ประวัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี — มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย

ประวัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี — มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย

Meta Description: ประวัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) อย่างละเอียด ตั้งแต่นโยบายกระจายโอกาสทางการศึกษา โครงการจัดตั้งวิทยาลัยสุรนารีในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น สู่วันสถาปนา 27 กรกฎาคม 2533 มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย และผู้บุกเบิกสหกิจศึกษาไทย


วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 มหาวิทยาลัยแห่งใหม่ได้รับการสถาปนาขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยางเป็นพื้นที่ตั้งโครงการ

นี่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มมหาวิทยาลัยอีกหนึ่งแห่งในระบบอุดมศึกษาไทย แต่คือการถือกำเนิดของ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย สถาบันที่ออกแบบระบบบริหารให้มีความคล่องตัวมากกว่ามหาวิทยาลัยราชการรูปแบบเดิม และกลายเป็นต้นแบบของการปฏิรูปมหาวิทยาลัยไทยในเวลาต่อมา

สถาบันแห่งนั้นคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส.

📌 หมายเหตุด้านแหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ทางการของ มทส. มีข้อมูลต่างกันในรายละเอียดปีเริ่มต้นของโครงการ โดยเว็บไซต์รุ่นเดิมระบุ พ.ศ. 2527 ขณะที่ข้อมูลอีกหน้าหนึ่งของมหาวิทยาลัยเคยระบุปีแตกต่างออกไป บทความนี้จึงกล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงเริ่มต้นในบริบทของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 โดยไม่ใช้ปีดังกล่าวเป็นจุดหลักในการจัดลำดับประวัติ


บทที่ 1 — บริบทก่อนก่อตั้ง: กระจายมหาวิทยาลัยออกจากส่วนกลาง

ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ประเทศไทยมีนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปสู่ประชาชนในส่วนภูมิภาคให้มากขึ้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดศูนย์กลางขนาดใหญ่

ทบวงมหาวิทยาลัยจึงเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาในส่วนภูมิภาคจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 1 แห่ง ภาคใต้ 1 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวคิดให้จัดตั้งวิทยาลัยในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดนครราชสีมา โดยโครงการในจังหวัดนครราชสีมาใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยสุรนารี” และเลือกพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง อำเภอเมืองนครราชสีมา เนื้อที่ตามโครงการเดิมประมาณ 7,000 ไร่เป็นที่ตั้ง

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง จุดกำเนิดของ มทส. ไม่ได้เริ่มจากมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเต็มรูปแบบทันที แต่เริ่มจากโครงการจัดตั้งวิทยาลัยสุรนารีในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนจะได้รับการพัฒนาให้เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในเวลาต่อมา


บทที่ 2 — มติคณะรัฐมนตรี 13 กันยายน 2531: จุดเปลี่ยนสำคัญ

เมื่อรัฐบาลที่มี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี เห็นความจำเป็นในการเร่งพัฒนามหาวิทยาลัยในภูมิภาค คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2531 ให้ยกฐานะวิทยาลัยในภูมิภาคทั้ง 5 แห่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ

พร้อมกันนั้น คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้แต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสุรนารี” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น เป็นประธาน

ต่อมาคณะกรรมการได้จัดทำโครงการจัดตั้ง “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี” เสนอต่อรัฐบาล พร้อมจัดทำร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม พ.ศ. 2532

จุดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนสถานะจากแนวคิดเรื่องวิทยาลัยในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปสู่การสร้างมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่มีระบบบริหารเป็นของตนเอง


บทที่ 3 — วันสถาปนา 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2533

วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2533 มีพิธีวางศิลาฤกษ์บริเวณพื้นที่ตั้งมหาวิทยาลัยใกล้อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง ก่อนที่กระบวนการทางกฎหมายจะเสร็จสมบูรณ์ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2533 จากนั้นพระราชบัญญัติได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2533

มหาวิทยาลัยจึงถือวันที่ 27 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย

พระราชบัญญัติดังกล่าวยกฐานะวิทยาลัยสุรนารีในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้นเป็น “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี” มีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ไม่เป็นส่วนราชการ และเป็นนิติบุคคล

ด้วยสถานะดังกล่าว มทส. จึงได้รับการยืนยันว่าเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย


บทที่ 4 — ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อธิการบดีผู้ก่อตั้ง

บุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ มทส. คือ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ผู้ทำหน้าที่ทั้งผลักดันการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในฐานะปลัดทบวงมหาวิทยาลัย เป็นประธานคณะกรรมการจัดตั้ง และดำรงตำแหน่งอธิการบดีผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย

ในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2533 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2536 มหาวิทยาลัยเร่งพัฒนาอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดรับนักศึกษา

มทส. เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกและเริ่มจัดการเรียนการสอนใน พ.ศ. 2536 หลังจากใช้เวลาประมาณสามปีในการวางระบบและก่อสร้างมหาวิทยาลัย


บทที่ 5 — ที่มาของชื่อ “สุรนารี”

ชื่อ “สุรนารี” เชื่อมโยงโดยตรงกับ ท้าวสุรนารี หรือคุณหญิงโม วีรสตรีสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ความเสียสละ และความผูกพันของชาวโคราช

ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยจึงใช้รูปท้าวสุรนารีเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อสะท้อนความเคารพและศรัทธาที่ประชาชนในจังหวัดนครราชสีมามีต่อวีรสตรีของท้องถิ่น

ชื่อและตราสัญลักษณ์ดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยมีอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับจังหวัดนครราชสีมาอย่างชัดเจน แม้พันธกิจของมหาวิทยาลัยจะครอบคลุมการพัฒนากำลังคนและงานวิจัยในระดับประเทศก็ตาม


บทที่ 6 — มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐต่างจากมหาวิทยาลัยราชการอย่างไร

ก่อนการก่อตั้ง มทส. มหาวิทยาลัยของรัฐส่วนใหญ่มีสถานะเป็นส่วนราชการ การบริหารงบประมาณ บุคลากร และการจัดโครงสร้างหน่วยงานจึงต้องดำเนินการภายใต้ระเบียบราชการหลายขั้นตอน

มทส. ถูกออกแบบให้เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐและมีฐานะเป็นนิติบุคคล จึงสามารถบริหารงานหลายด้านได้คล่องตัวขึ้นภายใต้กรอบที่พระราชบัญญัติกำหนด

อีกแนวคิดสำคัญของมหาวิทยาลัยคือหลัก “รวมบริการ ประสานภารกิจ” โดยจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อให้บริการร่วมกัน แทนที่แต่ละสำนักวิชาจะต้องมีหน่วยงานสนับสนุนซ้ำซ้อนของตนเองทั้งหมด

แนวทางนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยใช้บุคลากร ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และทรัพยากรต่าง ๆ ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลายเป็นหนึ่งในลักษณะเด่นของระบบบริหาร มทส.


บทที่ 7 — ผู้บุกเบิกสหกิจศึกษาในประเทศไทย

นอกจากการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกแล้ว มทส. ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บุกเบิกระบบสหกิจศึกษาในประเทศไทย

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้ริเริ่มนำแนวคิด Cooperative Education มาใช้ที่ มทส. และบัญญัติศัพท์ภาษาไทยว่า “สหกิจศึกษา” เพื่อผสมผสานการเรียนในมหาวิทยาลัยกับประสบการณ์การทำงานจริงในสถานประกอบการ

พัฒนาการสำคัญของสหกิจศึกษา มทส. ได้แก่

  • พ.ศ. 2536 จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรประสบการณ์การปฏิบัติงานในสถานประกอบการ
  • พ.ศ. 2537 จัดตั้งโครงการสหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพเป็นหน่วยงานกลาง
  • พ.ศ. 2538 ส่งนักศึกษาสหกิจศึกษารุ่นแรกจำนวน 123 คนออกปฏิบัติงานในสถานประกอบการ
  • พ.ศ. 2540 กำหนดให้สหกิจศึกษาเป็นส่วนบังคับของหลักสูตรระดับปริญญาตรีทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัย

รูปแบบดังกล่าวต่อมากลายเป็นต้นแบบให้สถาบันอุดมศึกษาอื่นทั่วประเทศนำไปพัฒนาเป็นระบบสหกิจศึกษาและการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน


บทที่ 8 — จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สู่การศึกษาที่หลากหลาย

แม้ชื่อมหาวิทยาลัยจะมีคำว่า “เทคโนโลยี” แต่การจัดการศึกษาของ มทส. ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เท่านั้น

มหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีการเกษตร วิศวกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์ พยาบาล ทันตแพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ ตลอดจนศาสตร์และศิลป์ดิจิทัล

ปัจจุบันเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยระบุว่า มทส. มี 9 สำนักวิชา ได้แก่

  1. สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
  2. สำนักวิชาเทคโนโลยีสังคม
  3. สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
  4. สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์
  5. สำนักวิชาแพทยศาสตร์
  6. สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
  7. สำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์
  8. สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์
  9. สำนักวิชาศาสตร์และศิลป์ดิจิทัล (Suranaree University of Technology)

บทที่ 9 — บทบาทด้านการวิจัย

มทส. วางเป้าหมายเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัยมาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

มหาวิทยาลัยพัฒนาศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นหน่วยงานกลางสำหรับสนับสนุนการเรียนการสอนและการวิจัย ซึ่งสอดคล้องกับหลักรวมบริการ ประสานภารกิจ และช่วยลดการลงทุนเครื่องมือซ้ำซ้อนระหว่างสำนักวิชา

ข้อมูลในคลังจดหมายเหตุ อว. ระบุว่า ในปีการศึกษา 2563 มทส. มีคณาจารย์วุฒิปริญญาเอกในสัดส่วนร้อยละ 80.21 และมีผลงานวิจัยต่อหัวคณาจารย์อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลตามช่วงเวลาที่ระบุ ไม่ควรนำมาใช้เป็นอันดับปัจจุบันโดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลปีล่าสุด


บทที่ 10 — มทส. ในปัจจุบัน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารียังคงดำเนินพันธกิจด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ การปรับแปลงและถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่เลขที่ 111 ถนนมหาวิทยาลัย ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000 และเปิดการศึกษาในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ผ่าน 9 สำนักวิชา

จากโครงการจัดตั้งวิทยาลัยในภูมิภาค สู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย เรื่องราวของ มทส. จึงไม่ได้สะท้อนเฉพาะการเติบโตของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงแนวคิดด้านการบริหารมหาวิทยาลัย การกระจายโอกาสทางการศึกษา และการเชื่อมโยงการเรียนกับโลกการทำงานของประเทศไทยด้วย


สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์
ช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 ทบวงมหาวิทยาลัยเสนอจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาค 5 แห่ง รวมถึงโครงการจัดตั้งวิทยาลัยสุรนารีในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น
2531 13 กันยายน — ครม. มีมติยกฐานะวิทยาลัยในภูมิภาคเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ และแต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสุรนารี
2532 เสนอโครงการและร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัย
2533 23 มีนาคม — พิธีวางศิลาฤกษ์บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง
2533 27 กรกฎาคม — ทรงลงพระปรมาภิไธยใน พ.ร.บ. มทส. และถือเป็นวันสถาปนา
2533 30 กรกฎาคม — พระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้
2533–2536 ก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และวางระบบบริหารมหาวิทยาลัย
2536 เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกและเริ่มจัดการเรียนการสอน
2536 เริ่มพัฒนาระบบสหกิจศึกษา
2537 จัดตั้งโครงการสหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ
2538 ส่งนักศึกษาสหกิจศึกษารุ่นแรก 123 คนออกปฏิบัติงาน
2540 กำหนดให้สหกิจศึกษาเป็นส่วนบังคับของหลักสูตรระดับปริญญาตรี

ข้อมูลสำคัญของมหาวิทยาลัย

รายการ ข้อมูล
วันสถาปนา 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2533
วันพระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2533
รูปแบบ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ไม่เป็นส่วนราชการ และเป็นนิติบุคคล
ชื่อย่อ มทส. / SUT
ชื่อภาษาอังกฤษ Suranaree University of Technology
จุดเด่นทางประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย
ต้นกำเนิด โครงการจัดตั้งวิทยาลัยสุรนารีในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น
อธิการบดีผู้ก่อตั้ง ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
รัฐบาลช่วงผลักดันการจัดตั้ง รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
จุดเด่นด้านการศึกษา ผู้บุกเบิกระบบสหกิจศึกษาในประเทศไทย
พื้นที่ตั้งโครงการเดิม ประมาณ 7,000 ไร่ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง
สำนักวิชา 9 สำนักวิชา
ตราสัญลักษณ์ ตราท้าวสุรนารี
ที่ตั้ง 111 ถนนมหาวิทยาลัย ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000
โทรศัพท์ 0-4422-3000
เว็บไซต์ sut.ac.th

อ้างอิงหลัก: เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, คลังจดหมายเหตุการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2533 และศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มทส.

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *