เช็กเลย “แนวปฏิบัติ การนับเวลาเรียน การสอนชดเชย และการอนุมัติจบการศึกษา ปีการศึกษา 2563” จากสพฐ.

 

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่งหนังสือถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อแจ้งถึงแนวปฏิบัติ การนับเวลาเรียน การสอนชดเชย และการอนุมัติจบการศึกษา ปีการศึกษา 2563 โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

ด้วยข้อกำหนดตามพระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๕) ข้อ ๒(๑) ห้ามการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภทเพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เว้นแต่เป็นการดำเนินการสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์

และ (ฉบับที่ ๗) ข้อ ๒ การผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ให้ผู้ราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจพิจารณาผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเฉพาะที่ดำเนินการในลักษณะของ การให้ความช่วยเหลือ การสงเคราะห์ อุปถัมภ์หรืออุปการะเด็กกำพร้าที่ประสบปัญหาครอบครัว เด็กยากไร้หรือเด็กด้อยโอกาส และอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงได้หากปล่อยให้เด็กอาศัยอยู่ในสถานที่พักอาศัยของตนหรือที่อื่นหรือเป็นการใช้อาคารสถานที่ดังกล่าวเพื่อการทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์สาธารณะตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาต

แต่ยังคงงดเว้นการใช้อาคารสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ หรือการฝึกอบรม ประกอบกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้แจ้งแนวทางการเปิด – ปิดภาคเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดการเปิดและปิดภาคเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ดังนี้

 

ภาคเรียนที่หนึ่ง วันเปิดภาคเรียน วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ วันปิดภาคเรียน วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓         

ภาคเรียนที่สอง วันเปิดภาคเรียนวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ วันปิดภาคเรียน วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๔ และกำหนดให้สถานศึกษาจัดให้มีการสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตรของแต่ละระดับ

 

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอแจ้งแนวปฏิบัติการนับเวลาเรียนการสอนชดเชย และการอนุมัติการจบการศึกษา ในปีการศึกษา ๒๕๖๓ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้

 

๑. การนับเวลาเรียน

การจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนด สถานศึกษาต้องมีเวลาเพียงพอที่จะพัฒนาผู้เรียนรอบด้าน จากสถานการณ์ COVID – 19 สถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนทางไกลในระบบออนแอร์ หรือออนไลน์ สามารถตรวจสอบเวลาเรียนของนักเรียน และบริหารจัดการเวลาเรียนในแต่ละภาคเรียนและตลอดปีการศึกษา ให้ครบตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตรกำหนด ดังนี้

๑.๑ ให้เริ่มนับเวลาเรียน ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป และนับรวมเวลาเรียนที่สถานศึกษาบริหารจัดการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อเปิดสอนชเขยให้ครบตามโครงสร้างเวลาเรียน

๑.๒ ก่อนเริ่มเรียนตามตารางสอนทางไกลในแต่ละวัน ครูต้องมีการตรวจสอบความพร้อมของนักเรียน เหมือนกับเช็คชื่อนักเรียน ให้มีการรายงานตัวว่ามีความพร้อมที่จะเรียนในแต่ละวิชา ตามวิธีการของแต่ละโรงเรียน ซึ่งต้องมีการชี้แจงและนัดหมายผู้ปกครองและนักเรียนให้เข้าใจ

๑.๓ การนับจำนวนเวลาเรียนของแต่ละวิชา เช่น

๑.๓.๑ นับจำนวนชั่วโมงที่เรียนจริงตามตารางสอน

๑.๓.๒ กิจกรรมหรืองานใด ๆ ที่มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติ ถ้าหากจะนับเป็นเวลาเรียนต้องกำหนดในตารางสอน หรือเอกสารอื่นที่ระบุไว้อย่างชัดเจน

 

๒. การสอนชดเชย

การจัดารเรียนการสอนในระดับปฐมวัย มีเวลาเรียนครบ ๑๘๐ วัน ตามที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กำหนด ไม่จำเป็นต้องสอนชดเชย สำหรับการจัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการได้ตามบริบทและความเหมาะสม หรืออาจจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือใช้หลายวิธีร่วมกัน ดังต่อไปนี้

๒.๑ การจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน

๒.๑.๑ เพิ่มจำนวนเวลาเรียนในแต่ละวัน

๒.๑.๒ เพิ่มการเรียนในวันหยุด

๒.๒ การจัดการเรียนการสอนผ่านออนไลน์

๒.๒.๑ กำหนดตารางสอนให้ชัดเจน เพื่อนำมานับชั่วโมงการเรียนได้

๒.๒.๒ เลือกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ที่สามารถวัดและประเมินผลได้จริงคำนึงถึงบริบทของนักเรียนที่บ้านและความพร้อมของผู้ปกครอง

๒.๓ การจัดการเรียนการสอนแบบผสม

การจัดการเรียนการสอนที่ผสมผสานหลายช่องทาง หรือหลากหลายวิธีสอน จะต้องกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ สอดคล้องกับเวลาในตารางสอน เช่น

๒.๓.๑ มอบหมายให้นักเรียนทำโครงงาน หรือแก้โจทย์ปัญหาที่ท้าทาย แล้วส่งไฟล์งานทางออนไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ ที่สะดวก

๒.๓.๒ การจัดการเรียนการสอน โดยครูกำหนดประเด็นหรือหัวข้อให้นักเรียนไปศึกษาล่วงหน้า พร้อมทั้งให้แหล่งข้อมูล จากนั้น นัดหมายเวลามาอภิปราย แถลง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอาจจะมาพบกันที่โรงเรียน หรือผ่านออนไลน์ตามช่องทางที่สะดวก นอกจากนี้ สามารถนำการเรียนการสอนในช่วงเวลาของการเตรียมความพร้อม หรือการปรับพื้นฐานการเรียนรู้ของนักเรียน ในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม- ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ มาใช้เป็นแหล่งข้อมูลได้

 

๓. การอนุมัติการจบการศึกษาการออกเอกสารหลักฐานการศึกษา

๓.๑ เมื่อสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนครบตามโครงสร้างเวลาเรียน และเกณฑ์การจบ แต่ละระดับ ให้อนุมัติการจบการศึกษา ภายในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔

๓.๒ กรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด ๐ ร มส) ให้สถานศึกษาสอนซ่อมเสริมและดำเนินการวัดและประเมินผลให้เสร็จสิ้น และอนุมัติการจบการศึกษา ภายในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓

 

ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถศึกษาแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางกาศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพิ่มเติม ได้จากเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

-สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *