มองเทรนด์ใหม่จาก “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เมื่อคนไทยไม่ได้เพียง “อยากเห็นเทคโนโลยี” แต่ต้องการเข้าใจ–ทดลอง–ใช้จริง พร้อมการเปิดทางผลงานเชื่อมธุรกิจและโอกาสใหม่ของประเทศ EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มองเทรนด์ใหม่จาก “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เมื่อคนไทยไม่ได้เพียง “อยากเห็นเทคโนโลยี” แต่ต้องการเข้าใจ–ทดลอง–ใช้จริง พร้อมการเปิดทางผลงานเชื่อมธุรกิจและโอกาสใหม่ของประเทศ ผู้คนกว่า 124,065 คนที่เข้าร่วม “KMITL EXPO 2026… สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 Meta Description: สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา… ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน… นักศึกษา มองเทรนด์ใหม่จาก “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เมื่อคนไทยไม่ได้เพียง “อยากเห็นเทคโนโลยี” แต่ต้องการเข้าใจ–ทดลอง–ใช้จริง พร้อมการเปิดทางผลงานเชื่อมธุรกิจและโอกาสใหม่ของประเทศ EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มองเทรนด์ใหม่จาก “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เมื่อคนไทยไม่ได้เพียง “อยากเห็นเทคโนโลยี” แต่ต้องการเข้าใจ–ทดลอง–ใช้จริง พร้อมการเปิดทางผลงานเชื่อมธุรกิจและโอกาสใหม่ของประเทศ ผู้คนกว่า 124,065 คนที่เข้าร่วม “KMITL EXPO 2026… มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… จากพระคุณครู สู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” ร้อยเรียงความผูกพัน อบอุ่นหัวใจ ในวันไหว้ครู–ร่วมยินดีปริญญาเอก รุ่นที่ 1 tui sakrapeeSeptember 14, 2026 จากพระคุณครูสู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” สร้างโอกาสทางการศึกษา สานสายใยครู–ศิษย์ เสมือนครอบครัวเดียวกัน วิทยาลัยทองสุข สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เปิดโอกาสทางการศึกษาในหลากหลายระดับ เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ควบคู่กับการปลูกฝังคุณค่าของความกตัญญูกตเวทีและความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ สะท้อนผ่านพิธีไหว้ครู-อาจารย์ ประจำปีการศึกษา 2569 และความสำเร็จของนักศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรบริหารธุรกิจ รุ่นที่ 1 ภายหลังผ่านการสอบปกป้องดุษฎีนิพนธ์ 🏫… เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน… ทุนดีดี สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 Meta Description: สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา… มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท Meta Description: มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ปี 2570 สำหรับนักเรียนครอบครัวยากจนเสี่ยงหลุดจากระบบ ตั้งแต่ ป.6–ม.5 และ ปวช.1–2… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ครู-อาจารย์ ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย EZ WebmasterSeptember 13, 2026 ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย Meta Description: เจาะงานวิจัยล่าสุดเรื่องมูลค่าปริญญา ส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตสหรัฐฯ ที่ลดลง 4 ปีติดต่อกัน บทบาทของ AI ตลาดงานเด็กจบใหม่ และความหมายต่อเด็กไทยที่กำลังเลือกคณะ ความเชื่อว่า “เรียนจบปริญญาแล้วชีวิตการทำงานจะมั่นคงกว่า”… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 Meta Description: สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา… ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน… นักศึกษา มองเทรนด์ใหม่จาก “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เมื่อคนไทยไม่ได้เพียง “อยากเห็นเทคโนโลยี” แต่ต้องการเข้าใจ–ทดลอง–ใช้จริง พร้อมการเปิดทางผลงานเชื่อมธุรกิจและโอกาสใหม่ของประเทศ EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มองเทรนด์ใหม่จาก “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เมื่อคนไทยไม่ได้เพียง “อยากเห็นเทคโนโลยี” แต่ต้องการเข้าใจ–ทดลอง–ใช้จริง พร้อมการเปิดทางผลงานเชื่อมธุรกิจและโอกาสใหม่ของประเทศ ผู้คนกว่า 124,065 คนที่เข้าร่วม “KMITL EXPO 2026… มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… จากพระคุณครู สู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” ร้อยเรียงความผูกพัน อบอุ่นหัวใจ ในวันไหว้ครู–ร่วมยินดีปริญญาเอก รุ่นที่ 1 tui sakrapeeSeptember 14, 2026 จากพระคุณครูสู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” สร้างโอกาสทางการศึกษา สานสายใยครู–ศิษย์ เสมือนครอบครัวเดียวกัน วิทยาลัยทองสุข สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เปิดโอกาสทางการศึกษาในหลากหลายระดับ เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ควบคู่กับการปลูกฝังคุณค่าของความกตัญญูกตเวทีและความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ สะท้อนผ่านพิธีไหว้ครู-อาจารย์ ประจำปีการศึกษา 2569 และความสำเร็จของนักศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรบริหารธุรกิจ รุ่นที่ 1 ภายหลังผ่านการสอบปกป้องดุษฎีนิพนธ์ 🏫… เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน… ทุนดีดี สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 Meta Description: สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา… มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท Meta Description: มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ปี 2570 สำหรับนักเรียนครอบครัวยากจนเสี่ยงหลุดจากระบบ ตั้งแต่ ป.6–ม.5 และ ปวช.1–2… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ครู-อาจารย์ ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย EZ WebmasterSeptember 13, 2026 ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย Meta Description: เจาะงานวิจัยล่าสุดเรื่องมูลค่าปริญญา ส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตสหรัฐฯ ที่ลดลง 4 ปีติดต่อกัน บทบาทของ AI ตลาดงานเด็กจบใหม่ และความหมายต่อเด็กไทยที่กำลังเลือกคณะ ความเชื่อว่า “เรียนจบปริญญาแล้วชีวิตการทำงานจะมั่นคงกว่า”… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน…
เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน…
มองเทรนด์ใหม่จาก “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เมื่อคนไทยไม่ได้เพียง “อยากเห็นเทคโนโลยี” แต่ต้องการเข้าใจ–ทดลอง–ใช้จริง พร้อมการเปิดทางผลงานเชื่อมธุรกิจและโอกาสใหม่ของประเทศ EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มองเทรนด์ใหม่จาก “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เมื่อคนไทยไม่ได้เพียง “อยากเห็นเทคโนโลยี” แต่ต้องการเข้าใจ–ทดลอง–ใช้จริง พร้อมการเปิดทางผลงานเชื่อมธุรกิจและโอกาสใหม่ของประเทศ ผู้คนกว่า 124,065 คนที่เข้าร่วม “KMITL EXPO 2026… มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… จากพระคุณครู สู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” ร้อยเรียงความผูกพัน อบอุ่นหัวใจ ในวันไหว้ครู–ร่วมยินดีปริญญาเอก รุ่นที่ 1 tui sakrapeeSeptember 14, 2026 จากพระคุณครูสู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” สร้างโอกาสทางการศึกษา สานสายใยครู–ศิษย์ เสมือนครอบครัวเดียวกัน วิทยาลัยทองสุข สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เปิดโอกาสทางการศึกษาในหลากหลายระดับ เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ควบคู่กับการปลูกฝังคุณค่าของความกตัญญูกตเวทีและความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ สะท้อนผ่านพิธีไหว้ครู-อาจารย์ ประจำปีการศึกษา 2569 และความสำเร็จของนักศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรบริหารธุรกิจ รุ่นที่ 1 ภายหลังผ่านการสอบปกป้องดุษฎีนิพนธ์ 🏫… เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน… ทุนดีดี สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 Meta Description: สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา… มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท Meta Description: มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ปี 2570 สำหรับนักเรียนครอบครัวยากจนเสี่ยงหลุดจากระบบ ตั้งแต่ ป.6–ม.5 และ ปวช.1–2… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ครู-อาจารย์ ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย EZ WebmasterSeptember 13, 2026 ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย Meta Description: เจาะงานวิจัยล่าสุดเรื่องมูลค่าปริญญา ส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตสหรัฐฯ ที่ลดลง 4 ปีติดต่อกัน บทบาทของ AI ตลาดงานเด็กจบใหม่ และความหมายต่อเด็กไทยที่กำลังเลือกคณะ ความเชื่อว่า “เรียนจบปริญญาแล้วชีวิตการทำงานจะมั่นคงกว่า”… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… จากพระคุณครู สู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” ร้อยเรียงความผูกพัน อบอุ่นหัวใจ ในวันไหว้ครู–ร่วมยินดีปริญญาเอก รุ่นที่ 1 tui sakrapeeSeptember 14, 2026 จากพระคุณครูสู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” สร้างโอกาสทางการศึกษา สานสายใยครู–ศิษย์ เสมือนครอบครัวเดียวกัน วิทยาลัยทองสุข สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เปิดโอกาสทางการศึกษาในหลากหลายระดับ เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ควบคู่กับการปลูกฝังคุณค่าของความกตัญญูกตเวทีและความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ สะท้อนผ่านพิธีไหว้ครู-อาจารย์ ประจำปีการศึกษา 2569 และความสำเร็จของนักศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรบริหารธุรกิจ รุ่นที่ 1 ภายหลังผ่านการสอบปกป้องดุษฎีนิพนธ์ 🏫… เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน… ทุนดีดี สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 Meta Description: สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา… มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท Meta Description: มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ปี 2570 สำหรับนักเรียนครอบครัวยากจนเสี่ยงหลุดจากระบบ ตั้งแต่ ป.6–ม.5 และ ปวช.1–2… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ครู-อาจารย์ ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย EZ WebmasterSeptember 13, 2026 ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย Meta Description: เจาะงานวิจัยล่าสุดเรื่องมูลค่าปริญญา ส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตสหรัฐฯ ที่ลดลง 4 ปีติดต่อกัน บทบาทของ AI ตลาดงานเด็กจบใหม่ และความหมายต่อเด็กไทยที่กำลังเลือกคณะ ความเชื่อว่า “เรียนจบปริญญาแล้วชีวิตการทำงานจะมั่นคงกว่า”… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
จากพระคุณครู สู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” ร้อยเรียงความผูกพัน อบอุ่นหัวใจ ในวันไหว้ครู–ร่วมยินดีปริญญาเอก รุ่นที่ 1 tui sakrapeeSeptember 14, 2026 จากพระคุณครูสู่ความสำเร็จของศิษย์ “วิทยาลัยทองสุข” สร้างโอกาสทางการศึกษา สานสายใยครู–ศิษย์ เสมือนครอบครัวเดียวกัน วิทยาลัยทองสุข สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เปิดโอกาสทางการศึกษาในหลากหลายระดับ เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ควบคู่กับการปลูกฝังคุณค่าของความกตัญญูกตเวทีและความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ สะท้อนผ่านพิธีไหว้ครู-อาจารย์ ประจำปีการศึกษา 2569 และความสำเร็จของนักศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรบริหารธุรกิจ รุ่นที่ 1 ภายหลังผ่านการสอบปกป้องดุษฎีนิพนธ์ 🏫… เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน…
เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ EZ WebmasterSeptember 14, 2026 เรียนต่อต่างประเทศ vs เรียนในไทย แบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบค่าใช้จ่าย โอกาส และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ สำหรับครอบครัวที่กำลังตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่อยากรู้ “ส่งลูกเรียนต่างประเทศคุ้มไหม” หรือ “เรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกครอบครัว การเรียนต่างประเทศอาจเปิดโอกาสด้านภาษา เครือข่าย และการทำงานระดับนานาชาติ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน…
สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ปี 2570 จำนวน 140 ทุน สนับสนุนต่อเนื่องถึงปริญญาเอก สมัครผ่าน TCAS70 Meta Description: สสวท. เปิดรับทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา… มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท Meta Description: มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ปี 2570 สำหรับนักเรียนครอบครัวยากจนเสี่ยงหลุดจากระบบ ตั้งแต่ ป.6–ม.5 และ ปวช.1–2… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ครู-อาจารย์ ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย EZ WebmasterSeptember 13, 2026 ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย Meta Description: เจาะงานวิจัยล่าสุดเรื่องมูลค่าปริญญา ส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตสหรัฐฯ ที่ลดลง 4 ปีติดต่อกัน บทบาทของ AI ตลาดงานเด็กจบใหม่ และความหมายต่อเด็กไทยที่กำลังเลือกคณะ ความเชื่อว่า “เรียนจบปริญญาแล้วชีวิตการทำงานจะมั่นคงกว่า”… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 EZ WebmasterSeptember 17, 2026 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย มอบทุน 1.5 ล้านบาท ให้แก่ 35 นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สานต่อพันธกิจพัฒนาบุคลากรคุณภาพของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 [กรุงเทพฯ] (16 กันยายน 2569) – มูลนิธิมิตซูบิชิ… ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท Meta Description: มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ปี 2570 สำหรับนักเรียนครอบครัวยากจนเสี่ยงหลุดจากระบบ ตั้งแต่ ป.6–ม.5 และ ปวช.1–2… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University… ครู-อาจารย์ ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย EZ WebmasterSeptember 13, 2026 ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย Meta Description: เจาะงานวิจัยล่าสุดเรื่องมูลค่าปริญญา ส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตสหรัฐฯ ที่ลดลง 4 ปีติดต่อกัน บทบาทของ AI ตลาดงานเด็กจบใหม่ และความหมายต่อเด็กไทยที่กำลังเลือกคณะ ความเชื่อว่า “เรียนจบปริญญาแล้วชีวิตการทำงานจะมั่นคงกว่า”… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ ปี 2570 ช่วยเด็กยากจนเรียนต่อถึง ม.6–ปวช.3 รับสูงสุดปีละ 14,000 บาท Meta Description: มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ปี 2570 สำหรับนักเรียนครอบครัวยากจนเสี่ยงหลุดจากระบบ ตั้งแต่ ป.6–ม.5 และ ปวช.1–2… ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University…
ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน EZ WebmasterSeptember 11, 2026 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT 2027 ที่ Hokkaido University เปิดรับ ป.โท–เอก สายวิศวกรรม เรียนหลักสูตร e3 พร้อมทุนค่าครองชีพสูงสุด 145,000 เยน/เดือน โอกาสสำหรับคนไทยที่กำลังมองหาทุนเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาแล้ว โดย Hokkaido University…
ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน EZ WebmasterSeptember 14, 2026 ย้อนรอย 5 บุคคลสำคัญ ผู้ขยายโอกาสการศึกษาไทย จากโรงเรียนของราษฎรสู่ห้องเรียนชายแดน Meta Description: รู้จัก 5 บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทขยายโอกาสทางการศึกษาไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ปรีดี พนมยงค์ สมเด็จย่า และหม่อมหลวงปิ่น… ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย EZ WebmasterSeptember 13, 2026 ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย Meta Description: เจาะงานวิจัยล่าสุดเรื่องมูลค่าปริญญา ส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตสหรัฐฯ ที่ลดลง 4 ปีติดต่อกัน บทบาทของ AI ตลาดงานเด็กจบใหม่ และความหมายต่อเด็กไทยที่กำลังเลือกคณะ ความเชื่อว่า “เรียนจบปริญญาแล้วชีวิตการทำงานจะมั่นคงกว่า”… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย EZ WebmasterSeptember 13, 2026 ปริญญายังสร้างความได้เปรียบได้แค่ไหน? เมื่อส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตหดตัว และ AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเรียนมหา’ลัย Meta Description: เจาะงานวิจัยล่าสุดเรื่องมูลค่าปริญญา ส่วนต่างค่าจ้างบัณฑิตสหรัฐฯ ที่ลดลง 4 ปีติดต่อกัน บทบาทของ AI ตลาดงานเด็กจบใหม่ และความหมายต่อเด็กไทยที่กำลังเลือกคณะ ความเชื่อว่า “เรียนจบปริญญาแล้วชีวิตการทำงานจะมั่นคงกว่า”… สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active… กิจกรรม ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais EZ WebmasterSeptember 11, 2026 สมศ. เปิดมุมมองประเมินสไตล์ “Growth Partner” ดึง 3 อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ ย้ำเป้าหมาย “คืนเวลาให้ครู” สู่ Quality Education for All Thais … Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active…
Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย EZ WebmasterSeptember 11, 2026 Active Learning 10 เทคนิค — พร้อมใช้ในชั้นเรียนพรุ่งนี้เลย 10 เทคนิคพร้อมตัวอย่างจริง เวลาประมาณการ และข้อควรระวังจากหลักฐานการเรียนรู้ “Active Learning” เป็นคำที่ครูได้ยินกันมานาน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ แล้วพรุ่งนี้เข้าห้องเรียน ครูจะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนพอได้ยินคำว่า Active…
ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ tui sakrapeeSeptember 12, 2026 ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง… BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ EZ Webmaster Related Posts ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ รวมวัน Open House มหาวิทยาลัย TCAS70 ปี 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสถานที่และลิงก์ลงทะเบียน Post navigation PREVIOUS Previous post: มีทุนการศึกษา!! วิทยาลัยทองสุข เปิดรับครบทุกระดับ ป.ตรี โทและป.เอก พร้อม INTERNATIONAL PROGRAMNEXT Next post: 5 มหาวิทยาลัยเอกชนไทยที่ครองแชมป์วงการกีฬาระดับประเทศ ! Leave a Reply Cancel replyYour email address will not be published. Required fields are marked * Name* Email* Website Comment* Δ
BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ tui sakrapeeSeptember 8, 2026 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ระหว่างวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ชวนน้องๆ… ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย… Search for: Search
ม.กรุงเทพ เปิด “AI Experience Centre for Business” ปั้น AI-Native Business Talent ผ่าน AI-Powered PC tui sakrapeeSeptember 5, 2026 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผสาน Business, AI และ Industry Technology ให้นักศึกษาได้คิด ทดลอง วิเคราะห์ และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ในบริบทการทำงานจริง เมื่อ… “คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย…
“คเณศายะ 2569” เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมยิ่งใหญ่พร้อมเปิดจองเสื้อเทศกาลวันนี้ tui sakrapeeSeptember 4, 2026 คเณศายะ 2569 GANESHAYA | Festival of Arts and New Beginnings สรุปงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมจัด “คเณศายะ” (GANESHAYA) เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย…
EZ Webmaster April 8, 2025 EZ Webmaster April 8, 2025 ม.ธรรมศาสตร์ เร่งเพิ่มความเชื่อมั่นภาวะวิกฤตให้คนไทย ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมชี้ข้อเท็จจริง และแนวทางรับมือด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย สุขภาพจิต การรับมือข่าวสาร พร้อมพัฒนาระบบ AI ช่วยคนไทยลดข้อกังวลการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการครั้งพิเศษในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย และยกระดับความสามารถของประชาชนในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนในยามวิกฤต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา ซึ่งมีประสบการณ์ลงพื้นที่จริง แชร์วิธีการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายเบื้องต้นของอาคารที่อยู่อาศัย พร้อมสาธิตเทคฯ AI ที่ช่วยในการประเมินสภาพอาคารผ่านการประมวลผลภาพถ่าย เพื่อให้ประชาชนและวิศวกรรมโยธาสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ จิตวิทยาและการสื่อสารที่มานำเสนอแนวทางในการปฏิบัติสำหรับประชาชนต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวทั้งด้านความปลอดภัย สภาพจิตใจ และการรู้เท่าทันข่าวสาร รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเห็นชัดแล้วว่าภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของประชาชนในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ซึ่งแม้จะเกิดไม่บ่อยครั้งแต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญต่อปัญหาจึงได้จัดงานเสวนาวิชาการพิเศษขึ้น ในหัวข้อ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว ฉบับประชาชน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรรมโยธา แพทย์ จิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ที่ได้ตกผลึกข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหาร “การเป็นมหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม” รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับด้านโครงสร้างอาคาร ซึ่งการที่ตึกสามารถ “ยืดหยุ่น” และ “โยกตัวได้” ภายใต้แรงสั่นสะเทือนนั้น ถือเป็นหลักการออกแบบที่ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว โดยอาคารยุคปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผสมผสานคุณสมบัติของ “ความแข็งแรง” จากคอนกรีต และ “ความเหนียว” จากเหล็กไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารสามารถรับแรงสั่นสะเทือนและกระจายแรงได้ดี เทคนิคทางด้านออกแบบของตึกอาคารสูงในยุคนี้จึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อกระจายแรงและรับน้ำหนักของตัวเองได้ หากไม่สามารถโยกตัวได้ อาจเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือพังทลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเกิดการแกว่งตัวมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ หรือได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า แม้ในภาวะปกติอาคารจะถูกคำนวณไว้แล้วให้ทนต่อการสั่นไหวระดับหนึ่ง แต่หากเกิดแรงสั่นซ้ำซ้อน เช่น อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หรือตัวอาคารมีความเสียหายที่จุดในโครงสร้างเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถล่มของโครงสร้างอาคารได้ รศ. ดร.พรหมพัฒน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ ระบบตรวจสอบรอยร้าวด้วยภาพถ่าย (Crack Detection) ที่ใช้ AI ด้าน Computer Vision, Photogrammetry, และ large language model ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายของอาคารเพื่อประเมินรอยร้าว ความเอียงและความผิดปกติของโครงสร้าง โดยเฉพาะการใช้โดรนเก็บข้อมูลภาพถ่ายรอบตัวอาคาร และสร้างแบบจำลองโมเดลสามมิติ (3D Modeling) ช่วยให้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่ตามองไม่เห็น เช่น ความเอียงเพียงเล็กน้อยของอาคาร หรือรอยร้าวที่มีแนวโน้มลุกลาม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างในอนาคต โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เปรียบเสมือน “หมอเอกซเรย์อาคาร” ที่ช่วยมองทะลุความเสียหายที่ซ่อนอยู่ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และประเมิน ช่วยลดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคฯ เหล่านี้มาใช้ได้อย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลโครงสร้างอาคารอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศได้ในระยะยาว “InSpectra-o1” ต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินความเสียหายทางโครงสร้างได้จากภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยยังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งานที่เปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ เพื่อช่วยตรวจสอบและประเมินรอยร้าว ความเสียหายในเบื้องต้นของที่อยู่อาศัยได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของอาคารและบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน โครงสร้าง หรือประวัติการซ่อมแซม จะช่วยให้วิศวกรเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกันภัย ลดข้อโต้แย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยประเมินความเสียหายของอาคารได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ AI สามารถประเมินได้เพียงราว 50-60% เท่านั้น จึงยังต้องอาศัยวิศวกรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดที่ AI ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ In Spectra-o1 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ประชาชนสามารถถ่ายภาพและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูล ระบบจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้ AI สามารถประเมินได้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ด้าน ผศ. พญ.นิพัทธา วินะยานุวัติคุณ ภาควิชาสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับต้น ๆ แต่ในบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ปรากฏหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการคุ้มครองและจัดการช่วยเหลือกลุ่มเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีหมายถึงความอยู่รอด ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่มาตรการในระดับชาติเพื่อรองรับและดูแลกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนทั่วไปก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในด้านความครอบคลุมและความชัดเจนในการดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง ประชาชนทั่วไปควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้พื้นฐานในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ พร้อมเข้าใจวิธีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูล จัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนาระบบการเตือนภัยและการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและเพียงพอสำหรับทุกกลุ่ม เพราะในยามเกิดภัยพิบัติ ความรอดพ้นของชีวิตคนหนึ่งคน อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกายและใจก็มีความสำคัญ เช่น การประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพักพิง การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรคพื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการส่งต่อผู้มีภาวะผิดปกติของร่างกายและจิตใจไปยังหน่วยบริการสุขภาพที่เหมาะสม “แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่การช่วยเหลือผู้เปราะบางมักเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชนโดยรอบ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในระดับรากฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเปราะบางเองก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่มักถูกละเลย ทั้งที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับสภาพร่างกายหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองในเบื้องต้นได้หากไม่มีผู้ช่วยเหลือในทันที ด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชนหลังเหตุภัยพิบัติก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการให้กำลังใจเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะจิตใจที่บอบช้ำต้องการเวลาและความเข้าใจในการฟื้นคืน“ ด้าน รศ. ดร.นิธิดา แสงสิงแก้ว สาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลหลักของประชาชน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์วิกฤตโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่า มักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีพลังในการสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง ปัญหาสำคัญคือข้อมูลจำนวนมากที่เผยแพร่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้ อาจยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือขาดแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนรับข้อมูลโดยไม่ไตร่ตรอง ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรือตื่นตระหนกเกินจำเป็น การมี “ทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ” จึงเป็นเกราะสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรมี โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ การที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์วิกฤตสร้างประเด็นหรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของสังคม หรือชี้นำทิศทางความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง การตระหนักถึงผลกระทบจากการสร้างหรือขยายประเด็นทางสังคมที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การเสพข่าวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้เท่าทัน บริโภคอย่างมีวิจารณญาณ และเลือกขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารที่แข็งแรงในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของสังคมไทย “ประชาชนควรรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การหาจุดปลอดภัยในอาคาร การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางอพยพล่วงหน้า ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมเผชิญและรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ” ท้ายที่สุด แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือและช่วยกันลดผลกระทบความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนาระบบการป้องกันที่ทันสมัย และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพราะความมั่นคงของชีวิตประชาชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยควรร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมจัดทำ “คู่มือรับมือแผ่นดินไหว : ฉบับประชาชน” ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียบเรียงและรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่เสี่ยงภัย คู่มือฉบับนี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของคนไทยในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งในแง่ของการป้องกันตนเอง ดูแลคนรอบข้าง ไปจนถึงการรับมือกับผลกระทบหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติอย่างไม่ประมาท และมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้
ม.กรุงเทพ เข้าร่วมเครือข่าย Dolby Creator Lab ระดับโลก ยกระดับการศึกษาด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้