ม.กรุงเทพ เปิด 5 หลักสูตรใหม่สุดล้ำ ปั้นบัณฑิต Ready-to-Work รับเศรษฐกิจโลก 2025

ม.กรุงเทพ เปิด 5 หลักสูตรใหม่สุดล้ำ ปั้นบัณฑิต Ready-to-Work รับเศรษฐกิจโลก 2025

ในวันที่โลกธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัล มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Bangkok University) มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับ 1 ของไทย (จากการจัดอันดับ QS World University Rankings: Asia 2026) ได้ประกาศเขย่าวงการศึกษาด้วยการเปิด 5 หลักสูตรใหม่ ภายใต้แนวคิด Practical University ที่เน้นให้เด็ก “เรียนจริง ทำเป็น ล้มจริง” ตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อแก้ปัญหา “เด็กจบใหม่ทำงานไม่เป็น” ให้หมดไป


ไม่ได้สร้างแค่ “คนทำงาน” แต่ให้เด็กได้ทำตาม “ความฝัน”

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไม่ได้ต้องการจะสร้างแค่ ‘คนทำงาน’ ให้กับภาคธุรกิจ แต่ยังต้องการให้นักศึกษาได้สานต่อแพสชันของตัวเองในโลกการทำงานได้


5 หลักสูตรแห่งอนาคต: เมื่อ “ความสร้างสรรค์” บรรจบกับ “ธุรกิจ”

มหาวิทยาลัยกรุงเทพไม่ได้แค่เปิดวิชาใหม่ แต่เป็นการจับมือกับ “ตัวจริง” ในอุตสาหกรรมเพื่อออกแบบหลักสูตรที่ตลาดงานโหยหา โดยมี 5 ไฮไลต์สำคัญดังนี้

1. Culinary Arts and Restaurant Service Management (เชฟ + เจ้าของธุรกิจ)

  • จุดเด่น: ไม่ได้สอนแค่ทำอาหารให้อร่อย แต่สอนให้เป็น “เชฟผู้ประกอบการ” โดยร่วมมือกับ Minor Food Group

  • สิ่งที่จะได้รับ: เรียนรู้การบริหารจัดการร้านอาหาร, การตลาด Food Tech, และการสร้างแบรนด์ เพื่อผลักดัน Soft Power อาหารไทยสู่ระดับสากล

2. Virtual Production and Immersive Experience Design (สายเทคโนโลยีเสมือนจริง)

  • จุดเด่น: หลักสูตรแรกในไทยที่รวมงานโปรดักชันภาพยนตร์เข้ากับเทคโนโลยี Virtual Production (เหมือนที่ใช้ถ่ายทำซีรีส์ The Mandalorian)

  • สิ่งที่จะได้รับ: ฝึกฝนในสตูดิโอที่ทันสมัยที่สุด ร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Unreal Engine ปั้นนักสร้างโลกเสมือนที่เป็นที่ต้องการตัวสูงในวงการบันเทิงและเกม

3. Film, Series and Global Content Production and Business (Showrunner รุ่นใหม่)

  • จุดเด่น: หลักสูตรนานาชาติที่ปั้น “Showrunner” หรือผู้ควบคุมการผลิตที่เข้าใจทั้งศิลปะและตัวเลขธุรกิจ

  • สิ่งที่จะได้รับ: เรียนรู้วิธีการขาย Content ให้แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Netflix หรือ Viu พร้อมทักษะการบริหารลิขสิทธิ์ (IP) ในระดับสากล

4. AI Engineering and Entrepreneurship (วิศวกร AI ที่ทำธุรกิจเป็น)

  • จุดเด่น: ความร่วมมือประวัติศาสตร์ 1 ปริญญา 2 มหาวิทยาลัย ระหว่าง ม.กรุงเทพ และ สจล. (KMITL)

  • สิ่งที่จะได้รับ: เรียนพื้นฐานวิศวะ AI ที่ สจล. 2 ปี และมาบ่มเพาะธุรกิจที่ ม.กรุงเทพ 2 ปี เพื่อสร้างนวัตกรรม AI ที่ขายได้จริงในเชิงพาณิชย์

5. Business Administration (Chinese-English Program)

  • จุดเด่น: เจาะกลุ่มบริษัทจีนข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมหาศาล

  • สิ่งที่จะได้รับ: เรียนเป็น 2 ภาษา (จีน-อังกฤษ) เน้นความเข้าใจวัฒนธรรมธุรกิจจีนสมัยใหม่ พร้อมเครือข่ายคอนเนกชันจากบริษัทจีนชั้นนำกว่า 500 แห่ง


“Practical University” หัวใจสำคัญที่ทำให้เด็ก BU ต่างจากที่อื่น

ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสฯ ย้ำชัดว่าที่นี่คือ “พื้นที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์” ไม่ใช่แค่ที่นั่งฟังบรรยาย

  • โจทย์จริง 70%: นักศึกษาจะได้ทำโปรเจกต์จากบริษัทจริงตั้งแต่ปี 1-2

  • สะสมประสบการณ์ 2 ปี: เมื่อเรียนจบ บัณฑิตจะมีพอร์ตโฟลิโอที่แน่นจนเหมือนคนทำงานมาแล้ว 2 ปี ช่วยลดช่องว่างในการฝึกงานใหม่เมื่อเข้าสู่บริษัท

Universe within a University: มากกว่าการเรียน คือการใช้ชีวิต

นอกจากการเรียนที่เข้มข้น มหาวิทยาลัยยังเปิดตัว DoBeDo Student Residence ที่พักนักศึกษาที่ออกแบบมาเป็น Community Space ให้เด็กต่างคณะได้มาเจอกัน แลกเปลี่ยนไอเดีย และสร้างสรรค์โปรเจกต์ร่วมกันภายใต้สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อย่างสูงสุด


มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อันดับ 1 ของไทย (QS Rankings)

ความหมายของมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่ตำราเรียน แต่เป็นสถานที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนรู้จากผู้คนที่เชี่ยวชาญทดลองทำในสภาพแวดล้อมจริงได้เลย โดยไม่ต้องรอออกไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คือมหาวิทยาลัยเอกชน อันดับ 1 ของไทย ตามการจัดอันดับ QS World University Rankings: Asia 2026 จากการเปรียบเทียบในกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนขนาดใหญ่

หรือได้รับตำแหน่ง No. 1 private university in Thailand in the large-sized university category จาก QS World University Rankings: Asia 2026 นั่นเกิดจากความเป็น Practical University อย่างแท้จริง

ผศ.สรรเสริญ กล่าวว่า Practical เป็นคำที่หาคำจำกัดความเฉพาะเจาะจงค่อนข้างยาก แต่สามารถสะท้อนความเป็นมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้อย่างชัดเจนว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับการเรียนเชิงปฏิบัติ ลงมือทำจริงมุ่งเน้นทักษะวิชาชีพและผลลัพธ์ด้านทักษะที่ใช้ได้จริง

และไม่ใช่แค่ปริญญาตรีเท่านั้น เพราะหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยกรุงเทพก็เป็นหลักสูตรเพื่ออนาคต ที่ถูกออกแบบมาให้ได้ลองทำงานจริงกับโจทย์จริงจากอุตสาหกรรมจริงเช่นเดียวกัน

“เรามุ่งมั่นที่จะสร้างเด็กจบใหม่จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพให้เป็นคนที่มีแพสชัน มีความคิดสร้างสรรค์มีทักษะทางสังคม ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี รวมถึงเข้าใจโจทย์ในการทำงาน การสร้างเด็กเหล่านี้คืองานของเรา และเราจะพัฒนาต่อไป เพื่อให้เด็กมหาวิทยาลัยกรุงเทพประสบความสำเร็จมากที่สุด”


การขยับตัวของ ม.กรุงเทพ ในครั้งนี้ คือคำตอบของคำถามที่ว่า “เรียนอะไรถึงจะไม่ตกงาน?” เพราะนี่คือการสร้าง “คนพันธุ์ใหม่” ที่มีทั้ง Skill เทคโนโลยี และหัวใจของผู้ประกอบการ (Creative Entrepreneur) พร้อมกระโดดเข้าสู่สนามการทำงานจริงได้ทันทีที่สวมชุดครุย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *