาะรายการที่ระบุ ปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1 แล้วรวมจำนวนผู้เรียน พบยอดตรงกันที่ 57,394 คน

ในไฟล์ CSV มีข้อมูลจำแนกตามสัญชาติ กลุ่มสถาบัน สถาบัน ชื่อหลักสูตร ระดับการศึกษา และเพศ ส่วนไฟล์ Excel ที่ตรวจสอบมีข้อมูลหลักสูตร ระดับการศึกษา และสถาบัน แต่ไม่มีคอลัมน์สัญชาติ จึงใช้ CSV สำหรับการจัดอันดับสัญชาติ และใช้ Excel ตรวจสอบยอดรวมประกอบ

ปีการศึกษาของข้อมูล วันประมวลผล และวันปรับปรุงเว็บไซต์เป็นคนละเรื่องกัน การที่เว็บไซต์ปรับปรุงข้อมูลในปี 2569 ไม่ได้ทำให้ตัวเลขปีการศึกษา 2568 กลายเป็นจำนวนนักศึกษาปีการศึกษา 2569 โดยอัตโนมัติ

10 อันดับสัญชาติที่มีผู้เรียนมากที่สุด

เมื่อรวมจำนวนตามรายการสัญชาติในไฟล์ โดยแยกหมวดบุคคลไร้สัญชาติออกจากการจัดอันดับ พบข้อมูลดังนี้

อันดับ สัญชาติ จำนวนผู้เรียน
1 จีน 25,019 คน
2 เมียนมา 17,561 คน
3 กัมพูชา 1,625 คน
4 ลาว 1,253 คน
5 เวียดนาม 953 คน
6 อินโดนีเซีย 711 คน
7 ฟิลิปปินส์ 659 คน
8 อินเดีย 578 คน
9 บังกลาเทศ 560 คน
10 ไนจีเรีย 529 คน

ที่มา: Eduzones คำนวณจากไฟล์ CSV ทางการของ อว. เลือกปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1 และรวมจำนวนตามชื่อสัญชาติ

นักศึกษาจีนคิดเป็นประมาณ 43.59% ของยอดรวม ส่วนเมียนมาคิดเป็นประมาณ 30.60%

สัดส่วนนี้คำนวณจากยอดผู้เรียนทั้งหมด 57,394 คน ซึ่งรวมหมวดบุคคลไร้สัญชาติด้วย หากใช้ฐานคำนวณที่ตัดหมวดดังกล่าวออก เปอร์เซ็นต์จะเปลี่ยนไป จึงต้องระบุฐานคำนวณทุกครั้งก่อนนำตัวเลขไปเปรียบเทียบกับรายงานอื่น

อีกประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ สัญชาติไม่ใช่ประเทศที่พำนักก่อนเข้าเรียน ข้อมูลชุดนี้จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าผู้เรียนแต่ละคนเดินทางเข้ามาจากประเทศใด หรืออาศัยอยู่ในประเทศไทยมาก่อนแล้วหรือไม่

บุคคลไร้สัญชาติ 2,303 คน ต้องรายงานแยกจากอันดับสัญชาติ

ในไฟล์ CSV มีรายการ “stateless person” จำนวน 2,303 คน หรือประมาณ 4.01% ของยอดทั้งหมด

รายการนี้มีจำนวนมากกว่าสัญชาติกัมพูชา แต่ไม่ควรนำไปจัดเป็น “ประเทศอันดับ 3” เพราะบุคคลไร้สัญชาติไม่ใช่สัญชาติของประเทศหนึ่งประเทศใด

UNHCR อธิบายว่าบุคคลไร้สัญชาติหมายถึงบุคคลที่ไม่มีรัฐใดยอมรับว่าเป็นคนชาติของตนภายใต้กฎหมายของรัฐนั้น ทั้งนี้ คำอธิบายดังกล่าวเป็นนิยามทั่วไป ไม่ใช่การยืนยันสถานะทางกฎหมายรายบุคคลของผู้เรียนในฐานข้อมูล อว. UNHCR

ด้วยเหตุนี้ การใช้คำว่า “ผู้เรียนที่ไม่มีสัญชาติไทย” จึงอธิบายขอบเขตของชุดข้อมูลได้ชัดกว่าการตีความว่าทั้งหมดเป็นนักศึกษาที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

ปริญญาตรีมีผู้เรียนมากที่สุด แต่ระดับบัณฑิตศึกษามีสัดส่วนสูงเช่นกัน

เมื่อจำแนกตามระดับการศึกษา พบว่าปริญญาตรีมีผู้เรียนจำนวนมากที่สุด 31,259 คน รองลงมาคือปริญญาโท 16,677 คน และปริญญาเอก 9,180 คน

ระดับการศึกษาตามรายการในไฟล์ จำนวนผู้เรียน
ปริญญาตรี 31,259 คน
ปริญญาโท 16,677 คน
ปริญญาเอก 9,180 คน
ประกาศนียบัตรบัณฑิต 152 คน
อนุปริญญา 63 คน
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 33 คน
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 22 คน
ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง 5 คน
ประกาศนียบัตร 3 คน
รวม 57,394 คน

ที่มา: Eduzones คำนวณจากไฟล์ข้อมูลเปิดทางการของ อว. ปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1

ปริญญาตรีคิดเป็นประมาณ 54.46% ของยอดทั้งหมด ส่วนปริญญาโทและปริญญาเอกรวมกันมี 25,857 คน หรือประมาณ 45.05%

ตัวเลขนี้แสดงว่าผู้เรียนที่ไม่มีสัญชาติไทยในชุดข้อมูลไม่ได้อยู่เฉพาะระดับปริญญาตรี แต่มีผู้เรียนระดับปริญญาโทและเอกจำนวนมากด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถใช้จำนวนผู้เรียนเพียงอย่างเดียวตัดสินคุณภาพหลักสูตรหรือผลลัพธ์การศึกษาได้

เอกชนมีผู้เรียนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดในชุดข้อมูล

เมื่อรวมตามกลุ่มสถาบันที่ระบุในไฟล์ พบว่า

กลุ่มสถาบันตามฐานข้อมูล จำนวนผู้เรียน สัดส่วน
สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 29,767 คน 51.86%
สถาบันอุดมศึกษารัฐ 27,383 คน 47.71%
สถานศึกษานอกสังกัดฯ 244 คน 0.43%
รวม 57,394 คน 100.00%

หมายเหตุ: ใช้ชื่อกลุ่มสถาบันตามที่ปรากฏในไฟล์ต้นทาง

ผู้เรียนในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนมีจำนวนมากกว่าสถาบันอุดมศึกษารัฐ 2,384 คน แต่ข้อมูลนี้ยังไม่อธิบายเหตุผลในการเลือกสถานศึกษา เช่น ค่าเล่าเรียน ภาษาในการสอน ทุนการศึกษา หรือความร่วมมือระหว่างประเทศ

การสรุปว่าผู้เรียนเลือกมหาวิทยาลัยกลุ่มใดเพราะเหตุผลหนึ่งโดยเฉพาะ จึงต้องมีข้อมูลจากการสำรวจหรือการศึกษาเพิ่มเติมรองรับ

บริหารธุรกิจมีผู้เรียนจำนวนมาก แต่ต้องแยก “ชื่อหลักสูตร” ออกจาก “ชื่อปริญญา”

ต้นฉบับเดิมจัดอันดับตามชื่อปริญญา เช่น บริหารธุรกิจบัณฑิต ศิลปศาสตรบัณฑิต และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต แต่ไฟล์ข้อมูลเปิดที่ตรวจสอบครั้งนี้ระบุ ชื่อหลักสูตร ซึ่งมีรายละเอียดสาขาและรูปแบบการเรียนรวมอยู่ด้วย

เมื่อรวมเฉพาะรายการที่มีชื่อหลักสูตรตรงกัน พบ 5 อันดับแรกดังนี้

อันดับ ชื่อหลักสูตรตามไฟล์ จำนวนผู้เรียน
1 หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) 1,926 คน
2 หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต 1,354 คน
3 หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 1,028 คน
4 หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) 845 คน
5 หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรภาษาจีน) 794 คน

ที่มา: Eduzones รวมจำนวนผู้เรียนจากชื่อหลักสูตรที่ตรงกันในไฟล์ CSV ปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1

ตารางนี้เป็นการรวมชื่อหลักสูตรเดียวกันจากหลายสถาบัน ไม่ใช่อันดับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่ง และไม่ได้รวมหลักสูตรที่ชื่อแตกต่างกัน แม้จะอยู่ในสาขาใกล้เคียงกัน

การจัดอันดับจึงเปลี่ยนได้ตามวิธีจำแนก เช่น

  • ชื่อปริญญา รวมผู้เรียนที่ได้รับปริญญาชื่อเดียวกัน ซึ่งอาจอยู่คนละสาขา
  • ชื่อหลักสูตร แยกตามข้อความที่สถานศึกษารายงาน
  • สาขาวิชา ต้องมีเกณฑ์จัดกลุ่มเพื่อรวมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นระบบ

โดยเฉพาะชื่อ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนทั้งหมดศึกษาสาขาปรัชญา เพราะหลายสาขาใช้ชื่อปริญญานี้

ดังนั้น คำว่า “หลักสูตรยอดฮิต” อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจเกินกว่าที่ข้อมูลรองรับ ควรใช้คำว่า “ชื่อหลักสูตรที่มีผู้เรียนมากที่สุดในชุดข้อมูล” พร้อมระบุวิธีนับกำกับไว้

สถิตินี้บอกอะไรได้ และยังบอกอะไรไม่ได้

ข้อมูลชุดนี้ช่วยให้เห็นโครงสร้างของผู้เรียนที่ไม่มีสัญชาติไทย ทั้งสัญชาติ ระดับการศึกษา และกลุ่มสถาบัน แต่มีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาก่อนนำไปใช้

ประการแรก จำนวนผู้เรียนไม่ใช่จำนวนผู้สมัครใหม่ หลักสูตรที่มีผู้เรียนจำนวนมากอาจสะสมผู้เรียนจากหลายรุ่น จึงไม่สามารถใช้แทนอัตราการแข่งขันเข้าศึกษาได้โดยตรง

ประการที่สอง จำนวนผู้เรียนไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพ ยังต้องพิจารณาผลลัพธ์การเรียนรู้ การรับรองหลักสูตร การสำเร็จการศึกษา และผลลัพธ์หลังจบประกอบ

ประการที่สาม ข้อมูลสัญชาติไม่อธิบายแรงจูงใจ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้เรียนเลือกประเทศไทยเพราะค่าใช้จ่าย โอกาสทำงาน สถานการณ์ในประเทศต้นทาง หรือเหตุผลอื่น

ประการที่สี่ การเปรียบเทียบข้ามปีต้องใช้ขอบเขตเดียวกัน ต้องตรวจทั้งภาคเรียน วันประมวลผล ความครอบคลุมของสถาบัน และการปรับปรุงข้อมูลย้อนหลัง ก่อนสรุปว่าจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลง

ประการสุดท้าย ยอดในไฟล์ควรรายงานว่าเป็นยอดของชุดข้อมูล หากไม่มีหลักฐานยืนยันการส่งข้อมูลครบทุกสถาบัน ก็ไม่ควรรับรองว่าเป็นจำนวนที่ครอบคลุมผู้เรียนทุกคนทั่วประเทศอย่างสมบูรณ์

จากจำนวนผู้เรียน สู่คำถามเรื่องการศึกษานานาชาติ

จีนและเมียนมาเป็นสองกลุ่มสัญชาติหลักในชุดข้อมูลปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1 ขณะที่ผู้เรียนระดับปริญญาโทและเอกมีสัดส่วนรวมสูงกว่า 45%

สำหรับมหาวิทยาลัย ตัวเลขเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาความต้องการของผู้เรียนและวางระบบสนับสนุน ทั้งภาษา การให้คำปรึกษา การใช้ชีวิต และการเรียนร่วมกับนักศึกษาไทย

สำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง จำนวนผู้เรียนต่างชาติอาจช่วยให้เห็นลักษณะของสภาพแวดล้อมการศึกษา แต่ก่อนเลือกหลักสูตรยังควรตรวจภาษาที่ใช้สอน คุณภาพการเรียนรู้ ค่าใช้จ่าย และโอกาสที่ผู้เรียนจะได้ทำงานร่วมกับเพื่อนจากต่างวัฒนธรรมจริง

ความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัยจึงควรประเมินจากประสบการณ์และคุณภาพการเรียนรู้ควบคู่กับจำนวนผู้เรียน


แหล่งข้อมูลและวิธีตรวจสอบ

  1. ศูนย์กลางข้อมูลเปิด อว.: นักศึกษาปัจจุบันที่เป็นต่างชาติ
  2. บัญชีข้อมูลภาครัฐ: นักศึกษาปัจจุบันที่เป็นต่างชาติ
  3. ไฟล์ CSV ทางการที่ใช้คำนวณ
  4. ไฟล์ Excel ทางการที่ใช้ตรวจสอบยอดรวม
  5. UNHCR: ความหมายของบุคคลไร้สัญชาติ

วิธีคำนวณ: เลือกเฉพาะรายการ ACADEMIC_YEAR = 2568 และ SEMESTER = 1 จากนั้นรวมจำนวนในคอลัมน์ All_FOREIGN_STD ตามสัญชาติ ระดับการศึกษา กลุ่มสถาบัน และชื่อหลักสูตร แยกหมวด stateless person ออกจากอันดับสัญชาติ แต่ยังคงรวมอยู่ในยอดทั้งหมดและฐานคำนวณสัดส่วน

หมายเหตุ: ตรวจสอบไฟล์เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 บทความนี้ใช้ข้อมูลปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1 ไม่ใช่ภาคเรียนที่ 2 และวันที่ตรวจสอบไฟล์ไม่ใช่วันประมวลผลข้อมูลของหน่วยงาน

Eduzones.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *