ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม

ประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — จากโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม

ประวัติความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างละเอียด ตั้งแต่การก่อตั้งในรัชกาลที่ 5 สู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน


ในใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่แห่งย่านปทุมวัน มีสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกินกว่าศตวรรษ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มหาวิทยาลัย แต่คือหลักฐานที่จับต้องได้ของความพยายามในการปรับประเทศสยามให้ทัดเทียมอารยประเทศในยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมกำลังคุกคามเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — หรือที่คนไทยเรียกสั้น ๆ ว่า “จุฬาฯ” — มีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่าชื่อเสียงในปัจจุบันมาก

📌 หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงจากข้อมูลทางการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (chula.ac.th), Wikipedia ภาษาไทย, ศิลปวัฒนธรรม (silpa-mag.com), ผู้จัดการออนไลน์ (mgronline.com), The People (thepeople.co) และแนวหน้า (naewna.com)


บทที่ 1 — ต้นกำเนิด: พ.ศ. 2442 รัชสมัยพระปิยมหาราช

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ถือกำเนิดจากโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้น ณ ตึกยาวข้างประตูพิมานชัยศรีในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2442

บริบทในขณะนั้นคือสยามกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากมหาอำนาจตะวันตก ฝรั่งเศสเพิ่งบีบให้สยามยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไปเมื่อ พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเข้าพระทัยดีว่าการรักษาเอกราชของชาติต้องอาศัยกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถในระบบราชการสมัยใหม่

โรงเรียนแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกหัดนักเรียนสำหรับรับราชการปกครองในกระทรวงมหาดไทย ผู้ที่จบจากโรงเรียนนี้จะได้รับการถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ก่อนที่จะออกไปรับตำแหน่งในกรมต่าง ๆ ต่อไป


บทที่ 2 — พัฒนาการและการปรับโครงสร้าง: พ.ศ. 2445

ในช่วงต้นมีการพัฒนาและปรับโครงสร้างสถาบันการศึกษาหลายครั้ง ก่อนพัฒนาต่อมาเป็น โรงเรียนมหาดเล็ก ซึ่งได้รับการบันทึกว่ามีการเปลี่ยนนามเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2445 เพื่อเป็นรากฐานของสถาบันการศึกษาขั้นสูงต่อไป

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 5 กำลังขยายวงกว้างขึ้น จากการฝึกข้าราชการฝ่ายพลเรือนเพียงอย่างเดียว สู่การวางรากฐานสถาบันการศึกษาที่ยั่งยืนในอนาคต


บทที่ 3 — “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”: พ.ศ. 2453

รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2453 แต่ก่อนหน้านั้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกโรงเรียนมหาดเล็กเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือน โดยใช้วังวินด์เซอร์เป็นสถานที่เรียน เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2453 พร้อมทั้งพระราชทานนามโรงเรียนแห่งนี้ว่า “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”

มีการนำเงินส่วนหนึ่งจากการจัดสร้างพระบรมรูปทรงม้ามาสนับสนุนการพัฒนาสถาบัน และโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดที่ดินพระคลังข้างที่รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 1,309 ไร่เป็นเขตโรงเรียน — พื้นที่นี้คือย่านปทุมวันที่ตั้งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปัจจุบัน

พระนามของรัชกาลที่ 5 จึงติดอยู่กับสถาบันแห่งนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา


บทที่ 4 — วันประวัติศาสตร์: 26 มีนาคม พ.ศ. 2459

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 พร้อมกับโอนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปขึ้นกับกระทรวงธรรมการในวันเดียวกัน

การยกระดับให้เป็นสถานศึกษาระดับชั้นอุดมศึกษา ทรงพระราชทานนามว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เพื่อให้เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งสมเด็จพระบรมชนกาธิราช รัชกาลที่ 5

ชื่อ “จุฬาลงกรณ์” มาจากพระนามเดิมของรัชกาลที่ 5 ซึ่งแปลว่า “เครื่องประดับศีรษะอันประเสริฐ”

คณะก่อตั้ง 4 คณะแรก

การจัดการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในระยะแรกอยู่เพียงระดับประกาศนียบัตรพร้อมกับเตรียมการเรียนการสอนในระดับปริญญา โดยจัดการศึกษาออกเป็น 2 วิทยาเขต คือ วิทยาเขตปทุมวัน และวิทยาเขตโรงพยาบาลศิริราช

จัดการเรียนการสอนออกเป็น 4 คณะ ได้แก่ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์


บทที่ 5 — ตราพระเกี้ยว สัญลักษณ์แห่งสถาบัน

พระเกี้ยว ตราสัญลักษณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้สัญลักษณ์พระเกี้ยวอยู่บนเบาะรอง เป็นเครื่องหมายประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นรูปแบบตามที่โรงเรียนสำหรับฝึกหัดข้าราชการฝ่ายพลเรือนเคยใช้มาก่อนแล้ว

“พระเกี้ยว” หรือจุฬามณี คือเครื่องประดับศีรษะของพระมหากษัตริย์ในคติอินเดียโบราณ และเป็นสัญลักษณ์ประจำรัชกาลที่ 5 ซึ่งสืบเนื่องมายังมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ และยังคงเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจของนิสิตจุฬาฯ ทุกคนมาจนถึงปัจจุบัน


บทที่ 6 — พัฒนาการหลังก่อตั้ง

พระราชบัญญัติฉบับแรก พ.ศ. 2486

ในยุคที่ระบบอุดมศึกษาไทยกำลังพัฒนา รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2486 เป็นครั้งแรก เพื่อกำหนดสถานะและโครงสร้างการบริหารของมหาวิทยาลัยให้ชัดเจนในทางกฎหมาย

การพัฒนาคณะวิชาชีพ

คณะแพทยศาสตร์ของจุฬาฯ มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาระบบการแพทย์สมัยใหม่ของไทย โดยในช่วงเวลาต่อมา มีการแยกตัวของคณะวิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุข จนก่อให้เกิดสถาบันใหม่ ๆ ที่ยังคงดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน การขยายตัวนี้สะท้อนให้เห็นบทบาทของจุฬาฯ ในฐานะต้นแบบและแหล่งกำเนิดของสถาบันการศึกษาหลายแห่งในประเทศไทย

ต้นจามจุรีพระราชทาน

ต้นจามจุรีพระราชทาน 5 ต้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกไว้บริเวณเสาธง หน้าหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลายเป็นสัญลักษณ์ทางใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจุฬาฯ และเป็นที่มาของชื่อ “จามจุรี” ซึ่งปรากฏอยู่ในชื่ออาคารและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วมหาวิทยาลัย

ประมาณต้นทศวรรษของ พ.ศ. 2500 ผู้บริหารของจุฬาฯ เห็นว่าจามจุรีเป็นไม้ที่สลัดใบและฝักทำให้ถนนในจุฬาฯ สกปรก จึงไม่มีนโยบายปลูกทดแทนต้นที่ตายไป นอกจากนั้นในช่วง พ.ศ. 2480–2500 มีคณะต่าง ๆ เกิดขึ้นมาก จึงต้องโค่นจามจุรีเพื่อสร้างตึกใหม่ จามจุรีจึงลดจำนวนลงอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่ต้นจามจุรีพระราชทานจะกลายเป็นมรดกสำคัญที่ชาวจุฬาฯ หวงแหนและอนุรักษ์ไว้

พระราชบัญญัติ พ.ศ. 2551 — มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ใน พ.ศ. 2551 มีการออกพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 เปลี่ยนสถานะจากมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ โดยได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยจากหลายสถาบันจัดอันดับ


บทที่ 7 — ครบ 100 ปี: อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ พ.ศ. 2560

พื้นที่ประมาณ 29 ไร่ บริเวณพื้นที่สวนหลวง–สามย่าน ซึ่งกำหนดให้เป็น “ที่โล่งว่าง” เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งตรงกับวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครบ 100 ปี พื้นที่สีเขียวแห่งนี้จึงเป็นเสมือนของขวัญให้สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ได้เข้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ผ่อนคลาย

อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ เป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ฟรี เป็นสัญลักษณ์ของการครบรอบศตวรรษที่มหาวิทยาลัยมอบให้แก่สังคม


สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์
2442 ก่อตั้ง “โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน” ในพระบรมมหาราชวัง
2445 พัฒนาและเปลี่ยนนามเป็น “โรงเรียนมหาดเล็ก”
2453 ยกระดับเป็น “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ย้ายมาที่วังวินด์เซอร์ กำหนดพื้นที่ 1,309 ไร่ที่ปทุมวัน
2459 สถาปนาเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” วันที่ 26 มีนาคม เปิดสอน 4 คณะแรก
2486 ออกพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฉบับแรก
2551 เปลี่ยนสถานะเป็น “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” และได้รับการประกาศเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ
2560 ครบรอบ 100 ปี เปิดอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล
วันสถาปนา 26 มีนาคม พ.ศ. 2459
ต้นไม้ประจำสถาบัน ต้นจามจุรี
สีประจำสถาบัน สีชมพู
ตราสัญลักษณ์ พระเกี้ยว (พระพิจิตรเลขาประจำรัชกาลที่ 5)
ที่ตั้ง 254 ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เว็บไซต์ chula.ac.th

อ้างอิงจาก: chula.ac.th, th.wikipedia.org (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย), silpa-mag.com, mgronline.com, thepeople.co, naewna.com, sanook.com/campus, pmcu.co.th | อัปเดต พฤษภาคม 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *